advertisement

ชาวบ้านผวา! จระเข้น้ำจืดโผล่แม่น้ำชุมพร เร่งล่า

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 21 พ.ค. 2556 11:56

ชาวบ้านพบซากจระเข้น้ำจืดยาว 2 เมตร หนักเกือบ 100 กก. ลอยอืดในแม่น้ำชุมพร พอเข้าไปใกล้พบจระเข้อีกตัวเฝ้าอยู่ คาดเป็นจระเข้ผัวเมีย ชาวบ้านผวา ไม่กล้าลงไปอาบน้ำและทำประมง ผู้ใหญ่บ้านเกณฑ์ลูกบ้านออกไล่ล่าเร่งด่วน แต่ไร้วี่แวว...

เหตุชาวบ้านพบจระเข้ตัวโตโผล่ในแม่น้ำชุมพรครั้งนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 21 พ.ค. 56 โดยผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายชัยวัฒน์ ใสสุชล อายุ 45 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 บ้านบางสมอ ต.ตากแดด อ.เมือง จ.ชุมพร ว่า พบจระเข้ตัวใหญ่ความยาวกว่า 2 เมตร ลอยโผล่ขึ้นมาที่คุ้งวังพระ กลางแม่น้ำชุมพร ชาวบ้านหวาดกลัวไม่กล้าลงไปอาบน้ำและทำอาชีพประมงหาปู หาปลา หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงแม่น้ำชุมพร ที่บริเวณคุ้งน้ำ ชื่อ "คุ้งวังพระ" ความกว้างประมาณ 30 เมตร ลึกราว 8 เมตร ทั้งสองฝั่งเต็มไปต้นจากและสวนมะพร้าวของชาวบ้าน บรรยากาศร่มครึ้ม เงียบสงบ ไม่มีบ้านเรือนราษฎรอาศัยอยู่ และอยู่ห่างจากปากแม่น้ำที่ไหลลงสู่ทะเลประมาณ 5 กิโลเมตร พบผู้ใหญ่ชัยวัฒน์ใช้เรือหางยาวนำลูกบ้านจำนวน 6 คน ออกตามหาไล่ล่าจระเขตัวดังกล่าวไปตามแม่น้ำ ตั้งแต่เช้ามืดวันนี้ แต่ยังไร้วี่แวว

นายชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา ลูกบ้าน 3 คน คือนายพรเทพ ชุ่มชื่น อายุ 39 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านของตน นายเสกสรร จันทร์บำรุง อายุ 39 ปี และนายเชิดศักดิ์ มหาแก้ว อายุ 34 ปี ทั้งสองเป็นตำรวจชุมชนประจำป้อมตำบลตากแดด อ.เมืองชุมพร ชวนกันขับเรือหางยาวออกไปหาหอยตลับที่คุ้งวังพระ แล้วเห็นจระเข้ เลยมาเล่าให้ตนฟังว่า ขณะที่ทั้งสามไปหาหอยพอถึงคุ้งวังพระก็เห็นซากจระเข้ตัวหนึ่ง ลอยขึ้นอืดติดอยู่กับกอต้นจาก มีแมลงวันตอมหึ่ง ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว ตอนแรกทั้งสามก็ไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าจะเป็นจระเข้ จึงพายเรือเข้าไปใกล้ๆ ก็พบว่าเป็นจระเข้จริงๆ และห่างกันประมาณ 2 เมตร ที่ริมตลิ่ง มีจระเข้อีกตัวหนึ่ง ขนาดความยาวประมาณ 2.50 เมตร พอเห็นคนก็รีบมุดหัวดำลงใต้น้ำ ทำให้น้ำบริเวณนั้นหมุนวนเป็นเกลียว ทั้งสามตกใจหน้าซีด นั่งตัวแข็งอยู่ในเรือ พอตั้งสติได้ก็ช่วยกันเอาเชือกไนลอนไปผูกที่คอซากจระเข้ แล้วใช้เรือลากกลับขึ้นฝั่งที่บ้านของ นายประสิทธิ์ มหาแก้ว อายุ 71 ปี กรรมการหมู่บ้าน หมู่ 5 ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 2 กิโลเมตร

