advertisement

ตร.ตั้งธง'ชู้สาว' ปมฆ่าปลัดอบจ.ขอนแก่น

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 27 มิ.ย. 2556 02:40

กองปราบปรามลงพื้นที่ภาค 4 ร่วมสืบคดีฆ่าปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ทั้งสองฝ่ายมั่นใจรวบผู้บงการได้แน่ ตั้งธงปมชู้สาว...

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 26 มิ.ย. 56 ที่ ศปก.ภ.4 พล.ต.ต.ศักดา เตชะเกรียงไกร รองผบช.ภ.4 ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีคนร้ายยิง นายสุชาติ โคตรทุม ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ขอนแก่น เสียชีวิตที่บริเวณหน้าบ้านพัก ภายในคุ้มจอมพล ถนนกสิกรทุ่งสร้าง เขตเทศบาลนครขอนแก่น เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา พร้อมด้วย พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา รอง ผบช.ภ.4 ได้เรียกชุดสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าว และเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก บก.สส.ภ.4 สืบสวน ภ.จว.ขอนแก่น สืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เข้าประชุมอย่างเร่งด่วน ร่วมกับ พ.ต.อ.ประสบโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม

พล.ต.ต.ศักดา กล่าวว่า พนักงานสืบสวนสอบสวนชุดคลี่คลายคดีได้มีการสรุปผลการทำงานที่ยืนยันชัดเจนว่า ผู้ต้องหาที่ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้มีทั้งหมด 5 คน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวได้แล้วรวม 4 คน ประกอบด้วย พ.ต.ท.สมจิต แก้วพรม รอง ผกก.(ป.) สภ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น หัวหน้าชุดและมือสังหาร ด.ต.วีระศักดิ์ ชำนาญพล ผบ.หมู่.(ป.) สภ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น นายประพันธุ์ ศรีพิลัย และนายบุญช่วย จูงกลาง ขณะที่ผู้ต้องหาคนที่ 5 คือนายปิยะพงษ์ มีกำปัง ขณะนี้อยู่ในระหว่างการหลบหนีจับกุม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับไปแล้วในข้อหาเดียวกันและเร่งติดตามจับกุมตัวอยู่

ทั้งนี้ หากการเผชิญหน้าเกิดขึ้นและผู้ต้องหาขัดขืนหากจำเป็นต้องใช้กำลัง ตำรวจก็จะต้องดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อจับกุมผู้ร่วมขบวนการฆ่านายสุชาติให้ได้ทั้งหมด ถือเป็นคดีอุจฉกรรจ์ที่ตำรวจให้ความสำคัญ และเร่งสืบสวนสอบสวนอย่างเต็มที่ควบคู่ไปกับการสอบสวน ซึ่งคดีดังกล่าวมีความคืบหน้ากกว่าร้อยละ 70

ในคดีนี้ตำรวจภูธรภาค 4 ประชุมร่วมกับตำรวจกองปราบฯ เพราะการทำงานที่ต้องมีการประสานกัน การที่ตำรวจกองปราบปรามมาร่วมคลี่คลายคดีถือเป็นการลดช่องว่างและแก้ข้อครหา ที่หลายฝ่ายมองว่าตำรวจภูธรภาค 4 จะให้ความช่วยเหลือผู้ต้องหาที่เป็นตำรวจด้วยกัน ซึ่งตำรวจกองปราบปรามจะส่งชุดสืบสวนและพนักงานสอบสวนมาร่วมทำคดีและร่วมสรุปสำนวนก่อนส่งฟ้องต่อศาลจังหวัดขอนแก่น ซึ่งขณะนี้เหลือเพียงขั้นตอนสุดท้ายก็จะสามารถที่จะส่งสรุปสำนวนได้ในช่วงต้นเดือน ก.ค. แต่ทั้งนี้การทำงานร่วมกันระหว่าง 2 หน่วย จะทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและสาวถึงผู้บงการได้

ส่วนประเด็นการสังหารยังยืนยันเช่นเดิมคือเรื่องชู้สาว แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดของฝ่ายหญิงได้ เกรงจะเสียชื่อเสียง ส่วนการติดตามจับกุมผู้ต้องหารายสุดท้าย หรือรายที่ 5 นั้น คาดว่าขณะนี้ยังคงหลบหนีอยู่ภายในประเทศไทย ส่วนการส่งฟ้องในคดีนั้นพนักงานสอบสวนมีการสรุปผลการดำเนินงานและรวบรวมพยาน อย่างครอบคลุมทุกด้าน ตำรวจทำงานกันเร็วแต่ต้องรอบคอบให้มากที่สุด เพราะถือเป็นคดีที่ทุกฝ่ายให้ความสนใจและให้ความสำคัญ

ทางด้าน พ.ต.อ.ประสบโชค กล่าวว่า ชุดเฉพาะกิจที่ถูกจัดส่งมาร่วมทำงานกับตำรวจพื้นที่ในภาค 4 นั้น จะร่วมกันทั้งด้านการสืบสวนและการสอบสวน ซึ่งการติดตามจับกุมผู้ต้องหาคนสุดท้าย เป็นเรื่องที่สำคัญที่จะต้องเร่งรัดจับกุม เพราะการส่งฟ้องสำนวนขณะนี้พนักงานสอบสวนจะฟ้องหมดทั้ง 5 คน ในข้อกล่าวหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ไม่มีใบอนุญาตพกพาอาวุธ และพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะ

อย่างไรก็ตาม แม้ผู้ต้องหาทั้ง 4 คนได้ให้การปฎิเสธและไม่ให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนและทางตำรวจเชื่อว่าจะให้การปฏิเสธในชั้นศาล แต่ด้วยพยานหลักฐานที่มีอยู่ทั้งหมดจะสามารถเอาผิดได้ ในขณะที่ประเด็นของการลอบสังหารนั้น ทางตำรวจภาค 4 ยังคงตั้งไว้ในเรื่องส่วนตัวและเรื่องชู้สาว.

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement