advertisement

ไล่ยิงสนั่นกรุง! หนุ่มรถตู้คลั่งยา ซิ่งหนี ตร.ขอค้น

โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 19 มิ.ย. 2556 20:09

หนุ่มขับวินรถตู้คลั่งยา ตกใจ ตร.ขอตรวจค้น เหยียบคันเร่งหนี เจ้าหน้าที่ติดรถไปด้วย ก่อนเพื่อนตำรวจจะใช้ปืนพกยิงสกัดจนยางแบน แต่ยังแข็งใจขับไปไกลอีกกว่า 10 กิโลเมตร กระทั่งถูกจับกุม...

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 19 มิ.ย. 56 พ.ต.ท.วิเชียร แสงพิทักษ์ รอง ผกก.ป.สน.ตลิ่งชัน รับแจ้งเหตุมีชายเมายาบ้า ขับรถตู้พาตำรวจสายตรวจที่พยายามเข้าจับกุม หลบหนี จากถนนพุทธมณฑลสาย 1 มุ่งหน้าไปตามถนนบรมราชชนนี ฝั่งขาเข้า ต่อเนื่องเข้าถนนสิรินธร จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.ท.พิสิษฐ เทียนเงิน สวป.สน.ตลิ่งชัน ร.ต.อ.สมเกียรติ พานย้อย รอง สวป.สน.ตลิ่งชัน และกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจทั้งโรงพัก เข้าสกัดจับตามแผนยุทธวิธีที่เคยซักซ้อม

ระหว่างที่ตำรวจระดมกำลังตรวจหาอยู่นั้น พบรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคอมมิวเตอร์ สีขาว ทะเบียน ฮพ 2379 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถต้องสงสัย ตามรูปพรรณที่ได้รับแจ้ง กำลังใช้ความเร็วแล่นฉวัดเฉวียดปาดซ้ายแซงขวารถชาวบ้าน อยู่บนสะพานต่างระดับสายใต้เก่า มุ่งหน้าลงถนนสิรินธร ในสภาพยางหน้าด้านขวาและยางหลังทั้งสองข้างแตกแบนราบ รวม 3 เส้น เจ้าหน้าที่จึงขับรถติดตามไปไม่ลดละ แต่แทนที่คนร้ายจะหยุดรถให้เข้าตรวจสอบโดยดี กลับตัดสินใจยูเทริน์รถข้ามเกาะกลางบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าตั้งฮั่วเส็ง ย่านบางพลัด วกกลับมาทางถนนบรมราชชนนีอีกครั้ง แต่เนื่องจากสภาพยางรถทั้ง 3 เส้นหมดสภาพ รถจึงหยุดนิ่งอยู่กับที่ กีดขวางการจราจรรวม 2 ช่องทางด้านขวา ตำรวจจึงเข้าชาร์จจับกุม

จากการตรวจสอบในห้องโดยสารด้านหน้ารถ พบ จ.ส.ต.อาคม เพิ่มสุข ผบ.หมู่ (ป.) สน.ตลิ่งชัน แต่งกายชุดเครื่องแบบเต็มยศ กำลังปลุกปล้ำและพยายามเข้าล็อกคอโชเฟอร์ที่อยู่ในอาการเมายาบ้า ทราบชื่อต่อมาคือ นายภิญโญ หรือ บูรณ์ คล้ายทอง อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 68 ถนนเจริญนคร ซอย 22 แขวงบางลำภูล่าง เขตคลองสาน กทม. โดยระหว่างที่รถหยุดเคลื่อนที่ จึงเปิดโอกาสให้เพื่อนตำรวจสายตรวจช่วยกันเปิดประตูเข้าไปรวบตัวนายภิญโญลงจากรถ สับใส่กุญแจมือได้โดยละม่อม ค้นในคอนโซลและซอกหลืบตัวรถ พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ รวม 43 เม็ด มีดหัวตัดยาว 1 ฟุตครึ่ง 1 เล่ม และโทรศัพม์มือถือ 2 เครื่อง ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดไปดำเนินคดีที่ สน.ตลิ่งชัน

