advertisement

ไทย-ลาวฮือฮา! พบพระพุทธรูปโบราณโผล่กลางน้ำโขง

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 4 มิ.ย. 2556 14:14

พบพระพุทธรูปโบราณ คาดอายุกว่า 700 ปี กว้างกว่า 4 เมตร โผล่กลางแม่น้ำโขงใกล้ฝั่งประเทศลาว ตรงข้ามบ้านสบกก อ.เชียงแสน ชาวบ้านแห่ดู เผยบริเวณดังกล่าวเป็นนครสุวรรณโคมคำ ที่เคยรุ่งเรืองในอดีตมาก่อน...

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 มิถุนายน 2556 ได้เกิดเสียงลือกันเป็นวงกว้างว่า ที่บริเวณแม่น้ำโขงชายแดนไทย-ลาว มีผู้พบพระพุทธรูปโบราณโผล่อยู่กลางแม่น้ำโขงใกล้ฝั่งประเทศลาว ตรงข้ามบ้านสบกก ม.7 ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบที่บริเวณดังกล่าว เมื่อไปถึงพบนายนพคุณ สุวรรณ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 บ้านสบกก พร้อมชาวบ้านยืนมุงดูเต็มตลิ่ง ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนได้พากันนั่งเรือหางยาวข้ามไปยังฝั่งประเทศลาวเพื่อไปดูอย่างใกล้ชิด

นายนพคุณ กล่าวว่า ลูกบ้านของตนพากันตื่นเต้นที่ชาวลาวในบ้านร่มเย็น เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้าบสบกก ต.บ้านแซว ของไทย พบพระพุทธรูปในแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นไปได้เพราะบริเวณแถวนี้เป็นนครสุวรรณโคมคำที่เคยรุ่งเรืองในอดีตมาก่อน ชาวบ้านสบกก เองก็เคยพบวัตถุหรือเครื่องใช้โบราณในพื้นที่มาแล้วหลายชิ้น แต่ยังไม่เคยพบพระพุทธรูปขนาดใหญ่ซึ่งคาดว่าน่าจะกว้างกว่า 4 เมตรเช่นนี้มาก่อน หากมีการขุดค้นขึ้นมาได้ก็จะเป็นพุทธบูชา และอาจทำให้มีผู้คนมาท่องเที่ยวยัง พื้นที่ อ.เชียงแสน และเดินทางข้ามไปกราบไหว้พระโบราณ

ต่อมาผู้ใหญ่บ้านได้พาผู้สื่อข่าวนั่งเรือข้ามแม่น้ำโขงไปดูพระพุทธรูปที่อยู่ใกล้กับฝั่งของประเทศลาว เมื่อไปถึงพบเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและคณะกรรมการหมู่บ้านร่มเย็น แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว กำลังใช้รถแบ็กโฮและเครื่องสูบน้ำมาทำการขุดค้นวัตถุโบราณ เพื่อนำองค์พระพุทธรูปโบราณขนาดใหญ่ขึ้นจากลำน้ำโขง แต่เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากองค์พระมีขนาดใหญ่และยังจมอยู่ในน้ำลึก จึงไม่สามารถยกขึ้นมาได้ทันที เกรงจะทำให้องค์พระเสียหาย อีกทั้งกระแสน้ำโขงไหลเชี่ยวตลอดเวลา ชาวบ้านต้องช่วยกันบรรจุกระสอบทราย และใช้รถแบ็กโฮตักหินและทรายกั้นโดยรอบบริเวณเพื่อให้เหลือน้ำน้อยที่สุด โดยได้รับความสนใจจากทั้งชาวลาว และชาวไทยที่นั่งเรือข้ามไปจากฝั่งไทย เดินทางไปดูและลุ้นให้นำพระพุทธรูปดังกล่าวขึ้นมาให้ได้

ทางด้านท้าวปิงชัย อินต๊ะพรหม ผู้อาวุโสของบ้านร่มเย็น เล่าให้ฟังว่าในอดีตบริเวณหมู่บ้านเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณชื่อว่าสุวรรณโคมคำ แต่ด้วยเป็นหมู่บ้านเป็นหมู่บ้านเล็กไม่มีพระจำศีลกระทั่งปัจจุบันหมู่บ้านขยายใหญ่ขึ้น และที่วัดมีพระถึง 11 รูป ซึ่งในบริเวณวัดชาวบ้านเคยได้วัตถุมงคลมาแล้วหลายชิ้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้โบราณ แผ่นศิลาที่มีการเคลือบทองเอาไว้ด้วย รวมทั้งคัมภีร์ภาษาบาหลี จนเมื่อวันที่ 16 พ.ค. ผ่านมา ชาวบ้านได้ออกหาปลาในลำน้ำโขงบริเวณหน้าวัด แหอวนได้ไปติดใต้น้ำ เมื่อชาวบ้านดำน้ำลงไปดู ก็พบว่าอวนไปติดที่พระพุทธรูปองค์ใหญ่ จึงได้มาแจ้งกับตน พวกตนจึงได้ช่วยกันเพื่อจะนำพระองค์ดังกล่าวขึ้นจากแม่น้ำโขง ซึ่งองค์พระเป็นพระปูนผสมดินกี่ (อิฐ) โดยให้พระอาจารย์ประจำหมู่บ้านเข้าทางในดู พระอาจารย์หมู่บ้านบอกว่า เป็นพระที่มีชื่อว่าพระน้ำใจเทพ เป็นหนึ่งในพระดังสมัยสุวรรณโคมคำที่มีอายุกว่า 480 ปี ซึ่งยังเห็นแต่หัวไหล่อยู่ในลักษณะตะแคงคว่ำ ส่วนเศียรพระคาดว่า อาจถูกเรือหรือกระแสน้ำพัดจมลงไปใต้ดิน แต่ทางหมู่บ้านจะพยายามนำขึ้นมาให้ได้เพื่อนำไปเป็นพระประธานประจำหมู่บ้าน

จากการศึกษาประวัติศาสตร์ตามตำนานนครสุวรรณโคมคำเป็นอารยธรรมโบราณ มีพระพุทธรูปปางสมาธิขนาดใหญ่ ที่ชาวลาวขนานนามว่า "พระเจ้าองค์โมง" หรือ "พ่อใหญ่" หน้าตักกว้าง 6.50 เมตร สูง 7 เมตร โดยรอบเมืองจะมีสถูปเจดีย์อยู่จำนวนมาก รวมถึงโบราณสถานหลายแห่งที่อายุกว่า 1,000 ปี เป็นอาณาจักรของชาวล้านนาในอดีตช่วงที่ล้านนาเรืองอำนาจ แต่เมื่อหลายร้อยปีก่อนน้ำแม่น้ำโขงเปลี่ยนทิศทาง ทำให้นครสุวรรณโคมคำถูกแบ่งออกจากกัน ส่วนหนึ่งอยู่ฝั่งเมืองต้นผึ้งของลาว อีกส่วนอยู่ฝั่งไทยที่ ต.บ้านแซว อย่างไรก็ตามแม้หลายคนเชื่อว่าพระที่ค้นพบจะเป็นพระน้ำใจเทพ แต่บางคนก็เชื่อว่าอาจเป็นพระสิงห์หนึ่ง ซึ่งมีอยู่อายุเก่าแก่กว่า 700 ปี เนื่องจากบริเวณแห่งนี้ก็เคยเป็นนครเชียงแสนที่เคยรุ่งเรืองในอดีต.

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement