advertisement

เต้นตรวจรง.รีไซเคิลน้ำมัน หลังไฟไหม้ที่สมุทรปราการ

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 7 มิ.ย. 2556 19:23

อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังเก็บน้ำมันเก่าที่เกิดไฟไหม้ พบจัดเก็บวัตถุผิดระเบียบ พ.ร.บ.อุตสาหกรรม สั่งปิดกิจการ 30 วัน พร้อมสั่งตรวจสอบโรงงานแบบเดียวกันอีก 165 แห่งทั่วประเทศ...

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 7 มิ.ย.2556 นายณัฐพล ณัฎฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม นายปวิณ ชำนิประศาสตร์ รองผวจ.สมุทรปราการ นายวิวัฒน์ ฉันทนานุรักษ์ นายอำเภอบางพลี นายประทวน สุทธิอำนวยเดช อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ บ.จตุพรรีไซเคิล จำกัด ภายในซอยโกดังแสงฟ้า ถ.เทพรักษ์ กม.19 ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ในส่วนโกดังเก็บน้ำมันเก่า วานนี้ (6 มิ.ย.)

นายณัฐพล ณัฎฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่า หลังจากตรวจพบว่าทางบริษัทได้มีการขอใบอนุญาตประกอบกิจการไว้ 2 ประเภท คือประเภทรีไซเคิลและการคัดแยก โดยในส่วนของการขอใบอนุญาตโรงงานประเภท 106 หรือโรงงานที่นำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ไม่ใช้แล้ว หรือของเสียจากโรงงานประเภทสารทำละลายหรือเคมีภัณฑ์มาผ่านกรรมวิธีทางอุตสาหกรรม เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ หรือนำไปเป็นวัตถุดิบให้แก่อุตสาหกรรมนั้น ทางบริษัทดังกล่าวได้มีการขออนุญาตตั้งแต่ปี 2548 และต่ออายุเรียบร้อย แต่ทางบริษัทไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ แนบท้ายใบอนุญาตประกอบกิจการดังกล่าว ในการจัดเก็บวัตถุอันตราย ซึ่งไม่อนุญาตให้จัดเก็บในถังขนาด 200 ลิตรแบบที่บริษัทดังกล่าวทำ แต่ต้องบรรจุและจัดเก็บในถังขนาดใหญ่เท่านั้นและไม่วางปะปนกับสิ่งของอื่นๆ และในเบื้องต้นได้สั่งปิดกิจการดังกล่าวเป็นระยะเวลา 30 วัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบโดยละเอียด รวมทั้งได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของกรมโรงงานอุตสาหกรรมออก ตรวจสอบโรงงานในลักษณะเดียวกันนี้ที่มีอยู่ทั่วประเทศ อีก 165 โรงงาน ซึ่งในจังหวัดสมุทรปราการมีอยู่ 15 โรงงาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซ้อน และจะต้องทบทวนการขอให้ใบอนุญาตประกอบกิจการประเภทวัตถุอันตรายนี้ว่า ควรจะอยู่ในละแวกชุมชนหรือต้องอยู่ห่างไกลจากชุมชนในระยะเท่าไหร่จึงจะปลอดภัย ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้นั้นเบื้องต้นได้รับรายงานว่า คนงานได้ทำการเปลี่ยนมอเตอร์ไฟฟ้าบนถังกวนน้ำมัน เมื่อมีการเปิดสวิตช์เพื่อเดินเครื่องต่อนั้นก็เกิดประกายไฟที่มอเตอร์ดังกล่าวพร้อมกับมีน้ำมันบางส่วนพุ่งออกจากถังจนติดเกิดเป็นเพลิงลุกลามไปยัง ส่วนต่างๆ

นายปวิณ ชำนิประศาสตร์ รองผวจ.สมุทรปราการ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในด้านของสิ่งแวดล้อมโดยรอบนั้น จากการตรวจสอบพบว่า คราบน้ำมันไม่ได้ไหลตามลำรางสาธารณะไปจนถึงคลองบางกะสี เนื่องจากท่อระบายน้ำโดยรอบโรงงานมีการอุดตัน จึงทำให้คราบน้ำมันต่างๆ ไม่ไหลลงสู่คลอง แต่มีบางส่วนไหลเข้าไปในพื้นที่ติดกัน จึงมอบหมายให้ อบต.บางปลา ดำเนินการกำจัดคราบน้ำมันเหล่านี้รวมถึงประสานเจ้าของที่ซึ่งเป็นเอกชน เพื่อทางรัฐจะเข้าไปดำเนินการให้เรียบร้อยโดยเร็ว เพราะอาจส่งกลิ่นเหม็นกระทบกับชาวบ้านที่อยู่โดยรอบ เบื้องต้นพบว่าไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ตาม พ.ร.บ.สาธารณสุข พ.ศ.2535 จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่

พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ ผกก.สภ.บางพลี กล่าวถึงความคืบหน้าของคดีว่า ขณะนี้ได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบหาพยานหลักฐานและรอผลการตรวจพิสูจน์ถึงสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ รวมถึงพนักงานสอบสวนได้นำตัวคนงานที่อยู่ในที่เกิดเหตุมาสอบสวนแล้วประมาณ 3 คน โดยทั้งหมดให้การตรงกันว่า มีการเปลี่ยนมอเตอร์ไฟฟ้าบนถังกวนน้ำมัน และมีประกายไฟเกิดขึ้นหลังเปิดสวิตช์เพื่อทำงานต่อ จากนี้จะเรียกผู้รับใบประกอบอนุญาตที่มีชื่อตามเอกสารขอใบอนุญาตและผู้บริหารบริษัทดังกล่าวเข้าให้ปากคำ ก่อนทำหนังสือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอตรวจสอบตามกระบวนการต่อไป.

 

โหวตข่าวนี้