advertisement

คนใจบาปงัดกุฏิวัดเมืองโคราช ฉกทรัพย์-เงินสูญ5หมื่น

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 3 มิ.ย. 2556 00:20

คนร้ายบุกงัดกุฏิวัดโนนกระเบื้อง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ฉกทรัพย์-เงินสูญ 5 หมื่นบาท เร่งตามตัวหนุ่มใหญ่ต้องสงสัย เคยบวชที่วัดแห่งนี้ ก่อนสึกไปเมื่อ 3-4 ปีก่อนมาสอบ หลังมาวนเวียนที่วัดก่อนหายตัวไป ...

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2556 พ.ต.ต.เทอดรัฐ จงจิตชอบ พนักงานสอบสวน สภ.พิมาย จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งจากสายตรวจ ต.นิคม อ.พิมายว่า มีพระลูกวัดแจ้งเหตุคนร้ายงัดกุฏิพระที่วัดโนนกระเบื้อง ต.นิคม อ.พิมาย จ.นครราชสีมา มีทรัพย์สินหายไปหลายรายการ จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนรุดไปยังที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านและพระสงฆ์กำลังยืนดูที่เกิดเหตุ สอบถามพระอานนท์ แซ่จอง อายุ 21 ปี พระลูกวัดโนนกระเบื้องผู้เสียหายเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 06.00 น.ได้ออกไปบิณฑบาตตามปกติ และกลับเข้าวัดในเวลาประมาณ 06.40 น. หลังจากนั้นได้เดินเข้าไปในกุฏิเพื่อนำสัมภาระไปเก็บ ระหว่างนั้นสังเกตเห็นดอกไม้ที่ญาติโยมติดกันเทศน์ให้เมื่อวานหล่นอยู่ตรงทางเดิน จึงรีบเปิดดูในย่ามพบว่า เงินที่ญาติโยมถวายให้ที่มีอยู่ 700 บาทได้หายไป และตรวจดูทรัพย์สินอย่างอื่นพบว่า คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กยี่ห้อเอเซอร์ขนาด 15 นิ้ว , โทรศัพท์มือถือยี่ห้อโนเกียรุ่นอาช่า 311 , โนเกียรุ่น 5800 และ ฮาร์ดดิสก์ที่เก็บข้อมูลในการเรียนได้หายไป คิดเป็นมูลค่าทั้งหมดประมาณ 50,000 บาท

พระลูกวัดโนนกระเบื้อง กล่าวอีกว่า คาดว่าคนร้ายได้อาศัยช่วงที่พระออกไปบิณฑบาตเข้ามาก่อเหตุ โดยเข้าทางหน้าต่างของกุฏิ เพราะกลอนชำรุดปิดไว้เฉยๆ ส่วนผู้ก่อเหตุคาดว่าน่าจะเป็น นายสุดใจ (สงวนนามสกุล) อายุประมาณ 40 ปี ชาวจังหวัดขอนแก่น ที่เคยมาบวชอยู่ที่วัดแห่งนี้และสึกออกไปประมาณ 3-4 ปีแล้ว แต่เมื่อ 3 วันที่แล้วได้กลับเข้ามาที่วัด และพักอยู่กับญาติในหมู่บ้าน และเมื่อวานช่วงกลางวัน ได้เข้ามานั่งเล่นพูดคุยกับตนที่หน้ากุฏิ ระหว่างนั้นตนก็ได้นำคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กออกมานั่งทำงานตามปกติเหมือนทุกวัน โดยไม่ได้คิด หรือสงสัยอะไร

จากการสอบถามชาวบ้านละแวกแถววัดเล่าว่า นายสุดใจ ผู้ต้องสงสัย ก่อนที่จะมาบวชเคยถูกจำคุกมาก่อน แต่ไม่ทราบว่า มีคดีอะไร โดยเฉพาะตามร่างกายเนื้อตัวได้มีรอยสักเต็มทั้งตัว ทั้งแขน ขา เท้า และคอ หลังจากได้รับแจ้งเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปที่บ้านญาติของนายสุดใจ ปรากฏว่า ไม่พบตัวนายสุดใจแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้กระจายกำลังออกติดตามตัว เพื่อนำตัวมาสอบสวนและหากพบว่ามีหลักฐานการกระทำผิด ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

 

โหวตข่าวนี้