advertisement

น้องฉุนพี่เข้าข้างเมีย สปาร์ต้าฟันดับ-พี่สะใภ้เจ็บ

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 14 มิ.ย. 2556 03:30

น้องฉุนพี่ชายแก้ตัวแทนพี่สะใภ้ คว้าสปาร์ต้าฟันหัวแบะ ดับคาบ้านที่สุพรรณบุรี ก่อนอุ้มลูกน้อยวัย 3 ขวบฝ่าสายฝนหนีไป ตร.เร่งตามตัว คาดยังอยู่ในพื้นที่...

เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. พ.ต.ต.ประพันธ์ จำปานวน พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุมีคนถูกทำร้ายร่างกาย ได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่บ้านเลขที่ 426/1 หมู่ 6 ต.โพธิ์พระยา จึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.ชัชชรินทร์ สว่างวงศ์ ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี พ.ต.อ.เกรียงไกร วุฒิพานิช ผกก.สภ.เมือง พ.ต.ท.สุมนตรี กรรณเลขา รอง ผกก.สส. พ.ต.ต.สรายุทธ ภาตะนันท์ สว.สส. นำกำลังไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ยกพื้นสูง ที่ชายคาหน้าบ้านพบเพียงกองเลือด เศษเส้นผม และมีดสปาร์ต้า ยาว 50 ซม. ตกอยู่เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนคนเจ็บญาตินำตัวส่ง รพ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช ไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อคือ นายสมบัติ ชื่นใจฉ่ำ อายุ 41 ปี มีบาดแผลถูกฟันที่ศีรษะ ท้ายทอย แขนขวา และข้อพับแขนซ้าย ได้รับบาดเจ็บสาหัส กระทั่งทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนคนเจ็บอีกรายคือ นางอมรรัตน์ ทองแตง อายุ 32 ปี ภรรยานายสมบัติ มีบาดแผลถูกฟันที่ขมับขวา เป็นแผลฉกรรจ์ อาการสาหัสเช่นกัน

สอบสวน นายสมชาย ชื่นใจฉ่ำ อายุ 44 ปี พี่ชายของผู้ตาย ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตนได้โทรศัพท์ไปหาผู้ตายและบรรดาพี่น้องให้มาดูอาการบิดา ซึ่งป่วยหนักเพิ่งกลับออกมาจากโรงพยาบาล ประกอบไปด้วย นายเกรียงศักดิ์ ชื่นใจฉ่ำ อายุ 51 ปี นายนพพร ชื่นใจฉ่ำ อายุ 36 ปี ตนและเพื่อนน้องชาย มาพร้อมหน้ากันที่บ้าน จากนั้นนายเกรียงศักดิ์ พี่ชายคนโต ได้ซื้อเบียร์มา 2 ขวด นั่งดื่มกินกันในกลุ่มพี่น้องกัน ต่อมาผู้ตายได้ขี่รถจักรยานยนต์มา โดยมีนางอมรรัตน์นั่งซ้อนท้ายมาด้วย พอจอดรถเสร็จ นางอมรรัตน์ก็เดินตรงเข้าไปเยี่ยมดูอาการบิดาที่นอนซมอยู่ใต้ถุนบ้าน ส่วนผู้ตายยืนคุยกับตนอยู่ลานหน้าบ้าน

นายสมชาย กล่าวต่อว่า จู่ๆ นายนพพรก็เดินตรงเข้าไปกระชากผมนางอมรรัตน์ พี่สะใภ้ ที่กำลังคุยกับบิดาจนหงายหลัง แล้วใช้มีดสปาร์ต้ายาว 50 ซม. ฟันศีรษะ ตนกับผู้ตายจึงรีบวิ่งเข้าไปห้ามปรามและพยายามแย่งมีดจากมือนายนพพร แต่น้องชายไม่ฟังเสียง กลับหันมาใช้มีดเล่มเดียวกันกระหน่ำฟันนายสมบัติหลายครั้ง จนล้มลงนอนจมเลือด แน่นิ่งอยู่ในที่เกิดเหตุ หลังก่อเหตุ นายนพพรก็ไปอุ้มเอาลูกชายวัย 3 ขวบเศษ เดินหายออกจากบ้านไป ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ส่วนที่เหลือได้นำร่างคนเจ็บทั้ง 2 ส่งโรงพยาบาล

พล.ต.ต.ชัชชรินทร์ เปิดเผยว่า สาเหตุหนึ่งมาจากก่อนหน้านี้พี่สาวของนายสมบัติ ซึ่งอยู่ที่ประเทศเยอรมนี ได้โทรศัพท์มาหาผู้ตาย แต่นายสมบัติได้ยกเลิกเบอร์ดังกล่าวไปนานแล้ว และไม่รู้ว่าใครใช้ต่อ พอพี่สาวโทรมาก็ถูกเจ้าของเบอร์โทรศัพท์ ซึ่งเป็นผู้หญิงดุด่าตะคอกใส่อย่างแรง จึงเข้าใจผิดคิดว่าถูกนางอมรรัตน์ด่า จึงโทรมาฟ้องนายนพพร พอได้ยินเช่นนั้นนายนพพรก็มาต่อว่าผู้ตาย แม้จะพยายามอธิบายอย่างไร นายนพพรก็ไม่ฟัง และนายนพพรคิดว่าพี่ชายเข้าข้างภรรยา จึงเก็บความแค้นไว้ในใจ อีกทั้งก่อนหน้านี้ ทั้งสองก็มีปัญหากันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว กระทั่งวันเกิดเหตุจึงพกมีดมาก่อเหตุสลดดังกล่าว

ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี กล่าวเพิ่มอีกว่า หลังเกิดเหตุได้สั่งการให้ พ.ต.อ.เกรียงไกร และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมือง กก.สส.ภ.จว.สุพรรณบุรี เร่งติดตามตัวนายนพพร ที่คาดว่าน่าจะยังอยู่ในพื้นที่ เนื่องจากได้หิ้วเอาลูกวัย 3 ขวบเศษไปด้วย ทำให้การหลบหนีไม่สะดวก น่าจะยังไปไหนได้ไม่ไกลนัก ขณะเดียวกัน ยังสั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง และรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับจากศาล เพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป.

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement