advertisement

จับพระวัย80ปี พาสีกาจ้ำจี้ กุฏิวัดเมืองน่าน

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 5 มี.ค. 2556 01:30

ชาวบ้านอภัยสุดทน แจ้งตำรวจจับพระวัย 80 ปี พาสีกาจ้ำจี้ถึงกุฏิวัดเมืองน่าน เจ้าหน้าที่นำตัวไปจับสึก ก่อนอ้างทำไปไม้รู้ตัว เพราะเชื่อว่าตัวเองกำลังมีเคราะห์หนัก...

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 4 มี.ค. 56 ร.ต.ต.พรพิชิต ช่อมะลิ ร้อยเวรสายตรวจ สภ.เมืองน่าน ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 มีชาวบ้านชุมชนบ้านอภัย โทรศัพท์ไปว่าขอให้ไปช่วยตรวจสอบเหตุพระภิกษุผิดวินัยสงฆ์มั่วสีกาในกุฏิ ที่วัดอภัย ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน จ.น่าน หลังได้รับแจ้งจากว่าพระภิกษุได้พาสีกาเข้าไปหลับนอนในกุฏิวัด จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย จนท.ตร.สายตรวจจำนวนหนึ่ง

จากการเข้าตรวจสอบ พบชาวบ้านกว่า 10 คน ยืนรอดูเหตุการณ์โดยรอบบริเวณกุฏิวัดภายในวัดอภัย และพบ พระบุญ จนทฺปุญโญ อายุ 80 ปี ซึ่งเป็นพระที่ชาวบ้านพบเห็นพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสม จึงได้เข้าสอบถาม ทราบว่าชื่อเดิมคือ นายบุญ ยอดยิ่ง อายุ 80 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชน บ้านเลขที่ 23 ม.14 ต.ท่าก๊อ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย และบวชเมื่อปี 2545 ที่วัดแม่ปาง ต.เวียงตาล อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง รวม 11 พรรษา และเพิ่งจะมาจำพรรษาอยู่ที่วัดอภัยได้เพียง 4 เดือนกว่า

นายกฤษดาวุฒิ ศิริพันธ์ ชาวบ้านอภัยผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ตนเป็นพ่อค้าในตลาดอภัย ซึ่งอยู่ติดกับวัดอภัย พบเห็นว่ามีหญิงสาวอายุประมาณ 40 ปี ซึ่งคนในตลาดรู้จักดีได้เข้าออกที่กุฏิพระบุญบ่อยครั้ง ซึ่งแรกๆ ทุกคนเข้าใจว่า เข้าไปขออาหารและยาจากพระที่วัดอยู่เป็นประจำ เนื่องจากผู้หญิงคนนี้มีฐานะยากจน แต่ระยะผิดสังเกตว่ามักจะเข้าไปที่กุฏิพระบุญ โดยวันนี้ก็เห็นหลังจากผู้หญิงเข้าไปที่วัด พระบุญ ก็ออกมาเอาหมอน แล้วกลับเข้าไปในกุฏิอีกครั้ง แล้วก็หายกันไปทั้งสองคน จึงได้ไปแจ้งนายเสกสรร ต๊ะวิชัย หัวหน้าบ้านอภัย จึงได้พาชาวบ้านเข้าไปบุกเรียก เมื่อเปิดประตูกุฏิเข้าไป ก็พบว่าร่างของพระบุญ กำลังคร่อมอยู่บนร่างของสีกา จึงได้พากันโวยวายและเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดำเนินคดี

จากการสอบสวน พระบุญ ในเบื้องต้นได้รับสารภาพว่า ได้ร่วมหลับนอนกับผู้หญิงคนดังกล่าวจริง โดยอ้างว่าไม่รู้จักกับผู้หญิงคนดังกล่าว ที่ทำไปไม่รู้ตัว เนื่องจากช่วงนี้ตนเองมีเคราะห์หนัก ขนาดบูชาเทียนทุกวันยังไม่พ้นเคราะห์ จึงทำให้ทำผิดวินัยสงฆ์

ร.ต.ต.พรพิชิต จึงได้นำตัวพระบุญไปทำการสึกกับพระครูพิเศษนันทวุฒิ เจ้าคณะตำบลในเวียง เขต 2 ที่วัดหัวข่วง พร้อมกับรายงานไปยังต้นสังกัด เพื่อทราบถึงเหตุผิดวินัยสงฆ์ต่อไป ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเป็นที่บุคคลทั้ง 2 คน ยินยอมพร้อมใจกัน ชาวบ้านจึงพอใจแล้วต่างคนต่างแยกย้ายกัน

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement