advertisement

ผบช.ภ.9 สั่งลุยคดียิง “เสี่ยวิชัย” แนะมือปืนให้รีบมอบตัว

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 3 มี.ค. 2556 07:00

จาก กรณีที่มี 2 มือปืน ขี่ จยย.บุกประกบยิง นายวิชัย หรือ เสี่ยวิชัย” หงส์อัครพันธ์ อายุ 62 ปี เสี่ยเจ้าของโรงแรมและที่ดินผืนงามใจกลางย่านธุรกิจบ้านด่านนอก อ.สะเดา จ.สงขลา ทั้งลูกซองสั้น และ .357 แต่เสี่ยใจเด็ดได้ฮึดขับรถเก๋งพุ่งชนเหยียบรถ จยย.ของมือปืนจนล้มลงและคนร้ายได้รับบาดเจ็บ 1 คน แต่ถูกคนร้ายที่มาด้วยกันพยุงตัวหนีหายไป โดยมีคนร้ายที่คอยสังเกตการณ์อยู่มาช่วยนำพาหลบหนีหายไป เหตุเกิดเมื่อดึกวันที่ 25 ก.พ.56 และจากการที่ จนท.ตำรวจได้พบหลักฐานสำคัญต่างๆ ที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ จนนำมาซึ่งการออกหมายจับ นายอานันต์ หิมมะ หรือ เอก อายุ 25 ปี  ชาวบ้าน ต.มายอ อ.มายอ จ.ปัตตานี ในวันที่ 26 ก.พ.56

ที่ล่าสุด พ.ต.อ.ไผ่พนา เพ็ชรเย็น ผกก.สภ.สะเดา พร้อม พ.ต.ท.สุวุฒิ รัตน์ชัย รอง.ผกก.สภ.สะเดา ได้แกะรอยรอยจากกล้องวงจรปิด พยานหลักฐาน และข้อมูลยืนยันมาจากตำรวจวิทยาการ จังหวัดสงขลา จนทำให้ทราบว่าคนร้ายอีกคน คือ นายป้อง (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี ชาวบ้าน ต.เสม็ต อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี โดยนำรูปภาพไปให้พยานที่เป็นลูกน้องของนายวิชัย ที่ออกติดตามประจัญหน้าคนร้ายโดยใช้มีดอีโต้ขว้างไปถูกแขนคนร้ายในระยะ 4 เมตรและจำหน้าคนร้ายได้ดี ต่างยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับมือปืนคนที่ถือปืนส่ายไปมา ไม่ให้คนอื่นยุ่งเกี่ยวก่อนหนีหายไปในความมืด ซึ่งทาง จนท.ตำรวจ สภ.สะเดา ได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับนายปิยะกุล เรียบร้อยแล้ว เมื่อ 1 มี.ค.56

สำหรับคดีนี้ถือว่าเป็น คดีสะเทือนขวัญและเชื่อว่ามีผู้อิทธิพลในพื้นที่ด่านนอก อ.สะเดา มีส่วนรู้เห็นด้วย ทางด้าน พล.ต.ท.พิสิฎฐ์ พิสุทธิศักดิ์ ผบช.ภ.9 ได้มีการสั่งการให้ พล.ต.ต.สุวิทย์ เชิญศิริ ผบก.ภ.สงขลา ควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดและเร่งติดตามตัวคนร้ายและผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนิน คดีให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์ของคนในพื้นที่อย่างขวาง ถึงสาเหตุของการยิง ในครั้งนี้ และมีการวิจารณ์ระบุถึงผู้จ้างวานด้วย

ต่อมาในตอนเช้าวันที่ 2 มี.ค.56 พ.ต.อ.ไผ่พนา เพ็ชรเย็น ผกก.สภ.สะเดา พ.ต.อ.ไวยวิทย์ นพรัตน์ พงส.ผู้ทรงคุณวุติ พ.ต.ท.สุวุฒิ รัตน์ชัย รอง.ผกก.ฯ พ.ต.ท.เสน่ห์ วันทอง สว.สส.ฯ พร้อมด้วยกำลังตำรวจ สภ.สะเดา จำนวน 30 นาย ได้นำหมายค้นเข้าค้นที่บ้านเลขที่ 16/3 ม.7 ถนนกาญจนรุจิ 2 ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งเป็นสำนักงานบริษัทรักษาความปลอดภัย ชื่อสยามพิทักษ์ ซีเคียวริตี้ ของ พ.ต.ท.วัลลภ เสมอภพ หรือ สารวัตรเฉม อดีต สวป.สภ.สะเดา และเกษียณไปประมาณ 8 ปีแล้ว เนื่องจากแนวทางการสืบสวนสอบสวนมีข้อมูลว่า อาจจะมีการเกี่ยวข้องกับคดี โดยที่หน้าสำนักงานมีป้ายแสดงว่าเป็นสำนักงานองค์การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ เขต อ.สะเดา จ.สงขลา และป้าย นสพ.มติไทย สาขาอำเภอสะเดา

จากการตรวจค้นบ้านดังกล่าวนานประมาณ 2 ชั่วโมง จนท.ตำรวจ สามารถตรวจพบเอกสารที่มีชื่อของ นายอานันต์ หิมมะ หรือเอก และ นายปิยะกุล พุ่มประดิษฐ์ 2 ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยของสำนักงานดังกล่าว ด้วย นอกจากนั้นทาง จนท.ตำรวจ ยังได้ยึดรถ จยย.ต้องสงสัยที่อาจจะเป็นรถ จยย.ที่มารอรับคนร้ายหลบหนีไป จำนวน 2 คัน เป็นรถ จยย.ฮอนด้าเวฟ สีส้ม ทะเบียน สมธ กรุงเทพมหานคร 643 และ รถ จยย.ซูซูกิ สเตป สีชมพู งขน สงขลา 718 ไว้ตรวจสอบด้วย

ในช่วงบ่ายของวันที่ 2 มี.ค.56 ผู้สื่อข่าวได้รับทราบว่า ทาง พ.ต.ท.วัลลภ เสมอภพ หรือ สารวัตรเฉม ได้แอบเข้าพบกับ พ.ต.อ.ไผ่พนา เพ็ชรเย็น ผกก.สภ.สะเดา ซึ่งเมื่อได้สอบสวน ทาง พ.ต.อ.ไผ่พนา ได้ตอบว่า พ.ต.ท.วัลลภ ได้เข้ามาพบกับตนเองจริง และพูดคุยกันอยู่ประมาณ 1 ชม. ซึ่งทาง พ.ต.ท.วัลลภ ได้อ้างว่าตนเองกับผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ แค่รู้จักกัน และคดีดังกล่าวอาจจะเป็นการบันดาลโทสะ เนื่องจากได้รับข้อมูลเบื้องต้นว่าก่อนเกิดเหตุมีการขับรถปาดหน้ากัน แล้วผู้ต้องหาทั้งสองเป็นคนที่อารมณ์ร้อน โมโหง่ายจึงได้ตามไปใช้อาวุธยิงเสี่ยวิชัยดังกล่าว พร้อมกันนี้ พ.ต.ท.วัลลภ ยังได้นำอาวุธปืน .357 มามอบให้เพื่อให้ทำการตรวจสอบและเพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วย

พ.ต.อ.ไผ่พนา กล่าวด้วยว่า การที่ พ.ต.ท.วัลลภ มาพบนั้นตนเองก็รับฟังไว้ แต่ก็ต้องพิจารณาดำเนินการไปตามพยานหลักฐาน คดีนี้รับรองไม่มีมวยล้ม เนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญ มีพยานหลักฐานประกอบชัดเจน ที่อยู่ในความสนใจของประชาชน และของผู้บังคับบัญชาระดับสูง อีกทั้งทางญาติๆ ของผู้เสียหายก็กำลังเฝ้าติดตามการทำงานของตำรวจอย่างใกล้ชิด ซึ่งตนเองมั่นใจว่าจะสามารถติดตามจับกุมผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีให้ได้ แม้ว่าจะเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลก็ตาม และขอวอนไปถึง นายอานันต์ หิมมะ หรือเอก และ นายปิยะกุล พุ่มประดิษฐ์ 2 ผู้ต้องหาที่กำลังหลบหนีอยู่ ให้รีบเข้ามอบตัวกับทางตำรวจโดยเร็ว เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง เพราะขณะนี้ได้ข่าวเชิงลึกว่า มีการจ้างมือปืนให้ติดตามเก็บนายอานันต์ และนายปิยะกุล อยู่ โดยมีค่าหัวคนละ 100,000 บาท.

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement