advertisement

ดีเอสไอพบหลักฐานเพิ่ม 'เณรคำ'หอบเงิน28ล้าน ซื้อรถแจก35คัน

โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 12 ก.ค. 2556 05:00

'เณรคำ' รวยไม่เลิก ดีเอสไอพบหลักฐานใหม่ หอบเงินสดกว่า 28 ล้านบาท ซื้อรถอีก 35 คันแจก เจ้าหน้าที่เร่งสอบที่มาของเงิน ยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ...

วันที่ 11 ก.ค. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า หลังจากดีเอสไอสอบสวนพบหลวงปู่เณรคำ ซื้อรถเบนซ์ 22 คัน มูลค่ากว่า 95 ล้านบาท จากเบนซ์อุบลราชธานี ล่าสุดวันนี้ตนได้รับผลการตรวจสอบจาก พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ดีเอสไอ ว่าดีเอสไอได้พบรถยนต์หลายยี่ห้อของหลวงปู่เณรคำ เพิ่มอีก 35 คัน มูลค่ากว่า 28 ล้านบาท เป็นการซื้อรถด้วยเงินสดมาจากหลายแหล่งในชื่อของหลวงปู่เณรคำ ส่วนจะใช้เงินอะไรเอาไปไหน ไปแจกใคร หรือมีพฤติการณ์ฟอกเงินหรือไม่ ดีเอสไอกำลังตรวจสอบ เราได้บัญชีจากลูกศิษย์ ที่เป็นผู้ดำเนินการไปซื้อรถ กำลังสอบว่าซื้อมาจากไหน ราคาเท่าไร ไปอยู่กับใคร โอนไปอย่างไร ส่วนคนที่รับรถจากหลวงปู่เณรคำ ต้องพิจารณาเป็นรายกรณี เช่น หากเณรคำนำรถไปบริจาคให้วัด ซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้ยานพาหนะ ทางวัดก็รับไว้โดยสุจริต เอามาใช้ในกิจกรรมของสงฆ์ ไม่ใช่เอามาเป็นเครื่องประดับ เราต้องเข้าใจทางวัดที่รับไม่น่ามีอะไรผิด ต้องดูบริบทเป็นเรื่องๆ จะไปกล่าวหาว่าใครรับรถไว้ผิดหมดคงไม่ได้ ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

อธิบดีดีเอสไอ กล่าวอีกว่า ส่วนข้อมูลลับที่หลวงปู่อิสระให้ ท่านขอไม่ให้เปิดเผย เราจะปรึกษากับ พศ. โดยจะทำด้วยความรอบคอบ ชั้นนี้เป็นเพียงการกล่าวหา ส่วนการตรวจดีเอ็นเอของพ่อแม่เณรคำ เจ้าหน้าที่กำลังหาวิธีดำเนินการ ต้องได้รับความเห็นชอบจากศาลด้วย แต่ได้ญาติใกล้ชิดของหลวงปู่เณรคำมาตรวจดีเอ็นเอแล้ว ส่วนพ่อแม่หลวงปู่เณรคำ บังคับตรวจดีเอ็นเอตามกฎหมายไม่ได้ แต่ดีเอสไอจะหาวิธีให้ผลการตรวจดีเอ็นเอออกมาให้ได้ ส่วนกรณีมีข่าวหลวงปู่เณรคำหลบหนีไปสหรัฐอเมริกา พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว ผบ.สำนักคดีความมั่นคง ดีเอสไอ ได้หารือกับ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักษ์สกุล ผบ.สำนักกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ ดีเอสไอ ว่ากรณีเหล่านี้จะติดตามประสานงานกับต่างประเทศอย่างไร คงได้แนวทางปฏิบัติระหว่างประเทศต่อไป

นายธาริต กล่าวอีกว่า ส่วนการจะออกหมายจับ เรา 5 หน่วยงาน ประสงค์จะให้หลวงปู่เณรคำพ้นจากความเป็นพระก่อน เมื่อเป็นนายเราก็สะดวกใจใน การขอหมายจับพระ เป็นสิ่งที่เราไม่พึงปฎิบัติ ต้องสอบถามจากสำนักงานพระพุทธศาสนา(พศ.) ตนไม่อยากก้าวล่วง ดีเอสไอทำอย่างเต็มที่โดยแจ้ง พศ. ดำเนินการให้หลวงปู่เณรคำพ้นสภาพ อย่างไรก็ตาม เรามีเวลาในการรอว่าแค่ไหน แต่ละประเทศมีอำนาจอธิปไตย การจะไปใช้อำนาจไปสอบ ไปจับข้ามประเทศทำไม่ได้ ต้องขอความร่วมมือตามขั้นตอน เรื่องนี้ไม่ได้ทำงานล่าช้า ส่วนความผิดที่เราตั้ง 8 ประการ ก็เป็นการตั้งเบื้องต้น ต้องหาพยานหลักฐานมาสนับสนุนให้เพียงพอการ แจ้งข้อกล่าวหา และการส่งสำนวนฟ้องต่อัยการต้องใช้เวลา

อธิบดีดีเอสไอ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีข่าวกองปราบปราม เตรียมออกหมายจับหลวงปู่เณรคำ หลวงปู่เณรคำถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดทางอาญา ก็ดำเนินอาญาได้หลายหน่วย แต่เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน กฎหมายดีเอสไอจึงเขียนไว้ว่าถ้าเป็นคดีพิเศษแล้ว ดีเอสไอต้องแจ้งให้หน่วยอื่นทราบ เพื่อจะได้ส่งสำนวนการสอบสวนให้ดีเอสไอภายใน 3 วัน ตนไม่แน่ใจว่าหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้มีหนังสือแจ้งกองปราบหรือยัง ระหว่างนี้ถ้ากองปราบเห็นว่าไปทำอะไรจะเป็นประโยชน์กับคดี กองปราบทำก็ไม่เสียหาย เป็นการเสริมซึ่งกันละกันสุดท้ายความรับผิดชอบจะมาอยู่ดีเอสไอ เป็นการช่วยการทำงาน

พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ดีเอสไอ กล่าวว่า ดีเอสไอได้ข้อมูลว่า มีลูกศิษย์หลวงปู่เณรคำคนหนึ่ง เป็นผู้รับหน้าที่ซื้อรถให้ ดีเอสไอจึงลงพื้นที่สืบสวนจนเจอตัว จากการสอบสวนเบื้องต้น พยานคนดังกล่าวให้การว่า เป็นผู้จัดซื้อรถยนต์ 35 คัน ด้วยเงินสดประมาณ 28 ล้านบาท ให้หลวงปู่เณรคำ โดยหลวงปู่เณรคำจะเป็นคนกำหนดรุ่นว่าให้ซื้อรถยนต์รุ่นไหน เอาออฟชันอะไรบ้าง ก่อนที่พยานจะดำเนินการจัดซื้อให้ทั้งหมด จากนั้นนำรถไปจดทะเบียนกับขนส่ง ซึ่งรถลอตนี้มีการนำไปแจกทั้งหมดแล้ว ซึ่งดีเอสไอกำลังสอบสวนรายละเอียดจากพยานคนดังกล่าว ว่าไปซื้อรถที่ใด วันเวลาใดบ้าง ส่วนพยานคนดังกล่าวเกรงเรื่องความปลอดภัยจึงไม่อยากเปิดเผยตัว สำหรับการซื้อรถเบนซ์ของหลวงปู่เณรคำที่ตรวจพบครั้งแรก 22 คัน มูลค่า 95 ล้านบาทและลอตนี้อีก 35 คัน มูลค่า 28 ล้านบาท.

โหวตข่าวนี้