advertisement

ชาวพะเยาร่วมอนุรักษ์วัดร้าง-ต้นขี้เหล็กโบราณ อายุกว่า700ปี

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 4 มี.ค. 2556 14:09

ชาวบ้านสันป่างิ้ว จ.พะเยา ร่วมพระสงฆ์ในพื้นที่ พร้อมใจอนุรักษ์วัดร้างโบราณ และต้นขี้เหล็กหน้าคนอายุกว่า 700 ปี หวังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในอนาคตได้...

วันที่4 มี.ค. 56  ได้มีกลุ่มชาวบ้านต่างพากันเดินทางมากราบบูชาและเซ่นไหว้แก้บน "ต้นขี้เหล็ก" โบราณ อายุ 699 ปี ที่ยืนต้นอยู่ในบริเวณวัดขันติทอง ท้ายหมู่บ้านสันป่างิ้ว หมู่ 12ต.ต๋อม อ.เมือง จ.พะเยา เนื่องจากที่ผ่านมา ได้มีชาวบ้านพากันมากราบไหว้ขอโชคลาภจากต้นขี้เหล็ก ที่มีรูปใบหน้าพระพุทธรูปติดอยู่บริเวณกลางลำต้น แล้วนำไปแทงหวยและซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล จนถูกรางวัลไปตามๆ กัน ต่อมา นายนิรันดร์ แสวงงาม ผญบ.หมู่ 12 บ้านสันป่างิ้ว เห็นว่าควรมีการอนุรักษ์รักษาวัดโบราณแห่งนี้ไว้ควบคู่กับต้นขี้เหล็ก จึงหารือกับชาวบ้านว่าควรจะกราบนิมนต์หลวงพ่อพระครูอนุรักษ์ บุรานันท์ (ครูบาบุญชื่น) เจ้าคณะอำเภอเมืองพะเยา เจ้าอาวาสวัดลี ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา มาให้คำแนะนำว่าควรจะทำอย่างไรกับวัดโบราณแห่งนี้

โดยหลวงพ่อพระครูอนุรักษ์ บุรานันท์ (ครูบาบุญชื่น) ได้ให้คำแนะนำชาวบ้านสันป่างิ้วว่า ควรจะช่วยกันอนุรักษ์สถานที่แห่งนี้ไว้ให้ควบคู่กับต้นขี้เหล็กโบราณ ที่อยู่คู่กับวัดแห่งนี้ หากมีการสร้างวัดขึ้นมาใหม่อาจจะมีปัญหาตามมา เพราะจะต้องใช้งบประมาณการจัดหาพื้นที่แนวเขตวัด เนื่องจากพื้นที่รอบๆ เป็นที่ทุ่งนาหมด ที่สำคัญในหมู่บ้านก็มีวัดเดิมอยู่แล้ว ควรจะใช้บริเวณสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่อนุรักษ์ ช่วยกันดูแลให้ผู้คนได้รับทราบว่าเป็นวัดโบราณ และมีต้นขี้เหล็กโบราณอยู่กับวัดแห่งนี้มานาน หรือให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ศาสนถานโบราณไว้ให้หมู่บ้าน


ด้านนายนิรันดร์ แสวงงาม ผญบ.หมู่ 12 บ้านสันป่างิ้ว กล่าวว่า หลังจากที่ทางหลวงพ่อพระครูอนุรักษ์ บุรานันท์ เจ้าคณะอำเภอเมืองพะเยา แนะนำตนและชาวบ้านก็ได้รับเอาคำแนะนำไปปฏิบัติ เพื่อจะได้เป็นแนวทางเดียวกัน ไม่มีการสร้างวัด แต่จะปรับปรุงสถานที่วัดเก่าแก่แห่งนี้ไว้ให้คงอยู่กับหมู่บ้านต่อไป

ขณะที่ นายสุวรรณ วงค์เรือง อายุ 74 ปี ชาวบ้านสันป่างิ้ว กล่าวว่า หมู่บ้านเราก็มีวัดเดิมตั้งมาก่อนแล้ว ไม่จำเป็นต้องสร้างวัดโบราณแห่งนี้ขึ้นมาอีก เพราะการสร้างจะต้องใช้เงินและวัสดุอุปกรณ์การก่อสร้างจำนวนมาก จึงเห็นควรให้อนุรักษ์รักษาไว้ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของหมู่บ้านอีกแห่ง และทุกวันนี้ก็มีผู้คนเดินทางมาเที่ยวชมดูใบหน้าพระพุทธรูปที่ติดอยู่กับต้นขี้เหล็กทุกวัน เพื่อขอโชคตามความเชื่อแต่ละคน บางคนโชคดีก็ได้โชคไป แล้วกลับมาแก้บนเซ่นไหว้ตามที่ขอกับต้นขี้เหล็กโบราณดังกล่าว

ส่วนนางวิไลวรรณ เดินแปง อายุ 53 ปี ที่ได้ร่วมหารือกับพระสงฆ์และชาวบ้านก็ได้กล่าวถึงความเชื่อเกี่ยวกับวัดแห่งนี้ โดยระบุว่า เชื่อว่าสถานที่แห่งนี้เป็นวัดโบราณ มีอดีตเจ้าเมืองผู้ปกครอง ซึ่งเป็นผู้สร้างวัดแห่งนี้ขึ้นมา ชื่อเดิมคือ วัดขันติทอง มีอายุ 703 ปี วัดในอดีตมีอาณาเขตไม่ต่ำกว่า 600-700 ไร่ กว้างใหญ่มาก และมีเจ้าผู้ปกครองชื่อ "ทอง" และได้ปลูกต้นขี้เหล็กหลังจากสร้างวัดมาได้ 4 ปี ต้นขี้เหล็กปัจจุบันมีอายุ 699 ปี สำหรับภาพใบหน้าพระนั้นมีมานานแล้ว ชาวบ้านเพิ่งมาพบเห็น ซึ่งน่าจะช่วยกันดูแลรักษาให้ทั้งหมดอยู่ในสภาพดีต่อไป.

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement