advertisement

เณรคำสร้างพระแก้วไม่ได้ขออนุญาต

โดย ทีมข่าวหน้า 1 24 มิ.ย. 2556 08:08

หลวงปู่เณรคำเจอวิบากกรรมซ้ำ กรมศิลป์ตรวจสอบพบสร้างพระแก้วมรกตองค์ใหญ่ที่สุดในโลกไม่ได้ขออนุญาตถือว่าทำผิดระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ขณะที่ ผอ.สำนักพุทธฯชี้ช่องเจ้าของที่ดินสามารถยื่นเปลี่ยนตัวเจ้าอาวาสได้ หากมีการยื่นขอสร้างเป็นวัด ส่วนคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง รับยังไม่สามารถทำอะไรได้ ต้องรอหลวงปู่เณรคำกลับมาก่อน ได้แต่รวบรวมข้อมูลที่มีทั้งหมดแจ้ง “สมเด็จพระวันรัต” รักษาการเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุตแล้ว ส่วนกลุ่มลูกศิษย์ออกมาโต้รายวันแก้ต่างเรื่องสร้างบ้านให้สาว อ้างเป็นพระอีกรูปแต่ชื่อคล้ายกัน

กรมศิลปากรแจงผิดระเบียบของ ศธ.

กลุ่มลูกศิษย์ของพระวิรพล สุขผล หรือหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ออกมาโต้รายวันแก้ต่างให้พระชื่อดัง โดยเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 23 มิ.ย. ที่สมาคมวิชาชีพผู้สื่อข่าวแห่งประเทศไทย อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี กลุ่มลูกศิษย์หลวงปู่เณรคำนำโดยนายสุขุม วงประสิทธิ์ ประธานที่ปรึกษาเครือข่ายบ้านวิมุตติธรรมเปิดเผยว่า สำหรับเรื่องบ้านที่สร้างไม่เสร็จใน อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเจ้าของที่อ้างว่าหลวงปู่เณรคำเป็นคนสร้างให้ลูกสาวนั้น ไม่เป็นความจริงแต่เป็นพระอีกรูปหนึ่งที่มีชื่อคล้ายกัน เป็นผู้สร้างบ้านหลังดังกล่าว และในวันที่ 24 มิ.ย.เครือข่ายบ้านวิมุตติธรรมจะลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ เพื่อเก็บข้อมูลผู้ที่ออกข่าวทำลายชื่อเสียงหลวงปู่เณรคำ หากมีโอกาสจะเข้าเยี่ยมนางลอน มนัส ที่อ้างเป็นเจ้าของที่ดินถวายวัดป่าขันติธรรมด้วย

ขณะที่นายภาณุ สุขวัลลิ โฆษกฝ่ายฆราวาสประจำตัวหลวงปู่เณรคำ กล่าวว่า บ้านหลังดังกล่าวสร้างไว้เมื่อปี 2546 ตอนนั้นหลวงปู่เณรคำอายุเพียง 24 ปี เริ่มมีชื่อเสียงและช่วงที่มีการบริจาคเงินมากที่สุดคือช่วงปี 2552-2553 ดังนั้น ช่วงปี 2546 หลวงปู่เณรคำคงไม่สามารถสร้างบ้านให้ใครได้แน่นอน แต่จากการตรวจสอบข้อมูลทราบว่ามีพระสร้างขึ้นจริง แต่เป็นพระรูปอื่นที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหลวงปู่เณรคำ

ด้านนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นางลอน มนัส ต้องการเปลี่ยนเจ้าอาวาสวัดป่าขันติธรรมแทนหลวงปู่เณรคำว่า วัดป่าขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ยังไม่ได้ขออนุญาตจัดตั้งวัด ดังนั้น หากนางลอนที่ยืนยันว่าเป็นเจ้าของที่ดินบริเวณวัดป่าขันติธรรม ต้องการที่จะให้พระรูปอื่นเข้ามาเป็นเจ้าอาวาสสามารถทำได้ เพราะการขออนุญาตตั้งวัดนั้นผู้ยื่นขอใบอนุญาตตั้งวัดจะต้องมีการระบุชื่อวัด ชื่อพระที่จะมาเป็นเจ้าอาวาสซึ่งผู้ที่จะมีสิทธิ์ในการทำเรื่องขออนุญาตตั้งวัดนั้นต้องเป็นบุคคลคนเดียวกันกับผู้ได้รับอนุญาตให้สร้างวัด หากไม่เป็นบุคคลคนเดียวกับผู้ได้รับอนุญาตให้สร้างวัด ต้องมีหนังสือมอบอำนาจจากผู้ได้รับอนุญาตสร้างหรือทายาท พร้อมหลักฐานประกอบ ดังนั้น หากนางลอน เป็นเจ้าของที่ดินจริงสามารถดำเนินการได้

ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาฯกล่าวอีกว่า การดำเนินการตรวจสอบในเรื่องของหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรมนั้น ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ไม่ได้นิ่งเฉย แต่เนื่องด้วยบทบาทหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาฯตามที่ระบุใน พ.ร.บ.คณะสงฆ์นั้น หากพระมีข้อกล่าวหาว่ามีการกระทำความผิด สำนักงานพระพุทธศาสนาฯไม่มีอำนาจในการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบพระรูปนั้น จะต้องเป็นหน้าที่เจ้าคณะผู้ปกครอง โดยทางสำนักงานพระพุทธศาสนาฯมีหน้าที่เพียงหาข้อมูลสนับสนุนการดำเนินการตรวจสอบของพระสงฆ์เท่านั้น

ขณะที่พระครูวัชรสิทธิคุณ เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต กล่าวว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีหลวงปู่เณรคำที่ตั้งขึ้นทำได้แค่รวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่เกิดขึ้นเท่านั้น เพราะจำเป็นที่จะต้องรอหลวงปู่เณรคำเดินทางกลับมาจากต่างประเทศก่อน ถึงจะสอบถามข้อเท็จจริงทั้งหมดได้ อย่างไรก็ตาม ทางพระครูวิสุทธิญาณ เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ได้สั่งการให้รวบรวมข้อมูลต่างๆ ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นรายงานไปยังพระธรรมฐิติญาณ เจ้าคณะภาค 10 ฝ่ายธรรมยุตและสมเด็จพระวันรัต รักษาการเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุตแล้ว

นายสหวัฒน์ แน่นหนา อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยถึงกรณีที่วัดป่าขันติธรรมสร้างพระแก้วมรกตองค์ใหญ่ที่สุดในโลกโดยไม่ขออนุญาตในการจัดสร้างตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2520 ที่ระบุว่าพระแก้วมรกตเป็น 1 ใน 61 พระพุทธรูปสำคัญที่จะต้องมีการขออนุญาตก่อนการจัดสร้างว่า พระพุทธมณีมหารัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต เป็นพระพุทธรูปสำคัญที่มีระเบียบว่า การจำลองจะต้องขออนุญาตจากกรมศิลปากรและจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักพระราชวัง ซึ่งจากการตรวจสอบไปยังทะเบียนของสำนักช่างสิบหมู่ พบว่าทางวัดป่าขันติธรรมไม่ได้ดำเนินการขออนุญาตเข้ามา ขณะเดียวกันทางสำนักพระราชวังได้หารือมายังกรมศิลปากรว่าให้ช่วยดูแลการจำลองพระพุทธรูปสำคัญเพราะปัจจุบันมีการนำไปจัดสร้างโดยไม่ได้ผ่านการรับอนุญาตมากขึ้น

ส่วน น.ส.มาลีภรณ์ คุ้มเกษม หัวหน้ากลุ่มนิติการ กรมศิลปากร กล่าวว่า ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2520 กำหนดไว้ชัดเจนว่า การจำลองพระพุทธสำคัญ 61 รายการ เช่น พระแก้วมรกต จะต้องขออนุญาตจากกรมศิลปากร เพื่อกราบบังคมทูลขอพระพระบรมราชานุญาตก่อนที่จะดำเนินการจัดสร้าง ส่วนระเบียบดังกล่าวนั้นไม่มีข้อกำหนดโทษ เนื่องจากไม่ได้เป็นข้อกำหนดในพระราชบัญญัติ

ที่ จ.ศรีสะเกษ ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านของนางลอน มนัส เลขที่ 122 หมู่ 1 บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ พบมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กันทรารมย์ คอยรักษาความปลอดภัยให้กับนางลอนและครอบครัว หลังจากที่นางลอนเข้าแจ้งความว่ามีคนข่มขู่ กรณีเปิดเผยเรื่องการจะสร้างวัดป่าขันติธรรมให้ถูกต้องตามกฎหมายด้วยตนเอง พบเพียงนายถวิล มนัส อายุ 70 ปี สามีของนางลอน ส่วนนางลอนไปธุระข้างนอก โดยนายถวิลกล่าวว่า ที่ดินดังกล่าวมีทั้งที่คนบริจาคให้วัดและทางวัดซื้อเพิ่มตั้งแต่หลวงปู่เดช เจ้าอาวาสรูปแรกและมรณภาพไปแล้ว โดยที่ดินทั้งหมดโอนมาให้นางลอน ภรรยาตนเป็นผู้ดูแล เนื่องจากนางลอนเป็นโยมอุปัฏฐากวัดมาโดยตลอด ภายหลังหลวงปู่เณรคำมาอยู่จะสร้างกุฏิศาลา สร้างพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งใช้พื้นที่กว้างขึ้น นางลอนจึงมอบที่ดินดังกล่าวให้เพื่อจัดสร้างวัด แต่ไม่มีการจัดตั้งเป็นวัดจนถึงทุกวันนี้

ส่วน พ.ต.อ.ภุชงค์ วรรณา ผกก.สภ.กันทรารมย์ กล่าวว่า หลังจากที่ได้รับแจ้งความไว้แล้วได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าเวรยามทั้งในและนอกเครื่องแบบไปดูแลความปลอดภัยโดยสั่งให้เจ้าหน้าที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้าไปคอยตรวจตราที่บ้านนางลอนเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับนางลอนและครอบครัว และให้เกิดความสบายใจ คลายความกังวลใจ ด้านนายวิรอด ไชยพรรณา ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ได้รับคำสั่งจากคณะกรรมาธิการศาสนาศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎรให้เข้าไปชี้แจงในเรื่องที่เกิดขึ้นกรณีวัดป่าขันติธรรมพร้อมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและหลวงปู่เณรคำ ในวันที่ 26 มิ.ย.นี้ แต่ไม่ทราบว่าหลวงปู่เณรคำได้รับหนังสือหรือไม่เพราะยังอยู่ต่างประเทศ

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าว จ.ตาก ไปสังเกตการณ์ที่วัดป่าขันติบารมี สาขา 88 ของหลวงปู่เณรคำที่บ้านม่อนหินเหล็กไฟ ต.มหาวัน อ.แม่สอด ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาพบศาลา 1 หลัง เรือนพักของหลวงปู่เณรคำ 1 หลัง และกุฏิเล็กๆปลูกเรียงรายเป็นแถวอีก 16 หลัง แต่ละหลังอยู่ในสภาพทรุดโทรม และกลางลานวัดมีรูปปั้นหลวงปู่เณรคำสูงตระหง่านตั้งไว้ สอบถามคนเฝ้าซึ่งเป็นชาวพม่าทราบชื่อนายหม่องจ่อ เปิดเผยว่า ในวัดมีพระจากวัดใกล้เคียงมาพักอาศัยอยู่ไม่กี่รูป ส่วนหลวงปู่เณรคำไม่ได้มาที่นี่ร่วม 2 ปีแล้ว หลังเกิดอุบัติเหตุรถชนขบวนรถหลวงปู่ที่โค้งทางสายแม่สอด-ตาก เมื่อวันที่ 13 ก.ย.54

สำหรับวัดป่าขันติบารมี ตอนหลวงปู่เณรคำมาสร้างใหม่ๆ มีญาติโยมจากทุกสารทิศแห่แหนมาทำบุญจำนวนมาก โดยเฉพาะสตรีคนหนึ่งใน อ.แม่สอดเป็นผู้ถวายที่ดินผืนนี้ ซึ่งกำหนดว่าจะสร้างเป็นวัดแต่ที่ดินผืนนี้เป็นที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ เพราะอยู่ในพื้นที่ความมั่นคงมีทหารเป็นผู้ดูแล ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิได้ ส่วนหลวงปู่เณรคำช่วงเดินทางมาพักที่นี่จะมีญาติโยมมาคอยปรนนิบัติ บริจาคทรัพย์จำนวนมากและมีภรรยานายตำรวจคนหนึ่งถวายเงินให้หลวงปู่ทีเดียว 5 ล้านบาท

โหวตข่าวนี้