advertisement

มาเฟียพัทยากร่าง ลากจนท.จากป้อมตบหน้ากลางถนน (ชมคลิป)

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 2 พ.ค. 2556 19:15

เมืองพัทยามีเรื่องฉาวอีกครั้ง หลังมีผู้โพสคลิปวิดีโอขึ้นบนเว็บไซต์ยูทูบ เผยคลิปมาเฟียท่าเทียบเรือย่านพัทยาใต้ บุกลากเจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการพิเศษเมืองพัทยาในเครื่องแบบออกจากป้อม ก่อนลงมือตบกลางถนน โดยเหตุดังกล่าวเกิดเมื่อวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา...

จากกรณีมีคนโพสต์คลิปวิดีโอลงในเว็บไซต์ยูทูบ ใช้ชื่อคลิปว่า "pattaya mafia” พัทยามาเฟีย โดยในคลิป ปรากฏภาพรถกระบะสีบรอนซ์ทอง ยี่ห้อนิสสัน มีสัญญาณไฟไซเรนติดอยู่บนหลังคารถ มาจอดบริเวณหน้าป้อมของเจ้าหน้าที่ทัพพระยา 2310 จากนั้นมีชายไทยอายุประมาณ 50 ปีบุกเข้าไปในป้อมและได้กระชาก 1 ในเจ้าหน้าที่อยู่ในเครื่องแบบออกมาจากป้อมด้วยอาการโมโห แล้วตบเข้าที่หน้าของเจ้าหน้าที่ทัพพระยาอย่างแรง แต่มืออีกข้างจับเครื่องแบบไว้ไม่ปล่อยพร้อมกับด่าทออยู่ตลอดเวลาท่ามกลางสายตาของนักท่องเที่ยวและประชาชน เหตุเกิดบริเวณป้อมยามทัพพระยา 2310 จุดท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮายพัทยาใต้ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ต่อมาวันนี้ (2 พ.ค) เวลา 15.00 น.ผู้สื่อข่าวได้เข้าสัมภาษณ์บุคคลในคลิปเกี่ยวกับข้อเท็จจริงในคลิปดังกล่าว คือนายอนุรัตน์ ชั้นไพบูลย์ อายุ 25 ปี เจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการพิเศษทัพพระยา ผู้ที่ถูกโดนทำร้าย เล่าว่าเหตุการณ์ในคลิปดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 เม.ย. ที่ผ่านมา ก่อนเกิดเหตุได้มีเสียงชายนิรนามเข้ามาในช่องวิทยุสื่อสารของทางทัพพระยา แล้วโวยวายว่ารถติดที่ท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย ทำไมไม่มีคนมาดู เมื่อตนได้ยินตนจึงรีบออกมาตรวจสอบ ก็พบว่ารถติดมากจึงใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายที่รถติดแล้วหันกล้องเก็บภาพไปเรื่อยๆ เพื่อส่งให้ศูนย์ดูตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

 

ขณะเดียวกันเป็นช่วงเวลาพร้อมกับที่ชายคนดังกล่าวที่บุกเข้ามาทำร้าย ทราบชื่อต่อมาคือ นายประดิต บุญมาฉาย อายุ 53 ปี เป็นหัวหน้าอาสาสมัครมูลนิธิสว่างบริบูรณ์พัทยา จุดชัยพฤกษ์ และเป็นเจ้าของเรือสปีดโบ๊ตนำเที่ยวชื่อ ''สองพี่น้อง'' บริการลากเรือขึ้นจากน้ำเพื่อขึ้นมาจอดบนบก ได้ใช้รถกระบะคันเดียวกันเปิดไฟไซเรนแล้วเปิดเสียงดังสนั่นลากเรือสปีดโบ๊ตขนาดใหญ่ย้อนศรสวนทางขบวนรถบัส ส่งนักท่องเที่ยวขึ้นมา ซึ่งเป็น 1 ในสาเหตุที่ทำให้รถติดเช่นกัน

นายอนุรัตน์ เล่าต่อว่าจากนั้นตนก็ออกไปโบกรถเพื่ออำนวยความสะดวกแก้ไขปัญหาในเบื้องต้น ลูกสาวของนายประดิต ได้มาขอดูโทรศัพท์ของตนโดยขู่ว่าถ้าไม่ให้ดูมีปัญหาแน่ ตนจึงให้ดูแต่ตนได้ลบคลิปออกไปแล้วแต่ยังมีคลิปที่ 2 ที่ยังส่งให้กับศูนย์ไม่เสร็จซึ่งเป็นคลิปที่ติดภาพขณะนายประดิตกำลังลากเรือไป ลูกสาวของนายประดิตเห็นจึงลบทันทีแล้วด่าทอตน โดยตนพยายามอธิบายว่าคลิปดังกล่าวไม่ได้เจาะจงรถของนายประดิตอย่างเดียว แต่ตนถ่ายไปเรื่อยๆ เพราะเป็นคำสั่งของศูนย์ จากนั้นตนได้เข้าอยู่ในป้อม จู่ๆ นายประดิตได้ขับรถกระบะคันดังกล่าวมาจอดหน้าป้อมแล้วเปิดประตูกระชากคอเสื้อของตนออกไปข้างนอกบริเวณริมถนนแล้ว ตบหน้าตนอย่างแรงหนึ่งครั้ง ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่เป็นผู้หญิงของการท่องเที่ยวเมืองพัทยาที่อยู่ในป้อมใช้โทรศัพท์มือถือพยายามถ่ายคลิปเก็บไว้ นายประดิตได้เข้าไปต่อว่าและขู่ให้ลบคลิปออก เจ้าหน้าที่หญิงทั้ง 3 คนกลัวจะถูกทำร้ายจึงรีบลบคลิปออกตามคำสั่งของนายประดิต

จากนั้นได้มีคนมาห้าม นายประดิตจึงขับรถออกไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พอหลังเกิดเหตุตนได้รายงานให้ศูนย์ทราบแล้วโทรศัพท์เล่าให้พ่อฟัง เมื่อพ่อเดินทางมาถึงได้ตรงเข้าตบหน้าของนายประดิต 1 ครั้ง เมื่อบรรดาสมุนของนายประดิตที่อยู่บริเวณใกล้เคียงจำนวนหลายสิบคนก็เข้ามารุมทำร้ายพ่อของตน รถของทัพพระยาที่เข้ามารับตนมาถึงพอดีจึงเข้ามาห้ามแล้วนำพ่อของตนขึ้นรถก่อน แต่นายประดิตไม่ยอม ได้ขับรถไถสำหรับลากเรือขนาดใหญ่มาจอดขวางไว้ไม่ให้รถออก ตนเห็นท่าไม่ดีจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยาให้มาระงับเหตุ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไกล่เกลี่ยแล้วให้ทั้ง 2 ฝ่ายเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองพัทยา โดยตนได้แจ้งความไว้ว่าถูกทำร้ายร่างกาย จากนั้นทางหัวหน้าของตนได้ให้ตนย้ายจากป้อมจุดท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย เข้าไปทำงานภายในศูนย์ก่อน

อย่างไรก็ตามตนต้องการดำเนินคดีกับนายประดิตให้ถึงที่สุดเพราะตนถูกทำร้ายระหว่างปฏิบัติหน้าที่และเกินกว่าเหตุ หากเหตุการณ์นี้ไม่เกิดขึ้นกับตนอาจจะต้องเกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ป้อมดังกล่าว ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อไปยังนายประดิต แต่นายประดิตปฏิเสธการให้สัมภาษณ์.

ชมคลิป

โหวตข่าวนี้