advertisement

แชตล่าสาวตุ๋น5ล้าน อ้างศิลปิน 'อัสนี -วสันต์'

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 มี.ค. 2556 03:45

ไอ้หนุ่มผมยาวนักดนตรีผับทำตัวเป็นนักล่าในอินเตอร์เน็ต ใช้รูปคนอื่นโพนทะนาในเว็บไซต์หาคู่ว่ารูปหล่อ พ่อรวย แถมทำงานค่ายแกรมมี่อยู่เบื้องหลังศิลปินชื่อดัง อัสนี-วสันต์ โชติกุล ลวงเหยื่อสาวหลายรายกวาดเงินไปกว่า 5 ล้านบาท แห่แจ้งกองปราบฯตามสะกดรอยจนรวบตัวได้คาอพาร์ตเมนต์ย่านรามคำแหง รับว่าใช้รูปคนอื่นและแอบอ้างตามถูกกล่าวหา โยนความผิดให้เหยื่อ หลังพบตัวจริงยอมคบหาเองเพราะเป็นคนคารมดี ตำรวจเชื่อมีคนร่วมแก๊งและมีผู้เสียหายอีกเยอะ วอนเข้าชี้ตัวแจ้งความดำเนินคดี

กองปราบบุกรวบไอ้หนุ่มผมยาวลวงเงินสาวทางอินเตอร์เน็ตรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 13 มี.ค. พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.วรวุฒิ คุณะเกษม ผกก.3 บก.ป. พ.ต.ท.วราวุธ เจริญชนม์ รอง ผกก.3 บก.ป. และ พ.ต.ต.สมโภชน์ เข็มเพ็ชร์  สว.กก.3  บก.ป.  แถลงข่าวจับกุมนายชัยณรงค์ ฉิมนอก อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/17 ซอยชุมชนหัวโค้ง 2 แขวงและเขตคลองเตย กทม. ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 420/2556 ลงวันที่ 11 มีนาคม 2556 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงด้วยการแสดงตัวเป็นบุคคลอื่น จับกุมได้ที่ลานจอดรถอพาร์ตเมนต์ บริษัทธาราการ์เด้น จำกัด เลขที่ 3 ซอยรามคำแหง 164 แขวงและเขตมีนบุรี

สืบเนื่องจาก น.ส.นุ่น (นามสมมติ) และ น.ส.นุช (นามสมมติ) ผู้เสียหาย เข้าแจ้งความร้องทุกข์พนักงานสอบสวนกองปราบปรามว่า ถูกนายชัยณรงค์หลอกให้โอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร หลังจากรู้จักคบหากันผ่านทางเว็บไซต์จัดหาคู่แห่งหนึ่ง รวมมูลค่าเสียหายกว่า 4 ล้านบาท เหตุเกิดเมื่อประมาณเดือนสิงหาคม 2555 ก่อนที่ชุดสืบสวนจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติ ศาลออกหมายจับและติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหารายนี้ได้

น.ส.นุ่นเผยว่า  เข้าไปหาข้อมูลเว็บไซต์หาคู่ในกูเกิล พบเว็บไซต์ www.jubkoo.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์แห่งเดียวที่ไม่ต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวหรือให้รายละเอียดต่างๆ เพียงแต่เข้าไปสมัครสมาชิกก็สามารถค้นหาบุคคลที่ต้องการทำความรู้จักได้ จนพบกับผู้ต้องหาที่ขณะนั้นอ้างว่าชื่อ นายเจนพิทักษ์ โสมนัสศิริวัฒนา ณ อยุธยา มีอาชีพเป็นนักดนตรีทำงานอยู่เบื้องหลังศิลปินชื่อดัง “อัสนี-วสันต์ โชติกุล” สังกัดค่ายแกรมมี่ นอกจากนี้ยังใช้รูปภาพของบุคคลอื่นที่หน้าตาดี มาโพสต์พร้อมกับแสดงสถานะว่าครอบครัวมีฐานะดี เคยไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น หลังจากนั้นพูดคุยกันผ่านโปรแกรมแชต จนเกิดความเชื่อใจยอมแลกเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ ก่อนถูกหลอกให้โอนเงินโดยผู้ต้องหาพูดจาหว่านล้อมต่างๆ นานาถึงขั้นระบุว่า ถ้าไม่เชื่อใจว่าฐานะดีจะโอนเงินมาให้ก่อน แต่พอคุยไปคุยมาอ้างว่าอยู่ต่างประเทศขั้นตอนโอนเงินทำลำบาก หลังจากนั้นเป็นฝ่ายขอยืมเงิน ใช้วิธีหลอกลวงเพื่อให้โอนเงินไปให้หลายครั้งเป็นเงินนับล้านบาท ที่ผ่านมาเคยขอนัดพบผู้ต้องหา แต่ทุกครั้งถูกบ่ายเบี่ยงอ้างว่าติดงาน หรือถูกผู้จัดการส่วนตัวกักตัวไว้ไม่ให้ออกไปไหน จนไม่สามารถติดต่อได้ทำให้เอะใจคิดว่าน่าจะถูกหลอก

“ครั้งแรกเชื่อว่าเขาคงไม่ได้หลอกเรา เพราะมีการอ้างถึงบุคคลต่างๆ จำนวนมาก ไม่ได้สงสัยอะไรกระทั่งช่วงที่ถูกเอ่ยปากขอยืมเงิน เขายืนยันว่าจะหามาคืนให้แน่นอน เขามีวิธีการพูดจาหว่านล้อมจนเราหลงคารมยอมใจอ่อนทำตาม” เหยื่อสาวกล่าว

ด้านนายชัยณรงค์ให้การว่า มีอาชีพเป็นนักดนตรีตระเวนแสดงตามผับต่างๆ ในกรุงเทพฯ มีครอบครัวแล้ว ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นประมาณปี 2550 ตนโพสต์ข้อมูลต่างๆ ไว้ในเว็บไซต์หาคู่ นำภาพคนหน้าตาดีจากอินเตอร์เน็ตนำมาตั้งโปรไฟล์ข้อมูลส่วนตัว ใช้ชื่อ-สกุลที่แอบอ้างขึ้น จากนั้นทำความรู้จักกับผู้เสียหายที่เข้ามาติดต่อและพูดคุยผ่านโปรแกรมแชตจนแลกเบอร์โทรศัพท์กัน รายไหนเริ่มสนิทจะยอมเปิดเผยตัวว่า ไม่ใช่คนเดียวกับที่โพสต์รูปในเว็บไซต์ หากผู้เสียหายรายไหนยังต้องการคบหาจะนัดพบกัน ขอยืนยันว่าทุกรายคบหากันจริง ส่วนเรื่องเงินยอมรับว่า ยืมจากผู้เสียหายเพื่อนำไปลงทุนทำร้านอาหารชื่อ “แอดกู้ด” ซอยมิสทีน ถนนรามคำแหง แต่ละครั้งจะยืมหลักหมื่นถึงแสนบาทมีคนโอนเงินให้ประมาณ 10 ราย ยอมรับว่านิสัยเจ้าชู้ คุยสนุก ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นอยากขอโทษผู้เสียหาย ทำตัวไม่ดีทำให้ครอบครัวผิดหวัง ยินดีหาเงินมาคืนให้ทั้งหมด

ด้าน พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป.กล่าวว่า แนวทางการสอบสวนพบว่า ผู้ต้องหาหลอกลวงผู้เสียหายมาแล้วหลายราย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 5 ล้านบาท อย่างไรก็ดีขณะนี้มีการสอบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมกระทำความผิดทั้งผู้ที่มีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีธนาคารต่างๆ ที่รับโอนเงินจากผู้เสียหาย หลังจากนั้นจะพิจารณาดำเนินคดีตามความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และความผิดตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง สำหรับผู้เสียหายที่ถูกผู้ต้องหาหลอกด้วยพฤติการณ์ลักษณะเดียวกัน ขอให้เข้าแจ้งดำเนินคดีเพิ่มเติมได้ที่ บก.ป.

โหวตข่าวนี้