นายชัยวัฒน์ เล่าอีกว่า หลังจากตนทราบข่าวก็เดินทางไปที่บ้านนายประสิทธิ์ พบว่าจระเข้ดังกล่าว เป็นเพศผู้ น้ำหนักเกือบ 100 กิโลกรัม ความยาวจากหัวถึงหางประมาณ 2 เมตรเศษ เป็นจระเข้พันธุ์น้ำจืด สภาพภายนอกดูสมบูรณ์ทุกอย่าง มีกรงเล็บและเขี้ยวที่แหลมคม คาดว่าน่าจะเป็นจระเข้ตามธรรมชาติ เพราะถ้าเป็นจระเข้ที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้และหลุดออกมาตรงเล็บต้องไม่แหลมคม เนื่องจากอยู่กับพื้นซีเมนต์ ส่วนลำตัวไม่พบบาดแผลถูกทำร้ายใดๆ จึงไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิต คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน เพราะสภาพซากเริ่มเน่า ซึ่งในที่สุดทุกคนต่างลงความเห็นว่าต้องเอาไปฝัง แต่เพื่อเป็นการยืนยันความชัดเจน ตนจึงถ่ายภาพเก็บเอาไว้และสั่งให้ลอกหนังจระเข้เอาเกลือดองเก็บรักษาสภาพ

นอกจากนี้ ได้ออกประกาศแจ้งเตือนชาวบ้านที่อยู่อาศัยทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำชุมพร ในพื้นที่หมู่ 5 และ 6 ต.ตากแดด ประมาณ 50-70 หลังคาเรือน อย่าให้ลงไปอาบน้ำและทำการประมง เนื่องจากชาวบ้านในละแวกนั้น ต้องใช้น้ำในแม่น้ำชุมพรอุปโภค-บริโภค รวมทั้งประกอบอาชีพทำการประมงน้ำจืด ทำการเกษตรเป็นหลัก แต่พอข่าวนี้แพร่สะพัดออกไป ชาวบ้านตลอดริมฝั่งแม่น้ำชุมพร ต่างหวาดกลัว ไม่กล้าลงไปอาบน้ำ และประกอบอาชีพตามวิถีชีวิตที่เคยทำมา สร้างความเดือนร้อนไปตามๆ กัน ตนในฐานะผู้ใหญ่บ้านจึงได้แจ้งเรื่องนี้ให้กับกำนันตำบลตากแดด ทราบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อรายงานต่อให้นายอำเภอและผู้ว่าราชการจังหวัดทราบเป็นลำดับต่อไป และเพื่อความสบายใจของลูกบ้าน ตนจึงได้จัดชุดไล่ล่าเอาชาวบ้านที่สมัครใจ ออกไปค้นหาจระเข้ตัวที่เหลือ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นตัวเมีย ไม่ว่าจะจับเป็นหรือจับตาย ต้องจับให้ได้อย่างเร็วที่สุด เพราะลูกบ้านส่วนใหญ่เขาเดือดร้อน

อย่างไรก็ตาม ผู้ใหญ่ชัยวัฒน์ ยังเล่าต่ออีกว่า สำหรับแม่น้ำชุมพรสายนี้ ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าให้ฟังว่า เมื่อ 50-60 ปีที่แล้ว เคยมีจระเข้น้ำจืดอาศัยอยู่ตามธรรมชาติชุกชุมมากและเคยกินคนด้วย แต่ปัจจุบันนี้ไม่เคยมีใครพบเห็น เพิ่งมาพบเจอก็ครั้งนี้ สำหรับจระเข้อีกตัวที่เหลือ คาดว่าเป็นเพศเมียคงไม่หนีไปไหนคงวนเวียนตามหาคู่ของมันที่ตายไป จึงคาดว่าอีกไม่นานคงจะจับตัวได้.

โหวตข่าวนี้