ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เผยทีมฆ่าปลัดอบจ.ขอนแก่นหนีเข้าเขมรแล้ว

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 พ.ค. 2556 02:10
11,047 ครั้ง


ทีมสืบสวน ตร.ขอนแก่น ตรวจบ้านรอง ผกก.สภ.หนองเรือ ผู้ต้องหาคดีฆ่าปลัด อบจ.ขอนแก่น ด้านรองผบช.ภ.4 เผย ทีมฆ่าที่เหลือหนีเข้าไปฝั่งกัมพูชาแล้ว เตรียมสอบนายก อบจ.ขก.และ ส.จ.หามูลเหตุฆ่าปลัด...

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 10 พ.ค.2556 พ.ต.อ.ชัยพร พานิชอัตรา รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พ.ต.ท ชุมพล หันชะนา รอง ผกก.สส.สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสอบสวน ได้เดินทางไปที่ บ้านเลขที่ 888 /34 หมู่บ้านพีเอสโฮม มะลิวัน ซึ่งเป็นบ้านพักส่วนตัวของ พ.ต.ท.สมจิตร แก้วพรหม รอง ผกก.ป.สภ.หนองเรือ จังหวัดขอนแก่น คนร้ายที่ลงมือสังหาร นายสุชาติ โคตรทุม อายุ 53 ปี ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่นตาย ที่หน้าบ้านพักภายในคุ้มจอมพล เมื่อเช้าวันที่ 3 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยสาเหตุที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนมาที่บ้านหลังดังกล่าว เพื่อจะตรวจค้นหาหลักฐานต่างๆ ที่อาจจะเชื่อมโยงในการกระทำความผิด หรือเชื่อมโยงถึงบุคคลอื่นที่อาจจะเกี่ยวข้องกับการสังหารนายสุชาติ ปรากฏว่าที่บ้านไม่มีคนอยู่อาศัย จึงไม่สามารถเข้าตรวจค้นได้

พ.ต.ท.ชุมพล หันชะนา รอง ผกก.สส.สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า การจะเข้าตรวจค้นบ้านพักหรือสถานที่ใดก็ตาม หากไม่มีบุคคลที่อาศัยอยู่ในบ้านพัก เจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถเข้าไปตรวจค้นได้ เช่นการที่จะเข้าตรวจค้นบ้านพักของ พ.ต.ท.สมจิตร ครั้งนี้ก็เหมือนกัน เมื่อไม่มีคนอยู่ในบ้านก็ไม่สามารถเข้าตรวจค้นได้


ในวันเดียวกัน ที่ สภ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น พ.ต.อ.ถนอมสิทธิ์ วงษ์วิจารณ์ ผกก.สภ.หนองเรือ พร้อมกำลังชุดสืบสวน ก็ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักของ พ.ต.ท.สมจิตร ซึ่งเป็นบ้านพักของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองเรือ แต่ก็ไม่พบหลักฐานในการกระทำความผิดหรือการเชื่อมโยงกับบุคคลอื่นแต่อย่างใด

ด้าน พ.ต.อ.ชัยพร กล่าวว่า บ้านหลังดังกล่าว ด.ต.วีระศักดิ์ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ก่อนหน้านี้ได้ระบุว่าเป็นบ้านพักของ พ.ต.ท.สมจิตร และตัวเองก็เคยมาพักอาศัยที่นี่ด้วย ดังนั้นการตรวจสอบในครั้งนี้เพื่อรวบรวมหลักฐานและสอบปากคำพยานแวดล้อมทั้งหมด เพื่อให้แนวทางของการสอบสวนและสืบสวนเดินหน้าไปพร้อมกัน ซึ่งต้องยอมรับว่าความคืบหน้าทางคดีนั้นมีไปมากแต่ยังคงไม่สามารถที่จะเปิด เผยรายละเอียดได้ และขณะนี้การทำงานร่วมระหว่าง บช.ภ.4, บก.ภ.จว.ขอนแก่น สภ.เมืองขอนแก่น บก.ภ.จว.ชัยภูมิ และกองปราบปราม เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และสนธิการทำงานรวมไปถึงการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารกันโดยตลอด ซึ่งพบว่ารถยนต์ที่คนร้ายใช้เป็นพาหนะในการหลบหนีขณะนี้ คือ โตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์สีขาว ป้ายแดง ซึ่งอาจจะเป็นรถของภรรยา ซึ่งหลังก่อเหตุได้นัดพบกันที่ จ.ชัยภูมิเพื่อหลบหนีไปด้วยกัน ขณะนี้ได้มอบหมายให้ชุดสืบสวนตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งใน จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่ชุดจับกุมและผู้ต้องหาเผชิญหน้ากัน

“หลังการตรวจสอบบ้านพักเพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐานไปแล้ว ยังคงจะจัดชุดสายสืบเฝ้าติดตามพฤติกรรมหรือเข้ามาตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว เพราะอาจจะมีใครหวนกลับมาบ้านอีกครั้ง เพราะจากการที่ประตูหลังบ้านเปิดอยู่ทำให้เชื่อได้ว่า พ.ต.ท.สมจิตร ได้โทรศัพท์นัดแนะให้ภรรยามาพบด้วยท่าทีที่ลุกลี้ลุกลนและรีบเร่งจนลืมปิดประตู โดยอาจจะมีการขอหมายค้นบ้านอย่างละเอียดอีกครั้ง อย่างไรก็ตามได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจเข้าไปตรวจสอบที่บ้านพักของ ปลัด อบจ.ขอนแก่น รวมไปถึงการจัดกำลังตำรวจคุ้มกันภรรยาและลูกสาว รวมไปถึงคนในครอบครัว เพื่อความมั่นใจในความปลอดภัย ขณะที่ปมสังหารยังคงมองไปในประเด็นของปัญหาส่วนตัวที่อาจจะเกิดจากปมขัดแย้งภายใน” รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าว

พ.ต.อ.ชัยพร กล่าวต่อว่า หลังเกิดเหตุคนร้ายยิง ปลัด อบจ.ขอนแก่น จนเสียชีวิต วันรุ่งขึ้นคณะผู้บริหาร อบจ.ขอนแก่น ได้เดินทางไปทัศนศึกษาที่ออสเตรเลีย ซึ่งครบกำหนดกลับในวันที่ 11 พ.ค.2556 แต่ยังไม่กำหนดยืนยันว่าจะถึงขอนแก่นเมื่อใด ซึ่งได้กำชับให้พนักงานสอบสวนเชิญ นายพงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชกพงษ์ นายก อบจ.ขอนแก่น ในฐานะผู้บังคับบัญชามาสอบปากคำเพื่อหาข้อมูล รวมไปถึงบุคคลที่ใกล้ชิดและสมาชิกสภาจังหวัดที่คาดว่าจะมีส่วนรู้เห็นหรือมีเบาะแสที่สำคัญต่อรูปคดี รวมไปถึงการตรวจสอบเอกสารการทำงานทั้งหมดภายใน 1-2 วันนี้ ขณะที่การติดต่อขอมอบตัวนั้นญาติของ พ.ต.ทสมจิตร ได้ทำการติดต่อมาจริงแต่ยังคงมีข้อแม้ โดยเฉพาะกับการยื่นขอประกันตัวซึ่งตำรวจนั้นคัดค้านอย่างเต็มที่เพราะเป็นคดีอุกฉกรรจ์ ขณะที่ ด.ต.วีระศักดิ์ ที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ขณะนี้ยังคงขออำนาจศาลจังหวัดขอนแก่นคุมขังไว้ที่เรือนจำกลางขอนแก่น ซึ่งทนายของ ด.ต.วีระศักดิ์ ได้ทำเรื่องยื่นขอประกันตัวต่อศาลฯ ทุกวัน ด้วยหลักทรัพย์ 1,000,000 บาท แต่พนักงานสอบสวนและศาลฯ คัดค้านการประกันตัวเพราะเกรงว่าจะหลบหนี อย่างไรก็ตามด้วยการเป็นคนชำนาญพื้นที่ประกอบกับรับราชการตำรวจถึงระดับ รอง ผกก.ฯ ทำให้การหลบหนีนั้นแยบยลเพราะรู้ถึงความเคลื่อนไหวและกลยุทธ์ของตำรวจทั้งหมด ทำให้ชุดสืบสวนสอบสวนจะต้องทำงานกันอย่างละเอียดและรัดกุมมากขึ้นเช่นกัน

ขณะที่ พ.ต.อ.ถนอมสิทธิ์ วงษ์วิจารณ์ ผกก.สภ.หนองเรือ กล่าวว่า จากข้อมูลและแนวทางการสืบสวนสอบสวน ทำให้สามารถที่จะตัดประเด็นปมปัญหาในเรื่องชู้สาวออกไปได้ เพราะความสนิทสนมส่วนตัวระหว่าง พ.ต.ท.สมจิตร กับผู้ตาย นั้นเป็นไปได้ยาก ประกอบกับการเพิ่งเข้ารับตำแหน่งที่ สภ.หนองเรือเพียงไม่นานนัก จึงยังคงมีระยะห่างที่เกิดขึ้น แต่ถึงอย่างไรขณะนี้ได้กำชับแนวทางการปฏิบัติของข้าราชการตำรวจ สภ.หนองเรือ ในการช่วยเป็นเบาะแสหากมีการติดต่อเข้ามาหรือมีข้อมูลจากคนใกล้ชิดเพื่อเร่งติดตามจับกุมคนร้ายที่ยังคงหลบหนีอีก 3 คนมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เมื่อเวลา 16.00 น.วันเดียวกัน พล.ต.ต.ศักดา เตชะเกรียงไกร รอง ผบช.ภ.4 เปิดเผยข้อมูลล่าสุดถึงการติดตามจับกุม พ.ต.ท.สมจิตร แก้วพรหม มือปืนที่สังหารนายสุชาติ โคตรทุม ปลัด อบจ.ขอนแก่น ว่า พบความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.สมจิตรและพรรคพวกในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและตราด สันนิษฐานว่าน่าจะนั่งเรือข้ามฟากไปยังประเทศกัมพูชาแล้ว ซึ่งการหลบหนีของทีมสังหารนั้น มาจากความเชี่ยวชาญและการรู้ถึงการทำงานของตำรวจของ พ.ต.ท.สมจิตร อีกทั้งมีคนให้ความช่วยเหลือ รวมถึงการเปลี่ยนรถที่เป็นยานพาหนะในการหลบหนีแล้วหลายคัน ซึ่งล่าสุดทราบว่าใช้รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ป้ายแดง ขอยืนยันว่าตำรวจทำงานกันอย่างเต็มที่ ไม่เข้าข้างคนสีเดียวกัน ไม่เข้าข้างโจรโดยเด็ดขาด.

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement