advertisement

'หลวงปู่สุภา' ละสังขารอย่างสงบ สิริอายุ 119 ปี

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 ก.ย. 2556 19:09

หลวงปู่สุภา กันตสีโล (พระมงคลวิสุทธิ์) มรณภาพอย่างสงบ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา สิริอายุ 119 ปี ตั้งศพวัดคอนสวรรค์ จ.สกลนคร ขณะที่บรรยากาศที่วัดสิริสีลสุภาราม จ.ภูเก็ต เงียบเหงา แต่ยังมีประชาชน เดินทางเช่าบูชาของขลังที่หลวงปู่ปลุกเสก...

จากกรณี หลวงปู่สุภา กันตสีโล หรือ พระมงคลวิสุทธิ์ ได้ละสังขารด้วยอาการสงบ เมื่อเวลา 05.20 น. วันนี้ (2 ก.ย.) ที่วัดคอนสวรรค์ อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร ด้วยสิริอายุ 119 พรรษา ซึ่งสร้างความเสียใจให้กับลูกศิษย์ ทั้งชาวจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ เนื่องจากหลวงปู่สุภา เป็นพระเกจิที่ผู้คนให้ความศรัทธาและให้ความนับถือเป็นอย่างมาก


สำหรับที่วัดสิริสีลสุภาราม ม.6 ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นวัดสุดท้ายที่หลวงปู่ได้สร้างขึ้น บรรยากาศเงียบเหงา ไม่คึกคักเหมือนที่หลวงปู่จำวัดอยู่ที่วัดดังกล่าว แต่ยังพบว่ามีประชาชนจำนวนมากได้มาซื้อของขลังที่หลวงปู่ปลุกเสก

นายปิยะวัฒน์ สีหะวีรชาติ ลูกศิษย์คนใกล้ชิดของหลวงปู่สุภา กล่าวว่า ตนเป็นลูกศิษย์รับใช้หลวงปู่มาตั้งแต่ปี 2502 หลังจากทราบข่าวว่าหลวงปู่ละสังขาร ก็รู้สึกเสียใจเช่นเดียวกับลูกศิษย์ของปู่คนอื่นๆ ซึ่งขณะนี้มีคนโทรศัพท์มาสอบถามจำนวนมาก เพื่อขอคำยืนยันว่าหลวงปู่ละสังขารจริงหรือไป เพราะมีข่าวลือมาก่อนหน้านี้แล้ว นอกจากนั้นที่วัดก็เริ่มมีคนที่เข้ามาสอบถาม แต่ตอนนี้เชื่อว่าทุกคนคงรู้เรื่องแล้ว ซึ่งขณะนี้ร่างของหลวงปู่อยู่ที่วัดคอนสวรรค์ จ.สกลนคร สำหรับตนนั้นจะเดินทางไปเคารพศพของหลวงปู่ด้วยตัวเอง เช่นเดียวกับลูกศิษย์คนอื่นๆ ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งหลวงปู่มีลูกศิษย์อยู่จำนวนมาก

นายปิยะวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับประวัติหลวงปู่สุภา ท่านเป็นคน อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร เกิดเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2438 ถึงปีนี้ท่านก็มีอายุย่างเข้าปีที่ 119 แล้ว หลวงปู่บวชเณรตั้งแต่อายุ 9 ขวบ เป็นศิษย์ของพระอาจารย์สีทัตต์ วัดท่าอุเทน จ.นครพนม และปี 2463 ฝากตัวเป็นศิษย์ของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท จากนั้นได้ไปศึกษาทางด้านกสิณและฌานสมาบัติอยู่กับพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต หลังจากนั้นหลวงปู่สุภาได้ออกธุดงค์ไปในทุกภาคของประเทศ รวมไปถึงประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ท่านมีลูกศิษย์ลูกหาจำนวนมาก ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ


นายปิยะวัฒน์ กล่าวว่า หลวงปู่สุภาเข้ามาธุดงค์ที่จังหวัดภูเก็ตเมื่อประมาณปี 2500 ซึ่งหลวงปู่สุภาได้เล่าให้ฟังการตัดสินใจธุดงค์มาที่จังหวัดภูเก็ต ว่า ก่อนจะมาภูเก็ตหลวงปู่ได้นิมิตเห็นเทวดาองค์หนึ่งบอกให้ท่านมาช่วยโปรดคนกลุ่มน้อยในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อช่วยเหลือให้พ้นทุกข์ ท่านจึงได้ตัดสินใจมาที่ภูเก็ต โดยครั้งแรกท่านมาปักกรดอยู่บนเขารัง ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งครั้งแรกท่านตั้งใจที่จะสร้างวัดที่บริเวณเขารังแต่ทางเจ้าของที่ดินไม่ขายที่ดินให้ ท่านจึงตกลงใจถอนกลดธุดงค์เพื่อเดินทางต่อไป แต่ในคืนก่อนที่หลวงปู่สุภาจะถอนกลดนั้น หลวงปู่สุภาก็ได้นิมิต ว่ามีพระภิกษุชราภาพรูปหนึ่งมาปรากฏร่างที่ข้างกลดธุดงค์ท่านจึงออกไปพบ พระภิกษุชรารูปนั้นก็ได้บอกหลวงปู่สุภาว่า “อย่าได้เสียใจเลย ยังมีสถานที่ที่เขาต้องการให้ท่านไปสร้างวัด ชาวบ้านเขารอกันเป็นเวลานาน แต่ไม่มีใครไปสร้างให้ ขอข้ามทะเลไปยังเกาะสิเหร่ ต.รัษฎา อ.เมือง ที่นั่นคือที่ที่ท่านจะสมปรารถนา” หลังจากนั้น หลวงปู่สุภาลงเรือที่ทางญาติโยมจัดให้ เพื่อเดินทางไปเกาะสิเหร่ ต.รัษฎา อ.เมือง แล้วหลวงปู่สุภาก็ปักกลด แสวงหาวิเวกบนเกาะสิเหร่ หลวงปู่สุภา จึงสร้างเป็นวัดขึ้นเป็นวัดแรกของเกาะ เรียกว่า “วัดเกาะสิเหร่” อย่างไรก็ตามเมื่อหลวงปู่สุภาสร้างวัดบนเกาะสิเหร่ เสร็จท่านก็แบกกลดขึ้นไปทางเหนือและพื้นที่อื่นๆ อีกครั้ง เพื่อแสวงหาความวิเวก


นายปิยะวัฒน์ กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นหลวงปู่ก็ได้เดินทางกลับมาที่ภูเก็ตอีกครั้งโดยครั้งนี้หลวงปู่ ได้กลับมาที่เขารัง ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง ซึ่งหลวงปู่ปักกลดที่บริเวณ ด้านหลังของโรงพยาบาลวชิระติดกับที่เก็บศพ ซึ่งเล่าลือว่าผีดุ หลังจากปักกลดมีศิษย์ที่เคยรู้จักมาพบเข้าจึงเล่าลือกันปากต่อปาก จนมีลูกศิษย์ลูกหามานมัสการจำนวนมาก และทุกคนเห็นพ้องว่าท่านอายุมากแล้ว จึงนิมนต์ให้หลวงปู่อยู่กับที่ โดยได้ขอซื้อที่ดินจากเจ้าของที่จะขายให้ 1 ไร่เศษ จึงสร้างสำนักสงฆ์ขึ้น และหลวงปู่สุภาเล็งเห็นว่า หากต้องการสร้างความสงบให้แก่เขารังและแก่จังหวัดภูเก็ต ต้องสร้างพระพุทธรูปปางประทานพรไว้บนยอดเขารัง โดยออกแบบให้มีส่วนฐานขององค์พระขึ้นไปจากหลังคาสำนักสงฆ์ จนกระทั่ง ปี พ.ศ. 2544 หลวงปู่สุภาได้สร้างวัดใหม่อีกแห่งหนึ่ง ถนนเจ้าฟ้าตะวันตก ม.6 ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต บนเนื้อที่ 38 ไร่ โดยได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถ ว่า “วัดสิริสีลสุภาราม” วัดแห่งนี้เป็นวัดลำดับที่ 39 ที่หลวงปู่สุภาได้สร้างขึ้น และถือเป็นวัดสุดท้ายที่หลวงปู่สร้างขึ้นก่อนที่หลวงปู่จะละสังขารซึ่งท่าน ได้อยู่ที่วัดนี้มาโดยตลอด

นายปิยะวัฒน์ กล่าวต่อว่า จนกระทั่งเมื่อเดือน เม.ย. 55 ท่านก็ได้ย้ายไปอยู่ที่วัดคอนสวรรค์ จ.สกลนคร ซึ่งเป็นจังหวัดบ้านเกิดของท่าน ซึ่งนอกจากหลวงปู่สุภาจะสร้างวัดแล้ว ท่านยังได้สร้างตึกสงฆ์ที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ตอีกด้วย และในช่วงวันเกิดของหลวงปู่ทุกๆ ปี จะมีการมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียน ในจังหวัดภูเก็ตด้วย ซึ่งแต่ละปีในช่วงวันเกิดจะมีประชาชน-ลูกศิษย์จากทั่วสารทิศมาร่วมจำนวนมาก สำหรับเครื่องรางของขลังของหลวงปู่สุภา นิยมมาก ก็มี “พระเสด็จกลับ” ซึ่งเป็นวัตถุมงคลที่ทำขึ้นเป็นครั้งแรกที่วัดเกาะสิเหร่ นอกจากนั้นยังมี แมงมุมเรียกทรัพย์ จระเข้เฝ้าทรัพย์ สำหรับวิชาแมงมุมมหาลาภ เป็นตำราที่หลวงปู่สุภาได้เรียนมาจากหลวงปู่สุข นอกจากนั้นยังมีวัตถุมงคลอื่นๆ อีกจำนวนมาก ส่วนคำสอนที่หลวงปู่บอกลูกศิษย์เป็นประจำ คือ “กินน้อย นอนน้อย รักสันโดษ”.

 

โหวตข่าวนี้