advertisement

รวบแอดมินเพจดังเมืองอุบลฯ ปล้นร้านทอง

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 28 ส.ค. 2556 17:30

ตร.ตามรวบแอดมินเพจดังเมืองอุบลฯ หลังบุกเดี่ยวควงปืน 2 กระบอกจี้ชิงทองจากเซฟร้านทองเยาวราช บิ๊กซี กลางเมืองอุบลราชธานี หอบทองหลายร้อยบาท พร้อมเงินสด 1.5 ล้านบาทหนี สุดท้ายจนมุมพร้อมแฟนสาว ...

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 ส.ค. 56 ร.ต.ท.ภัทรวุฒิ พิมพ์ปรุ พนักงานสอบสวนเวร สภ.เมืองอุบลราชธานี รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ราชธานี ว่ามีเหตุคนร้ายบุกเดี่ยวใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ ที่ร้านทองเยาวราช บิ๊กซี เลขที่ 15/11 ถนนธรรมวิถี ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาให้ทราบ ก่อนพร้อมด้วย พล.ต.อ.สุรพล แก้วขาว ผบก.ภ.จ.อุบลราชธานี พ.ต.อ.จุมพล สุวนาม ผกก.สภ.เมืองอุบลราชธานี พ.ต.ท.นพดล ช่วยบุญ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุบลราชธานี พ.ต.ท.ฐิติภัทร อุณเวชวนิช รอง ผกก.ป.สภ.เมืองอุบลราชธานี พ.ต.ท.ก้องชนะ บุตรศิริ พงส.ผนพ.สภ.เมืองอุบลราชธานี และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจ สายฟ้า งานจราจร สภ.เมืองอุบลราชธานี รุดไปตรวจสอบ


ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น อยู่หัวมุมถนน พบนายเอกรัตน์ กนกวรรณากร อายุ 61 ปี เจ้าของร้าน ให้การว่า ขณะที่ตนกำลังพักผ่อนอยู่ภายในห้องนอนชั้น 2 ของร้านกับภรรยา ได้มีคนร้ายสวมหมวกไหมพรมสีดำ เสื้อแจ็กเกตสีดำ กางเกงยีนส์ขาดขา สวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบ เข้ามาภายในร้าน โดยตัดที่คล้องกุญแจประตูเหล็กม้วนเข้ามา ก่อนใช้ปืน 2 กระบอกจี้บังคับให้เด็กรับใช้ในร้าน ซึ่งลงไปทำความสะอาดเตรียมเปิดร้านในช่วงเวลาประมาณ 07.30 น. และเป็นผู้มาพบคนร้ายเป็นคนแรก ให้พาขึ้นไปเคาะเรียกให้ตนเปิดประตูห้องนอน แล้วเข้ามาบังคับใส่กุญแจมือทั้งหมด รวมถึงหลานสาว ซึ่งลงมาข้างล่างแล้วเห็นว่าประตูเปิดอยู่ จึงจะมาถามตน ก็ถูกจับใส่กุญแจมือด้วยอีกคน

นายเอกรัตน์ กล่าวต่อว่า คนร้ายพกปืนมาด้วย 2 กระบอก รวมทั้งวิทยุสื่อสารซึ่งคอยฟังความเคลื่อนไหวของตำรวจ โดยคนร้ายบังคับให้ตนบอกรหัสเซฟ และวิธีเปิดเซฟเก็บทองด้านล่างหลังตู้โชว์ ตนพยายามยื้อเวลา แต่คนร้ายขู่ว่าจะยิงทิ้ง ตนจึงบอกรหัสเซฟไป ก่อนที่คนร้ายจะวิ่งไปเอาทอง และขี่รถ จยย. หนีไป ส่วนพวกตนได้พยายามดึงกุญแจมือที่คนร้ายคล้องกับราวตากผ้าหลุด พร้อมโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบเบื้องต้นพบทรัพย์สินเป็นทองรูปพรรณ ทั้งที่จัดเรียงไว้ในกระบะเพื่อตั้งโชว์ในร้าน ทองจำนำของลูกค้า และทองรูปพรรณที่ซื้อมาไว้เตรียมขายในกล่องกระดาษหายไป น้ำหนักรวมหลายร้อยบาท เงินสดอีก 1.5 ล้านบาท เครื่องบันทึกกล้องวงจรปิด และปืนลูกโม่ อีก 1 กระบอก ซึ่งทั้งหมดเก็บไว้ในตู้เซฟ

อย่างไรก็ตาม จากการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ ทราบว่า เห็นคนร้ายเป็นชาย สะพายกระเป๋าสีเหลี่ยมสีดำคล้ายกระเป๋าโน้ตบุ๊ก และสะพายเป้สีดำอีก 1 ใบ เดินออกจากร้านมาจากร้าน ก่อนสตาร์ตรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า มีโอ สีดำ หมายเลขทะเบียน กวม 397 ศรีสะเกษ ขี่หลบหนีผ่านหน้าห้างบิ๊กซีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงวิทยุสกัดจับ

