advertisement

รักชาวสีม่วงชื่นมื่น! เจ้าบ่าวครูอนุบาลแต่งหนุ่มเมืองคอน

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 18 พ.ค. 2556 15:50

ฮือฮา! อีกคู่ งานแต่งชาวสีม่วงชายรักชาย ครูหนุ่มร.ร.อนุบาลดังในสุราษฎร์ หอบสินสอดเงินสด 2 แสน ทองหนัก 5 บาท แต่งหนุ่มเมืองคอน หลังคบหาดูใจมานานกว่า 14 ปี ประกาศให้สังคมรับรู้ความรักเพศที่ 3 ท่ามกลางการแสดงความยินดีของญาติทั้ง 2 ฝ่าย...

เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2556 ที่บ้านเลขที่ 108 หมู่ 3 ต.ท่าโรงช้าง อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี มีงานพิธีมงคลสมรสระหว่างชายและผู้ชาย ซึ่งสร้างความฮือฮาเป็นอันมาก โดยพิธีเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้าฝ่ายเจ้าบ่าวนายสมชาติ หรือ นัท บุญมี อายุ 34 ปี ครูโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งใน จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยญาติๆ ยกขบวนขันหมาก พร้อมสินสอด เงินสด 200,000 บาท ทองรูปพรรณน้ำหนัก 5 บาท เข้าสู่ขอและทำพิธีมงคลสมรสกับนายนาวี หรือดล โชติรัตน์ อายุ 34 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช พนักงานฝ่ายบัญชีของสถานบริการน้ำมันแห่งหนึ่ง ท่ามกลางญาติทั้ง 2 ฝ่ายร่วมเป็นสักขีพยาน แสดงความยินดีกว่า 100 คน จากนั้นในช่วงค่ำวันเดียวจะมีงานเลี้ยงฉลองสมรส ภายใต้ชื่องาน “รักไม่ได้เห็นด้วยตา แต่สัมผัสด้วยใจ” และเน้นการแต่งกายโทนสีม่วงเพื่อสื่อให้เห็นถึงความรักของเพศที่ 3

นายนาวี หรือ ดล เจ้าสาว กล่าวว่า อยากให้เรียกเราทั้งสองว่าคู่สมรส ที่พร้อมจะเดินทางไปร่วมกัน สร้างครอบครัวร่วมกัน ซึ่งตนกับนายสมชาติ คบหาดูใจและดูแลกันมานานร่วม 14 ปี จนมาถึงวันนี้ เราทั้งคู่ต่างพร้อมที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน จึงได้ปรึกษาหารือญาติๆ ทั้ง 2 ฝ่ายเพื่อทำตามประเพณีอย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าในตอนแรกญาติๆ ทั้ง 2 ฝ่ายทำใจยอมรับไม่ได้ โดยเฉพาะนางสมบูรณ์ บุญมี อายุ 77 ปี แม่ของเจ้าบ่าว ถึงกับเป็นลมล้มป่วยต้องเข้าโรงพยาบาล แต่เมื่อได้อธิบายว่า การที่เราทั้งคู่จะจัดงานแต่งงาน ไม่ได้เป็นการสร้างความเดือดร้อน หรือ ทำชั่ว และการที่เราร่วมใช้ชีวิตกันมาระยะหนึ่งโดยไม่มีปัญหา เป็นสิ่งที่ยืนยันว่า ความรัก ไม่ได้มีขึ้นเฉพาะกับผู้หญิงและชายเท่านั้น แต่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกๆ คน


พร้อมย้ำว่า การครองคู่กัน ไม่ว่าจะเป็นเพศไหนจะต้องอยู่ด้วยความเข้าใจกัน รู้จักผ่อนสั้นผ่อนยาว ชีวิตจึงจะมีความสุข หากเป็นไปได้อยากให้ผู้เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลด้านกฎหมาย เกี่ยวกับสิทธิ์ของคู่สมรสเพศที่ 3 ให้สามารถจดทะเบียนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และหากมีโอกาสอยากเข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์ด้วย ซึ่งการแต่งงานครั้งนี้ของตน ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่จะประกาศให้สังคมรับรู้และยอมรับพวกเรามากขึ้น เพียงแต่เรากล้าตัดสินใจและบอกให้สังคมรับรู้

ขณะที่นายสมชาติ กล่าวว่า รู้จักกับนายนาวี ตั้งแต่สมัยเรียนคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี มาด้วยกัน และคบหาเป็นเพื่อนสนิทกันมาก่อน ต่อมาต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันไปทำงาน โดนตนเข้าทำงานเป็นครูสอนเด็กปฐมวัย ส่วนนายนาวี กลับไปช่วยงานที่บ้านใน จ.นครศรีธรรมราช จนกระทั่งกลับมาคบหากันนานร่วม 14 ปี และช่วยกันทำมาหากิน สร้างฐานะ โดยตนได้ทำงานเก็บเงิน จำนวน 200,000 บาท และทองรูปพรรณ น้ำหนัก 5 บาท ไว้เพื่อมอบให้กับแม่ของนายนาวี เพื่อเป็นหลักประกันว่า ตนสามารถดูแลนายนาวีได้

ด้านนางบุญเตือน โชติรัตน์ อายุ 59 ปี มารดาของนายนาวี กล่าวว่า ตลอดเวลารับรู้ว่าลูกชายอยู่กินฉันสามีภรรยากับนายสมชาติ แต่ไม่คาดคิดว่าทั้งคู่จะจริงจังถึงขั้นแต่งงาน วันแรกที่ลูกชายบอกว่าจะแต่งงานกับนายสมชาติ รู้สึกตกใจเป็นอย่างมากและคัดค้าน เนื่องจากเกรงว่าญาติๆ จะอับอาย และลูกๆต่างทำงานมีหน้ามีตาในสังคม แต่เมื่อยืนยันว่าเป็นสิทธิ์ของน้องชาย และไม่ได้เป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับสังคมจึงยินยอมด้วย และวันนี้ยอมรับว่ามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ลูกชายได้ทำในสิ่งที่ปรารถนา

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement