advertisement

'หลวงพี่น้ำฝน' แจงรถหรูมีลูกศิษย์ถวาย ยันเสียภาษีถูกต้อง

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 17 มิ.ย. 2556 18:06

'หลวงพี่น้ำฝน' เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม หอบหลักฐานพร้อมใบเสร็จ แจงรถจากัวร์มีลูกศิษย์ถวายเพื่อนำมาตั้งโชว์ที่วัด รับเป็นรถนำเข้ามาประกอบในเมืองไทย ยันเสียภาษีถูกต้อง...

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 17 มิ.ย. 56 ที่วัดไผ่ล้อม อ.เมือง จ.นครปฐม พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือ "หลวงพี่น้ำฝน" เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม พร้อมด้วย นายวิโรจน์ อุ่นทรัพย์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา (พศ.) จังหวัดนครปฐม นายธีรพัฒน์ ตุ้มทองคำ ตัวแทนมูลนิธิหลวงพ่อพูล ร่วมเปิดแถลงข่าว หลังรถยนต์หรูโบราณยี่ห้อ จากัวร์ แพนเธอร์ เปิดประทุน รุ่นปี ค.ศ.1975 สีดำ ทะเบียน กก-1177 กทม. ถูกทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แจ้งให้นำเอกสารในการเสียภาษีไปแสดง เนื่องจากเป็นรถนำเข้าจดประกอบนั้น

พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ เผยว่า จากกรณีที่มีข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์และทีวี โดยมีชื่อตนเข้าไปมีส่วนในการจดประกอบรถยนต์หรู หรือการขอนุญาตจำหน่ายรถยนต์ โดยเฉพาะรถยนต์ "จาร์กัว แพนเธอร์" ที่เป็นรถโบราณที่หาดูได้ยาก ราคาประเมินไม่ได้ โดยการนำเข้ามาประกอบในเมืองไทย เสียภาษีเรียบร้อยแล้ว ประกอบขึ้นเป็นคันแล้วนำมาจอดไว้ในวัด เพื่อให้สาธุชนที่ชื่นชอบรถเก่าโบราณได้ชมและศึกษาถ่ายรูปกัน เมื่อตกเป็นข่าว บรรดาศิษยานุศิษย์ต่างโทรศัพท์เข้ามาสอบถามกันมากมาย เป็นห่วงเป็นใยตนนั้น ตนจึงขอเปิดแถลงข่าวว่า รถคันนี้มีที่มาที่ไป เมื่อปี 2554 ตนได้เดินทางไปตามคำเชิญของศิษยานุศิษย์ที่นครลอสแองเจลิส มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และมีร้านอาหารไทยร้านหนึ่ง ที่ตนไปเจิมให้ มีจิตศรัทธาถวายรถโบราณคันนี้มาให้ เพื่อนำกลับประเทศไทย โดยมีจุดประสงค์ให้นำมาตั้งโชว์ไว้ที่วัดไผ่ล้อม

หลวงพี่น้ำฝน กล่าวต่อว่า หลังได้มอบให้แล้ว ทางโยมที่อเมริกาก็ได้แยกชิ้นส่วนส่งมาเมืองไทย โดยมาทางเรือ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ เครื่องยนต์ขึ้นเรือมา 1 ลำ ส่วนตัวถังมาเรืออีกลำหนึ่ง เมื่อมาถึงก็ต้องผ่านกระบวนการเสียภาษีศุลกากร รวมถึงภาษีสรรพสามิต โดยมีบริษัทเป็นโรงงานรับจดประกอบ คือ นายธีรวุฒิ แดงท่าไม้ เจ้าของโรงงาน ตั้งอยู่ จ.สมุทรสาคร เป็นผู้ดำเนินการให้ จำนวนเงินที่เสียภาษีของรถจากัวร์คันนี้ 1,506,615 บาท มีใบเสร็จรับเงินของทางราชการเรียบร้อย ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวนี้ได้รับการอนุเคราะห์จาก นายเติมศักดิ์ ปิติธนสารสมบัติ เจ้าของร้านทองปิติเจริญ ราชวัตร เขตดุสิต กทม. หลังประกอบเสร็จ ได้นำรถคันนี้ไปจดทะเบียนที่สำนักงานขนส่งจังหวัดสระบุรี

"เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการแล้ว ก็นำมาตั้งไว้ที่วัดไผ่ล้อม ตามความประสงค์ของโยมที่มอบให้ ส่วนทะเบียนนั้นได้มีการโอนย้ายอีกทีหนึ่งเข้า กทม. ทำตามระเบียบขั้นตอนของกฎหมายทุกอย่าง มีใบเสร็จหมด นอกจากนี้ ในส่วนของรถคันอื่น ซึ่งมีอีกร่วม 10 คันนั้น ส่วนใหญ่เป็นรถที่ซื้อภายในประเทศทั้งนั้น ไม่ใช่รถหรูหรืออะไรตามที่วิจารณ์กัน มีรถตู้สำหรับรับพระสงฆ์ออกนิมนต์ รถดับเพลิง รถบรรทุกยกสูงยี่ห้อดอร์ดเก่า ซื้อมาไว้ใช้ในตอนน้ำท่วม ที่ยกสูงเพราะนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ต้องออกมาแถลง เพราะกลัวว่าสาธุชนจะนำไปพูดกันใหญ่ ทำให้วัดได้รับความเสียหาย" พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ เผย

ด้านนายธีระพัฒน์ เผยว่า เงินที่จัดซื้อรถนั้น ไม่ได้นำเงินจากมูลนิธิมาใช้จ่ายแต่อย่างใด กลับเป็นว่ารถคันนี้มอบให้มูลนิธิไว้ดูแล โดยจุดประสงค์ของโยมผู้มอบให้นั้น มีจุดประสงค์ดี ส่วนผู้ที่ดำเนินการออกเงินจ่ายค่าภาษีต่างๆ นั้น ท่านก็ออกให้หมด เพราะเป็นศิษยานุศิษย์ของหลวงพ่อพูล สมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ผูกพันกันมานาน เป็นผู้จ่ายให้ มูลนิธิไม่ต้องควักเงินสักบาทเดียว ถือเป็นบุญกุศลของผู้มอบให้อย่างแท้จริง.

 

โหวตข่าวนี้