กระทั่งเวลา 09.58 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถจักรยานยนต์ตามที่รับแจ้ง จอดทิ้งไว้ภายในลานจอดรถหอพักโอบอ้อม ซอยชยางกูร 40 ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี จากการสอบถามทราบว่า เป็นของวัยรุ่นที่มาเช่าห้องภายในหอพักดังกล่าว แต่เพิ่งขับรถยนต์เก๋งโตโยต้าโซลูน่า สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน กต 1512 อุบลราชธานี ออกไป เจ้าหน้าที่จึงขยายผล พร้อมตรวจสอบผู้ครอบครองรถ จนทราบว่ามีบ้านพักอยู่ที่บ้านเลขที่ 347 ถนนพิชิตรังสรรค์ ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี จึงนำกำลังเข้าไปตรวจสอบ โดยทำการปิดล้อมรอบบริเวณป้องกันคนร้ายหลบหนี และไปพบรถยนต์เก๋งดังกล่าวจอดอยู่ภายในลานจอดรถฉัตรสุรีย์แมนชั่น ห่างจากบ้านพักประมาณ 200 เมตร ภายในรถพบอาวุธปืนจำนวน 3 กระบอก และกระเป๋าสะพายแบบสี่เหลี่ยมสีดำ ภายในมีทองคำรูปพรรณจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดไว้

ขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง ปิดล้อมกดดันผู้ต้องหาภายในบ้านพัก ก่อนที่จะมีชาย ทราบชื่อ นายศราวุธ กาศสกุล อายุ 21 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของบ้าน ยอมเปิดประตูออกมา พร้อมรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุจี้ชิงทองจากร้านทองเยาวราชบิ๊กซีจริง โดยทองคำทั้งหมดอยู่ภายในรถยนต์ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งซ่อนไว้ในถังน้ำพลาสติก แต่ไม่พบเงินสด จึงเค้นสอบ ก่อนคนร้ายจะยอมเปิดปากว่า นำเงินสดให้ น.ส.อรชร คงมาลัย อายุ 19 ปี แฟนสาว ขึ้นแท็กซี่หลบหนีไปแล้ว เจ้าหน้าที่จึงวิทยุสกัดจับอีกรอบ กระทั่งไปพบอยู่บนรถแท็กซี่ บริเวณหน้าร้านดีว่า ถนนเลี่ยงเมือง ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี ตรวจค้นพบเงินสด 1.5 ล้าน และทองรูปพรรณอีกจำนวนหนึ่งในกระเป๋าสะพายข้างสีเทาของผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวมาที่บ้านเลขที่ 347 ถนนพิชิตรังสรรค์ พร้อมผู้เสียหายเข้าตรวจสอบทรัพย์สินทั้งหมด

สำหรับการเข้าตรวจสอบบ้านผู้ต้องหา ซึ่งเป็นอาคารพานิชย์ 3 ชั้น เจ้าหน้าที่พบว่าในบ้านดังกล่าวมีการติดกล้องวงจรปิดรอบบ้านไว้หลายตัว มีการตั้งเสาวิทยุขนาดใหญ่ บนห้องนอนชั้น 2 พบเครื่องมือวิทยุสื่อสารโมบาย 3 เครื่อง ซึ่งนายศราวุธ ผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่าเป็นหนึ่งในแอดมินผู้ก่อตั้งแฟนเพจ ในเฟซบุ๊ก ใช้ชื่อว่า "มีด่านบอกด้วย อุบลราชธานี" ซึ่งเป็นเพจที่ใช้บอกการตั้งด่านของเจ้าหน้าที่ตำรวจในจุดต่าง ๆ ของจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีแฟนเพจกว่า 1.3 แสนคน

ต่อมา เวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่ควบคุมตัว นายศราวุธ ผู้ต้องหามาทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ ท่ามกลางไทยมุงเป็นจำนวน โดยนายศราวุธ ให้การสารภาพว่าตนทำคนเดียว โดยเตรียมการจี้ชิงทรัพย์ร้านทองแห่งนี้มาเป็นเวลานานกว่า 1 สัปดาห์แล้ว อาวุธปืนที่ใช้ทั้ง 2 กระบอก คือ ปืนกล็อก ซีแซด 9 มม. และ ลูกโม่ สมิทแอนเวสสัน .32 พร้อมกุญแจมือที่ใช้สั่งซื้อมาจากทางอินเทอร์เน็ต โดยลงมือก่อเหตุในช่วงเวลา 05.00 น. ที่ผ่านมา ใช้คีมตัดเหล็กอย่างดีตัดเหล็กกุญแจประตูม้วนเข้ามา ก็พบว่า ประตูกระจกชั้่นที่ 2 ไม่ได้ล็อก จึงเข้ามานั่งรออยู่ภายในร้านอย่างง่ายดาย ซึ่งทองส่วนหนึ่งตนได้โยนทิ้งแม่น้ำมูลน้อย บริเวณสะพานวังแดง ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี และส่วนหนึ่งให้ น.ส.อรชร แฟนสาว นำหลบหนีไปพร้อมเงินสด แต่ก็ไม่รอด สาเหตุเพราะต้องการเงินมาใช้จ่าย และคิดว่าเตรียมการมาเป็นอย่างดี ไม่คิดว่าจะถูกจับกุมได้ดังกล่าว หลังทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายศราวุธ และ น.ส.อรชร ไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement