advertisement

แหม่มรัสเซียโวย เรือเฟอร์รี่เกาะพงัน ลอบปล่อยน้ำมันลงทะเล

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 9 มิ.ย. 2556 03:20

นักท่องเที่ยวรัสเซียร้องสื่อ เรือเฟอร์รี่เกาะพะงันปล่อยน้ำมันทิ้งทะเล ชี้เหตุผลเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของแหล่งท่องเที่ยวของไทย โดยแจ้ง จนท.ที่ท่าเรือเกาะพะงันทราบ แต่ไม่มีใครสนใจจะดำเนินการ ด้าน บริษัทแจงเป็นน้ำหล่อเย็น ไม่ใช่น้ำมันแต่อย่างใด...

กรณีพบคราบน้ำมันสีดำจำนวนมากถูกคลื่นซัดลอยติดริม ชายหาดบ้านตลิ่งงาม ม.3 ต.ตลิ่งงาม อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เป็นแนวยางกว่า 1 กิโลเมตรเมื่อวันที่4 มิ.ย.56 เบื้องต้นคาดว่าเป็นน้ำมันเครื่องยนต์ดีเซลที่ใช้งานแล้ว ถูกลักลอบแอบปล่อยทิ้งจากเรือประมงหรือเรือโดยสารขนาดใหญ่ ซึ่งเมื่อปี 2553 ได้พบคราบน้ำมันลักษณะเดียวกันลอยชายหาดหน้าชุมชนตลิ่งพัง ต.ตลิ่งงาม มาแล้ว นั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน น.ส.แอธาเนียล พาสเซ นักท่องเที่ยวสัญชาติรัสเซีย ได้มาพักผ่อนท่องเที่ยวที่ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เป็นเวลา 2 สัปดาห์ได้ร้องเรียนไปยังสื่อต่างๆ โดยส่งอีเมล์พร้อมภาพถ่ายประกอบ ระบุว่า ขณะเดินทางออกจากเกาะพะงัน โดยเรือเฟอร์รี่ชื่อ “ ราชา 2 ” เมื่อวันที่ 15 พ.ค.2556 เที่ยวเรือเวลา 18.00น.ข้ามฟากไปยัง อ.ดอนสัก เพื่อกลับกรุงเทพฯ ได้พบของเหลวสีดำคล้ายน้ำมันเครื่องจำนวนมาก ถูกปล่อยจากใต้ท้องเรือไหลออก ด้านขวาของกราบเรือเป็นทางยาวไปตามด้านท้ายเรือ ระยะทางหลายกิโลเมตร และเป็นคราบลอยไปตามกระแสน้ำ จึงบันทึกถ่ายภาพไว้

“และได้แจ้งกลับไปให้เจ้าที่ที่ท่าเรือเกาะพะงันทราบ แต่เจ้าหน้าที่กลับไม่สนใจจะทำอะไร จึงเกิดความรู้สึกที่ไม่ดี เพราะเห็นว่าเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะแหล่งท่อง เที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศไทยได้รับความเสียหาย จึงขอให้สื่อได้ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง ” น.ส.แอธาเนียล กล่าว

ทั้งนี้ ข้อมูลที่นักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย ส่งร้องเรียนประกอบด้วย ภาพถ่ายของเหลวไหลออกจากเรือ3 ภาพ , ภาพเรือเฟอร์รี่ “ ราชา 2 ” 1 ภาพ รวมทั้งภาพตั๋วเรือโดยสารและตั๋วรถโดยสารที่ระบุวันเดินทางวันที่15 พ.ค.56 ยืนยันเป็นหลักฐานไว้ด้วย

นายพิเชฐ สุดเตือน ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า จากการตรวจสอบภาพถ่ายที่นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศได้บันทึกไว้ พบว่าจุดที่เรือเฟอร์รี่ปล่อยทิ้งของเหลวออกมาอยู่ช่วงระหว่างด้านหลังเกาะ แตนอกและเกาะแตใน ห่างจากเกาะพะงันประมาณ 10 กิโลเมตร คาดว่าเป็นช่วงที่เรือแล่นออกจากท่าเรือเกาะพะงันมาได้1 ชั่วโมงและไม่น่าจะเกี่ยวกับคราบน้ำมันพบที่ อ.เกาะสมุย

"เนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่กลางทะเลและระยะเวลา ผ่านมากว่า 2 สัปดาห์แล้ว คาดว่ากระแสน้ำได้พัดของเหลวสีดำดังกล่าวสลายตัวไปแล้วคงไม่สามารถหาหลักฐาน ได้ แต่อย่างไรก็ตามจากหลักฐานภาพถ่ายของนักท่องเที่ยวจะได้เรียกบริษัทเรือมาสอบถามข้อเท็จจริง และออกประกาศเตือนเรือประมง เรือโดยสารทุกประเภทห้ามถ่ายทิ้งน้ำมันหรือสิ่งของใดลงทะเล มิฉะนั้นจะดำเนินการตามกฎหมาย" ผอ.สำนักงานเจ้าท่าฯ กล่าว

ด้าน นายบุญศิริ เดี่ยววานิช ผู้อำนวยการท่าเรือบริษัท ราชาเฟอร์รี่ จำกัด กล่าวว่า ได้ตรวจสอบไปยังเรือเฟอร์รี่ “ ราชา 2 ” ลำดังกล่าว รายงานว่า ของเหลวสีดำที่พบเที่ยวเรือเมื่อวันที่ 15 พ.ค.56 เป็นน้ำที่อยู่ใต้อ่างห้องเครื่องยนต์ของเรือ หรือที่เรียกว่า ระบบหล่อเย็นของเครื่องยนต์ ไม่ใช่น้ำมันแต่อย่างใด เนื่องจากบริษัทมีระเบียบปฏิบัติเข้มงวดห้ามทิ้งน้ำมันทุกชนิดลงในทะเลเด็ดขาด.

 

โหวตข่าวนี้