advertisement

รวบเงินกู้นอกระบบเจ้าเล่ห์ใช้วิธีให้เช่าซื้อทองบังหน้า

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 22 พ.ค. 2556 10:44

ตร.เชียงใหม่ รวบแก๊งปล่อยเงินกู้ ทำนิติกรรมอำพราง ตั้งบริษัทบังหน้า ทำทีให้ลูกค้าเช่าซื้อทองรูปพรรณ เพื่อหลีกเลี่ยงการกวาดล้างจับกุม ... 

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 22 พ.ค.56 พ.ต.ท.กิจวัฒน์สินธุ์ อมตธนทรัพย์ หัวหน้าชุดเฉพาะกิจปราบปรามปล่อยเงินกู้นอกระบบ พ.ต.ท.กิจจา ศรีกันทา รอง หน.ชุด พร้อมกับพวก ได้ควบคุมตัวนายทิวากร พรหมสวัสดิ์ อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 285 ถ.ลำพูน ต.วัดเกต อ.เมือง จ.เชียงใหม่ มามอบให้พนักงานสอบสวน สภ.แม่ปิง อ.เมือง เชียงใหม่ ดำเนินคดีพร้อมของกลาง พร้อมด้วยของกลาง กระดาษบัญชีรายชื่อเก็บเงินลูกหนี้ จำนวน 7 ฉบับ, เงินสดจำนวน 300 บาท, กล้องถ่ายรูป ยี่ห้อ โกดัก สีชมพู มีรูปที่ถ่ายภาพการส่งมอบทองคำ จำนวน 1 ตัว, กระเป๋าสะพายเอว สีดำ จำนวน 1 ใบ, รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า ซีบีอาร์ 150 ไม่ติดป้ายทะเบียน , บัตรโฆษณาจำหน่ายทองคำรูปพรรณเงินผ่อน และเครื่องใช้ไฟฟ้าระบบเงินผ่อนของ บริษัท คลาสสิค บางกอก เซอร์วิส จำกัด จำนวน 7 ใบ, บันทึกยินยอมตรวจปัสสาวะ จำนวน 1 แผ่น, รายงานผลตรวจปัสสาวะ เลขที่ตัวอย่าง(HN) 0092908 ของโรงพยาบาลสารภี จ.เชียงใหม่ จำนวน 1แผ่น จำนวนของกลางทั้งหมด 8 รายการ โดยกล่าวหาว่า “ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับจากการให้เช่าซื้อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า) แล้วขับขี่รถ ซึ่งในชั้นการจับกุม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

พ.ต.ท.กิจวัฒน์สินธุ์ กล่าวว่า ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.ต.เกษมสันต์ บุญญกาญจน์ ผบก.ภ.เชียงใหม่ ให้ออกตรวจสอบหาข่าวเงินกู้นอกระบบ และได้รับแจ้งว่ามีการกู้เงินนอกระบบโดยใช้นิติกรรมอำพราง โดยการให้เช่าซื้อทองคำรูปพรรณ เพื่อหลีกเลี่ยงการกวาดล้างจับกุมของตำรวจ และได้สืบทราบว่าในพื้นที่ ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และได้มาเก็บเงินค่าเช่าชื้อประจำทุกวัน โดยเป็นชายสวมหมวกกันน็อกจำนวน 1 คน จึงได้ไปตรวจบริเวณตามที่ได้รับแจ้ง ปรากฏว่าพบชายหนึ่งคนขี่รถจักรยานยนต์สวมหมวกกันน็อกขับขี่มาจอดบริเวณหน้าร้านไก่ทอด หน้าแฟลตทหาร ถ.ต้นขาม ต.ท่าศาลา และเข้าไปเก็บเงินจากแม่ค้าร้านไก่ทอดจำนวน 3 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าไปแสดงตัว และขอทำการตรวจสอบ พบของกลางที่ยึดได้ ซ่อนอยู่ในกระเป๋าคาดเอว จึงได้ควบคุมตัวมาสอบสวนที่ บก.ภ.เชียงใหม่

จากการสอบสวน นายทิวากร อ้างว่าเป็นตัวแทนจากบริษัท คลาสสิค บางกอก เซอร์วิส จำกัด ได้รับการติดต่อจากลูกค้าที่ต้องการเงิน จึงเดินทางไปหาลูกค้าโดยได้นำทองคำรูปพรรณไปทำสัญญาเช่าซื้อ และมีการถ่ายรูปลูกค้ากับสร้อยคอทองคำดังกล่าว และทำสัญญาเช่าซื้อ โดยจะตกลงจ่ายค่าเช่าซื้อเป็นรายวัน เพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุม แต่ข้อเท็จจริงไม่ได้เอาทองคำให้ลูกค้าเพียงแต่ถ่ายรูปเอาไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น ซึ่งขณะที่สอบสวน นายทิวากร มีลักษณะคล้ายคนเสพยาเสพติด จึงนำตัวส่งไปตรวจหาสารเสพติดที่โรงพยาบาลสารภี ซึ่งผลการตรวจพบเป็นผลบวก

พ.ต.ท.กิจวัฒน์สินธุ์ กล่าวต่อว่า จากพฤติการณ์และการกระทำของนายทิวากร เป็นการประกอบธุรกิจให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ คือ เป็นสินเชื่อที่เกิดจากการเช่าซื้อและการให้เช่าแบบลิสซิ่งในสินค้าที่ผู้ประกอบธุรกิจมิได้จำหน่ายเป็นทางการค้าปกติ ตามประกาศกระทรวงการคลังเรื่องกิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ) ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2484 และประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การกำหนด หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่มิใช่สถาบันการเงิน วันที่ 20 กรกฎาคม 2549 จึงสอบถามนายทิวากร ว่าได้รับหนังสืออนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือไม่อย่างไร นายทิวากร แจ้งว่าไม่ได้รับอนุญาตแต่อย่างใด และยังมีเจตนาที่จะปล่อยเงินให้แก่ลูกค้ากู้ยืม แต่หลีกเลี่ยงกฎหมายมาเป็นวิธีการทำนิติกรรมอำพราง โดยการเช่าซื้อทองคำรูปพรรณแทน แต่ไม่ทราบว่ามีการคิดดอกเบี้ยอย่างไร เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงแจ้งข้อกล่าวหา กระทำความผิดฐาน “ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับจากการให้เช่าซื้อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า) แล้วขับขี่รถ โดยนายทิวากร รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ส่วนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ยังมีแก๊งปล่อยเงินกู้รายวันอยู่อีกหลายแก๊ง ซึ่งอยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป.

โหวตข่าวนี้