สอบสวน นายภิญโญ ผู้ต้องหา ให้การว่า ตนมีอาชีพขับรถตู้วิน จากขนส่งสายใต้ใหม่ รับส่งผู้โดยสารไป อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งรถคันดังกล่าวเป็นของตนเอง ดาวน์จากศูนย์ออกมามือหนึ่ง รับภาระผ่อนค่างวด เดือนละ 21,000 บาท นาน 84 งวด ด้วยเหตุที่มีค่าใช้จ่ายรายเดือนสูง จึงต้องวิ่งรถทุกวัน วันละอย่างต่ำ 3 เที่ยว ไม่มีวันหยุด ร่างกายจึงเกิดความอ่อนล้า ต้องหันหน้ามาเสพยาบ้าเพื่อให้เกิดความคึกคัก โดยยาบ้าของกลางตนซื้อจากเพื่อนชื่อ นายจ่อย ชาวบ้านในพื้นที่ อ.ปราณบุรี คราวละ 50 เม็ด ตกราคาเม็ดละ 150 บาท เพื่อเอาแบ่งไว้เสพทุกวัน วันละ 3-4 เม็ด หมดแล้วค่อยไปซื้อมาเสพใหม่

นายภิญโญ กล่าวต่อว่า ก่อนเกิดเหตุ เป็นช่วงพักระหว่างรอเข้าวินรับผู้โดยสารที่สายใต้ใหม่ ตนจึงจอดรถบริเวณด้านหน้าร้านอาหารวันซีซั่น ถนนพุทธมณฑลสาย 1 ก่อนถอดเสื้อ และเช็ดล้างรถจนเสร็จ จากนั้นก็ติดเครื่องยนต์เปิดแอร์ แล้วเสพยาบ้า รวม 4 เม็ด ผ่านไปประมาณ 30 นาที ก็มี จ.ส.ต.อาคม และเพื่อนสายตรวจอีก 1 นาย ขับรถ จยย.สายตรวจมาดักหน้า พร้อมเคาะกระจกขอขึ้นรถทำการตรวจค้น ด้วยความตกใจกลัว ประกอบกับกำลังเมายาบ้า ตนจึงเหยียบคันเร่งหลบหนี โดยพา จ.ส.ต.อาคม ติดรถมาด้วย กระทั่งถูกยิงยางจนรถหยุด และถูกล้อมจับกุมไว้ได้ในที่สุด

ด้าน พ.ต.ท.วิเชียร เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ จ.ส.ต.อาคม พร้อมด้วย ด.ต.ธนพัต นิลผาย คู่บัดดี้สายตรวจ ขี่รถ จยย.ผ่านไปเห็นนายภิญโญทำท่าทางลับๆ ล่อๆ อยู่บนรถตู้พอดี จึงเฝ้าสังเกตการณ์ และตัดสินใจเข้าไปขอตรวจค้น ปรากฏว่า ขณะ จ.ส.ต.อาคม ขึ้นไปบนรถทางประตูหน้าฝั่งผู้โดยสาร นายภิญโญก็เร่งเครื่องพุ่งชนรถ จยย.สายตรวจตราโล่ เลขที่ 54151 ซึ่งเจ้าหน้าที่จอดขวางหน้ารถตู้ตามยุทธวิธี พา จ.ส.ต.อาคม ออกจากจุดเกิดเหตุ ทำให้ ด.ต.ธนพัต ต้องตัดสินใจใช้ปืนประจำกายยิงใส่ยางรถเพื่อหยุดยั้ง แต่ผู้ต้องหายังแข็งใจขับรถมุ่งหน้าออกไปได้ไกลกว่า 10 กิโลเมตร กระทั่งถูกจับกุมได้ในที่สุด

พ.ต.ท.วิเชียร กล่าวอีกว่า เบื้องต้นนายภิญโญถูกแจ้งข้อหาครอบครองยาบ้าเพื่อจำหน่าย เสพยาบ้า และขัดขืนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ตลิ่งชัน ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วน จ.ส.ต.อาคม นั้น หลังเกิดเหตุมีอาการปวดศีรษะ คาดว่าอาจได้รับการกระทบกระเทือนช่วงที่ต่อสู้กับผู้ต้องหาขณะพยายามบังคับให้หยุดรถ ซึ่งได้ส่งตัวไปตรวจร่างกายที่ รพ.ตำรวจ ก่อนพาเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำตามกระบวนการต่อไป.

 

โหวตข่าวนี้