advertisement

'ช้างป่า' ทำร้ายหญิงสาวดับริมถนน ขณะขี่จยย.กลับบ้าน

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 27 ส.ค. 2556 02:45

ช้างป่า เข้าทำร้ายหญิงสาวจนร่างเละเสียชีวิต ขณะขี่จยย.และทำถุงยาตก จึงก้มลงเก็บ ถูกช้างพลายวัย 10 ปี พุ่งเข้าชาร์จใช้เท้าเตะไปมา ตร.ผ่านมาเห็นยิงปืนขึ้นฟ้ายังไม่หยุดช่วยชีวิตไม่ทัน...

เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. วันที่ 26 มี.ค.  เกิดเหตุช้างป่าที่หากินอยู่ริมถนนสายหนองพลับ-ป่าละอู ทำร้ายหญิงสาวเสียชีวิต ขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับจากโรงพยาบาลหัวหิน เพื่อกลับบ้านในพื้นที่หมู่ 3 ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยผู้เห็นเหตุการณ์ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ทัน จึงแจ้งเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองพลับ

ต่อมา ร.ต.อ.นฤปนาถ หนูจุ้ย ร้อยเวรสอบสวน สภ.บ้านหนองพลับ ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ใกล้ที่ทำการศูนย์ข้อมูลข่าวช้างป่าแก่งกระจาน กม.ที่ 43 หมู่ที่ 1 บ้านเฉลิมเกียรติพัฒนา ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน พบร่าง น.ส.สุธางศุ์รัตน์ ดิลกพรเสรี อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 3 ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ สภาพร่างกายแหลกเหลว

ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ขณะที่ผู้ตายขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านจุดเกิดเหตุ ซึ่งมีช้างพลายป่า อายุ 10 ปี หากินอยู่ข้างทาง แต่ถุงยารักษาอาการอัมพาตของผู้เป็นแม่ที่อยู่ในตะกร้ารถหล่น จึงเลี้ยวรถกลับไปจอดและก้มลงเก็บ เป็นจังหวะกับที่ช้างป่าซึ่งหากินอยู่ใกล้ๆ ได้เดินเข้าไปกระชากรถจักรยานยนต์ขณะผู้ตายกำลังก้มลงเก็บถุงยาจนล้มลง และเข้าไปกระชากร่าง ใช้เท้าเตะไปมา ซึ่งผู้พบเห็นได้แต่ตะโกนร้องขับไล่ช้าง แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปให้ความช่วยเหลือ กระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจผ่านมา ได้ยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อไล่ช้างให้ออกไป แต่ช้างยังคงเตะร่างหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายจนกระเด็นตกไปอยู่ริมไหล่ทาง ก่อนเดินหนีเข้าป่าไป ซึ่งเมื่อเข้าไปให้ความช่วยเหลือพบว่า ได้เสียชีวิตแล้ว

หลังเกิดเหตุ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้เดินทางมาที่เกิดเหตุพร้อมกับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า และได้พบกับญาติของผู้เสียชีวิต ซึ่งมีบุตรสาววัย 10 ขวบ โดยญาติบอกว่า น.ส.สุธางศุ์รัตน์ อยู่กับบุตรสาวเพียง 2 คน อีกทั้งมีแม่ซึ่งป่วยเป็นอัมพาตอยู่ โดยก่อนเกิดเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปรับยาที่โรงพยาบาลเพื่อมาให้แม่ที่ป่วย แต่เคราะห์ร้ายถูกช้างป่าทำร้ายจนเสียชีวิต

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ผู้ตายเป็นชาวบ้านที่สัญจรผ่านไปมา แต่ต้องมาประสบเคราะห์กรรม จากช้างป่าซึ่งเป็นช้างของอุทยานฯ ดังนั้นทางอุทยานฯจะต้องรับผิดชอบในความสูญเสียที่เกิดขึ้นของชาวบ้าน เบื้องต้นได้มอบเงินช่วยเหลือให้กับครอบครัวผู้ตาย 3 หมื่นบาท และจะเป็นเจ้าภาพในการจัดพิธีทางศาสนาให้กับผู้ตาย พร้อมทั้งจะทำหนังสือขอความช่วยเหลือไปยังกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช รวมทั้งกองทุนช้างที่ได้มีการจัดตั้งไว้ เพื่อช่วยเยียวยาให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิต อีกทั้งจะต้องรับผิดชอบเรื่องการเรียนของลูกสาววัย 10 ขวบของผู้ตายอีกด้วย ซึ่งรู้สึกสลดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยจะพยายามอย่างที่สุดในการช่วยเหลือเรื่องเงินเยียวยา

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement