advertisement

อุทยานฯเตรียมขนย้ายสัตว์ป่า หลังวัดดังเมืองสุพรรณฯเลี้ยงไม่ไหว

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 18 มี.ค. 2556 02:00

อธิบดีกรมอุทยานฯ นำทีมช่วยสัตว์ป่า ที่วัดเวฬุคีรีวงษ์ จ.สุพรรณบุรี หลังวัดแจ้งเลี้ยงไม่ไหว พบเป็นการครอบครองถูกต้องตามกฎหมาย เบื้องต้นเตรียมย้ายไปไว้ที่อุทยานแห่งชาติพุเตย คาดขนย้ายเสร็จใน 1 เดือน ...

จากกรณีที่พระครูเวฬุวันกาญจนวงศ์ เจ้าอาวาสวัดเวฬุวันคีรีวงษ์ เลขที่ 97/1 หมู่ 2 ต.องค์พระ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ได้แจ้งต่อกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชว่า อยากให้กรมอุทยานฯ มารับสัตว์ป่าที่อุปการะไว้ไปดูแล เนื่องจากทางวัดไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายได้ ดังนั้น เมื่อเวลา 13.00 น. ของวันที่ 17 มี.ค. 2556 นายมโนพัศ หัวเมืองแก้ว อธิบดีกรมอุทยานฯ พร้อม นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานฯ นางตวงรัตน์ โพธิเที่ยง หน.กลุ่มงานลี้ยงสัตว์ป่า นายบรรพต มาลีหวล หน.ฝ่ายสุขภาพสัตว์ป่า นายปราโมทย์ จงกลวานิชสุข หน.อุทยานแห่งชาติพุเตย นายไกรวุฒิ นักวิชาการประกจำกลุ่มงานอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) นายประวุธ เปรมปรีดิ์ ผช.หน.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ พร้อมเจ้าหน้าที่พิทักษ์จำนวนกว่า 50 นายได้ลงพื้นที่ วัดเวฬุวันคีรีวงษ์  โดยนายมโนพัฬพร้อมนายธีรภัทรได้เข้าหารือกับพระครูเวฬุวันกาญจนวงศ์ เพี่อขอรับทราบเกี่ยวกับที่มาของสัตว์ป่าที่ครอบครองไว้ทั้งหมด โดยในวัดได้ใช้รั้วตาข่ายเหล็กสูงประมาณ 4 เมตรกั้นขอบเขตแนวพื้นที่เชิงเขาเป็นเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ไว้ให้สัตว์ป่าเหล่านี้ได้มีอิสระในการอยู่อาศัย และมีการให้อาหารแก่สัตว์จำนวนมากพอสมควร โดยเท่าที่เห็นด้วยตาพบว่า เก้งมีจำนวนเกือบ 100 ตัว และยังมีลิงกังตามต้นไม้ อีกเป็น 10ตัว อีกทั้งยังมีไก่ฟ้า ไก่ป่า และนกนานาชนิดมาอาศัยที่วัดแห่งนี้จำนวนมาก

พระครูเวฬุวันกาญจนวงศ์ เปิดเผยว่า สัตว์ป่าทั้งหมดเป็นสัตว์ที่มาอยู่ที่วัดนานมาแล้ว และหลวงพ่อใหญ่เจ้าอาวาสองค์เก่า ท่านได้มีเมตตาเลี้ยงไว้ ต่อมาทางวัดได้ทำการขึ้นทะเบียนต่อกรมอุทยานฯไว้ตั้งแต่ 2546 โดยเบื้องต้นมีเก้งจำนวน 5 ตัว มีลิง มีเลียงผา และไก่ฟ้าจำนวนหนึ่ง ซึ่งก็มีการอยู่กันมารวมกันทั้งสัตว์และพระ โดยเฉพาะเก้งมีการแพร่พันธุ์จำนวนมาก จนขณะนี้มีอยู่เกือบ 100 ตัว ต่อมาเมื่อสัตว์ต่างๆมีจำนวนมากขึ้น และทางวัดก็ไม่สามารถที่จะหาอาหารให้แก่สัตว์เหล่านี้กินได้อิ่ม และในอนาคตหากไม่มีการควบคุมก็จะเพิ่มจำนวนอีกมาก ดังนั้นหลวงพ่อใหญ่ จึงคิดว่า ควรที่จะประสานกรมอุทยานฯให้มาช่วยรับไปดูแล เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศต่อไป

นายมโนพัศ หัวเมืองแก้ว อธิบดีกรมอุทยานฯ เปิดเผยว่า หลังจากตนได้รับรายงานว่า ทางวัดเวฬุวันคีรีวงษ์ ต้องการที่จะให้กรมอุทยานฯเข้ามาช่วยเหลือ นำสัตว์ในครอบครองที่มีการขออนุญาตครอบครองขึ้นทะเบียนตั้งปี 2546 ที่ผ่านมา ซึ่งตนมาดูแล้วก็รู้สึกสงสารและต้องชื่นชมวัด ทั้งท่านเจ้าอาวาสองค์ก่อนและองค์ปัจจุบัน รวมถึงลูกศิษย์ประชาชนในพื้นที่ที่ช่วยกันดูแลอนุรักษ์สัตว์ป่าเป็นอย่างดี ในเบื้องต้นทราบว่ามีเก้งเกือบ 100 ตัว และลิงกังอีก 10 กว่าตัว เลียงผา 1 ตัว และไก่ฟ้าอีกจำนวนหนึ่ง โดยทางกรมอุทยานฯยินดีที่จะรับสัตว์เหล่านี้ไปดูแล โดยจะนำไปไว้ที่อุทยานแห่งชาติพุเตย อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี เพื่อเลี้ยงดูและเพื่อเป็นการส่งเสริมในการให้ความรู้อันเป็นประโยชน์แก่นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวชม ทั้งนี้การดูแลจะปล่อยให้อยู่ตามธรรมชาติและคงต้องทำความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่ด้วยว่า เก้งและสัตว์ป่าทั้งหมดมีความคุ้นเคยกับมนุษย์มาก ดังนั้น จึงอยากให้ช่วยกันดูแลอนุรักษ์ไว้ ซึ่งในการเคลื่อนย้ายในครั้งนี้ ตนได้มอบหมายให้ นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานฯ มากำกับดูแลในการเคลื่อนย้ายตามหลักวิชาการ คงใช้เวลาในการเคลื่อนย้ายประมาณ 1 เดือนจึงจะเสร็จสิ้น

ด้าน นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานฯ เปิดเผยว่า ในส่วนของการเคลื่อนย้ายวันนี้ได้เตรียมกรงมาวางไว้ในพื้นที่รั้วตาข่ายเหล็ก เพื่อให้เก้งเคยชิน แต่ต้องใช้เวลาประมาณ 10 วันจึงจะสามารถนำเคลื่อนย้ายไปที่อุทยานฯพุเตย อีกประการที่สำคัญในการเคลื่อนย้าย ไม่ได้เคลื่อนย้ายทั้งหมด เพราะทางวัดจะเลือกให้ย้ายแต่ในส่วนที่มอบให้กรมอุทยานฯเท่านั้น คาดว่าเก้งประมาณ 80 ตัวและลิงกังประมาณ 10 ตัว.

 

โหวตข่าวนี้