advertisement

เร่งล่า 'ด.ต.-เมีย' ฆ่าฝังเสมียนตรา อ.รัตนบุรี

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 6 ส.ค. 2556 10:28

คดีฆ่าปาดคอเสมียนตรา จ.สุรินทร์ เริ่มคืบ พบครอบครัวดาบตำรวจเจ้าของบ้านที่พบศพมีหนี้สินนับล้าน หลังเกิดเหตุหายตัวทั้งบ้านพร้อมเงินสด...

วันที่ 6 ส.ค.56 ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานถึงความคืบหน้าคดีฆาตกรรมชิงทรัพย์เสมียนตรา อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ หลังจากเมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา ร.ต.ท.ประสิทธิ์ สมศรี ร้อยเวร สภ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ได้รับแจ้งว่าพบศพนางอัจฉรียา หอมขจร เสมียนตรา อ.รัตนบุรี ถูกฝังอยู่ที่บริเวณหลังบ้านเลขที่ 11 ม. 1 บ.ไผ่ ต.ไผ่ อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ โดยศพถูกฝังดินลึกลงไปประมาณ 1 เมตร สวมเสื้อม่อฮ่อมแขนสั้น กางเกงขายาวสีเข้ม ที่บริเวณลำคอพบร่องรอยของมีคมปาดลึกถึงหลอดลม ความยาวประมาณ 10 ซม.ลึกประมาณ 3 ซม.ขณะที่ในมือกำเส้นผมไว้กระจุกหนึ่ง โดยศพเริ่มขึ้นอืดและส่งกลิ่นเหม็นแล้ว

ทั้งนี้บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านของ ด.ต.รัฐกาญจน์ เกิดทองคำ อายุ 40 ปี ผบ.หมู่ป้องกันปราบปราม สภ.ดอนแรด อ.รัตนบุรี ที่หายตัวไปพร้อมกันกับนางสุภาวดี เกิดทองคำ อายุ 32 ปี ตำแหน่งผู้ช่วยเสมียนตรา อ.รัตนบุรี ซึ่งทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน และเป็นกรรมการรับเงินพร้อมกับผู้ตายหลังพบข้อมูลใหม่ว่าทั้งหมดได้มีการนำเงินสดจำนวนถึง 1 ล้าน 7 หมื่นบาท ไปส่งชำระคืนธนาคารออมสิน สาขารัตนบุรี หลังได้นำเงินที่หักจากเงินเดือนของกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ อ.รัตนบุรี ที่กู้ไปเพื่อรวบรวมส่งชำระคืนธนาคารออมสินดังกล่าว ก่อนที่ทั้งหมดจะหายตัวไปพร้อมกันเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ของวันศุกร์ที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา และพบรถยนต์เก๋ง โตโยต้า วีออส ของผู้ตายถูกเผาในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ  นอกจากนี้ยังพบว่าลูกสาวอีก 2 คน อายุ 14 ปี และ 7 ปี ก็หายตัวไปด้วย

โดยการพบศพดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก ชุดคลี่คลายคดีได้นำหมายของศาลจังหวัดรัตนบุรีเลขที่ 16/2556วันที่ 5 ส.ค.2556 เข้าค้นบ้านเลข 11 หมู่ 1 ต.ไผ่ อ.รัตนบุรี ของ ด.ต.รัฐกาญจน์ เกิดทองคำ และนางสุภาวดี เกิดทองคำ หลังได้เบาะแสว่าทั้งคู่น่าจะมีส่วนรู้เห็นกับการหายตัวไปอย่างมีปริศนา

จากการตรวจสอบภายในบ้าน ปรากฏพบว่าบ้านหลังดังกล่าวถูกปิดล็อกไว้เป็นอย่างดี จึงประสานนายวิรัช ขันขาว อายุ 61 ปี บิดาของนางสุภาวดี มานำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น โดยต้องปีนเข้าหน้าต่างข้างบ้าน ภายในพบรูปรถเก๋งที่ถูกไฟไหม้วางอยู่บนโต๊ะคอมพิวเตอร์ 1 รูป ซึ่งด้านล่างของรูปมีการวาดลูกศรชี้ พร้อมข้อความระบุบว่า "ลาก่อน" ส่วนภายในห้องนอนถูกรื้อค้นกระจุยกระจาย ในห้องครัวพบถังแก๊สหุงต้มขนาด 15 กิโลกรัม วางอยู่ 2 ถัง ซึ่งเป็นขนาดเดียวกันกับที่พบในรถเก๋งที่ถูกเผาด้วย นอกจากนี้ยังพบกองเศษขี้เถ้าข้างบ้าน และล้ออะไหล่รถขนาดเดียวกับรถที่ถูกเผาเปื้อนเลือดพิงอยู่ที่เสาของโรงรถ ทั้งยังพบผ้าหุ้มเบาะและหุ้มพวงมาลัยรถถูกแช่อยู่ในเครื่องซักผ้า ซึ่งมีหลักฐานว่าน่าจะเป็นของในรถ ด.ต.รัฐกาญจน์

ระหว่างนั้นชุดคลี่คลายคดีพบร่องรอยการตัดต้นไม้และรอยขุดดินใหม่ ๆ ห่างจากหลังบ้านประมาณ 4 เมตร จึงประสานหน่วยกู้ภัย อบต.ไผ่ และหน่วยกู้ภัยจิ๊บเต็กเซียงตึ้ง มาช่วยขุดค้น และลึกลงเพียง 93 เซนติเมตร พบศพหญิงสาวสวมเสื้อม่อฮ่อมแขนสั้น กางเกงสีดำ ที่ลำคอมีรอยบาดแผลลึก 3 เซนติเมตรคล้ายถูกเชือดด้วยของมีคม ในมือข้างซ้ายมีเส้นผมกระจุกใหญ่ แพทย์สันนิษฐานว่าเสียชีวิตมาประมาณ 3 วัน จึงติดต่อให้ น.ส.นิศานาฏ แบบอย่าง อายุ 20 ปี ลูกสาวของนางอัจฉรียา มาดูศพแล้วยืนยันว่าเป็นแม่ของตนเองแน่นอน ก่อนที่ตำรวจจะเก็บรวบรวมพยานหลักฐานและนำส่งส่งโรงพยาบาลสุรินทร์เพื่อตรวจพิสูจน์ตามหลักนิติวิทยาต่อไป

ล่าสุดเมื่อกลางดึกที่ผ่านมาที่ สภ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ หลังพบศพเสมียนตรา อ.รัตนบุรี แล้ว พ.ต.อ.สานนท์ สามนปาล ผบก.สภ.รัตนบุรีฯ พร้อมพนักงานสอบสวน สภ.รัตนบุรี ได้เร่งสอบเครียดบิดาและญาติพี่น้องของ นางสุภาวดี เกิดทองคำ ตำแหน่งผู้ช่วยเสมียนตรา อ.รัตนบุรี ผู้ต้องสงสัย คดีฆาตกรรมนางอัจฉรียา หอมขจร โดยได้เรียกตัวนายวิรัช ขันขาว บิดาของนางสุภาวดี ผู้ต้องสงสัยและเพื่อนบ้านใกล้เคียงมาสอบสวนนานนับชั่วโมง รวมทั้งเรียกตัวลูกสาวของผู้ตาย อายุ 20 ปี มาสอบสวนรวบรวมข้อมูลเพิ่ม  

โดยจากการสอบสวนในเบื้องต้นพอจะทราบมูลเหตุของการฆาตกรรมครั้งนี้ว่าน่าจะเกิดจากการฆาตกรรมเพื่อชิงทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 1 ล้าน 7 หมื่นบาท ที่เตรียมนำส่งชำระคืนธนาคารออมสิน ซึ่งผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 ราย เป็นกรรมการรับเงินร่วมกับผู้ตาย และสันนิษฐานว่า ระหว่างที่ทั้งหมดเดินทางเพื่อนำเงินส่งชำระคืนธนาคารออมสิน ผู้ต้องสงสัยจึงถือโอกาสจี้ปาดคอเพื่อชิงทรัพย์ก่อนนำรถไปเผาทำลายหลักฐาน พร้อมนำศพไปฝังอำพรางที่หลังบ้านของตนเอง ก่อนหลบหนีไปพร้อมกับลูกสาวอีก 2 คนดังกล่าว

และจากการสอบถามเพื่อนบ้านทราบว่า 2 สามีภรรยาผู้ต้องสงสัย มีหนี้สินล้นพ้นตัวประมาณ 2 ล้านบาท และยังพัวพันเรื่องของการพนันอีกด้วย จึงตัดสินใจวางแผนฆ่าชิงทรัพย์เพื่อนำเงินหลบหนีไป ขณะนี้ชุดสืบสวนสอบสวน สภ.รัตนบุรี อยู่ระหว่างสืบสวนติดตามจับกุมตัว และยังได้ประสานไปยังตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่มีพื้นที่ติดกับประเทศเพื่อน บ้านให้ช่วยสกัดจับตัวบุคคลดังกล่าวหวั่นหนีไปกบดานยังประเทศเพื่อนบ้านแล้ว.

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement