advertisement

'อธิบดีศาลอาญา'ชี้ฟื้นคดีเสี่ยร้านทองทำได้แต่ยุ่งยาก

โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 1 มี.ค. 2556 23:40

อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เผยรื้อฟื้นคดีเสี่ยร้านทอง ต้องโทษประหารยุ่งยากหลังผ่านมาแล้ว 3 ศาล ชี้การจะยกขึ้นมาพิจารณาใหม่ ต้องถึงขนาดพยานโจทก์ที่เคยปรักปรำจำเลย ถูกศาลพิพากษาถึงที่สุดว่า พยานคนนั้นเบิกความเท็จ...

เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2556 นายทวี ประจวบลาภ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เปิดเผย กรณีการร้องขอฟื้นคดีนายสุชาติ ใจสุด จำเลยที่ 4 ซึ่งศาลฎีกาสั่งประหารชีวิตในคดียาเสพติด เนื่องจากดีเอสไอมีพยานหลักฐานชิ้นใหม่ ว่า คดีลักษณะนี้เป็นการที่กฎหมายผ่อนผันให้มีการตรวจสอบเพื่อป้องกันไม่ให้แพะถูกโทษ ซึ่งตามมาตรา 9 ของพ.ร.บ.รื้อฟื้นคดีอาญา ระบุให้ศาลอาญา ไต่สวนคำร้องแล้วรวบรวมพยานหลักฐาน กับความเห็นเบื้องต้นว่าควรรื้อฟื้นหรือไม่ ส่งไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อสั่ง ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นว่า ให้รื้อฟื้นก็ให้ศาลอาญาพิจารณาคดีนี้อีกครั้ง คำสั่งศาลอุทธรณ์เป็นที่สุด จะฎีกาอีกไม่ได้ ซึ่งคดีนี้ศาลนัดไต่สวนวันที่ 27 พ.ค.นี้ เวลา 09.00น. ซึ่งฝ่ายจำเลย ต้องนำพยานมาไต่สวน และต้องยื่นบัญชีระบุพยาน และศาลจะสำเนาคำร้องส่งให้สำนักงานอัยการสูงสุดส่งอัยการมาซักค้านด้วย และยังบอกไม่ได้ว่ามีไต่สวนกี่นัด

ทั้งนี้ การยกขึ้นมาพิจารณา ต้องถึงขนาดพยานโจทก์ที่เคยปรักปรำจำเลยถูกศาลพิพากษาถึงที่สุดว่า พยานคนนั้นเบิกความเท็จ แต่ถ้าเป็นเพียงพยานบุคคลทั่วไปที่เคยมีโอกาสนำมาเบิกความในศาลล่างได้ แต่ไม่นำมาเบิกความเพิ่งเอามาปรากฏต่อศาลในภายหลังอย่างนี้ไม่ใช่ ถ้าพยานดังกล่าวสำคัญจริงๆ หากไม่ยอมให้สืบพยานจะเสียความยุติธรรม ศาลก็อาจยกขึ้นมาพิจารณาก็ได้

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา ระบบศาลยุติธรรมมี 3 ศาล มีการกลั่นกรองอย่างละเอียดแล้ว โดยเฉพาะศาลฎีกาเมื่อคดีเข้ามาสู่ศาล มีขั้นตอนดังนี้ 1. ประธานศาลฎีกาจะสั่งจ่ายสำนวนไปยังองค์คณะซึ่งมีผู้พิพากษาศาลฎีกา 3 คน เมื่อองค์คณะยกร่างคำพิพากษาพร้อมความเห็น 2. ส่งสำนวนดังกล่าวไปยังกองผู้ช่วยผู้พิพากษาครั้งที่ 1 เรียกว่าผู้ช่วยเล็ก ทำการตรวจสำนวนที่องค์คณะเจ้าของสำนวนเพื่อหาข้อพิรุธของพยานหลักฐานฝ่ายโจทก์จำเลย แล้วดูร่างคำพิพากษากับทำความเห็นอีกครั้ง 3. ส่งสำนวนดังกล่าวให้กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาตรวจสอบครั้งที่ 2 เรียกว่า ผู้ช่วยใหญ่ หรือกองเซ็นเซอร์ ที่มีผู้พิพากษาระดับหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์มาทำงาน เพื่อตรวจสอบสำนวนอีกชั้น เพื่อแก้ปัญหาข้อบกพร่องทุกจุดอย่างละเอียดถี่ถ้วน 4. ส่งสำนวนดังกล่าวให้ประธานแผนกคดีในศาลฎีกา หรือรองประธานฯ ทำการตรวจทานเพื่อทำบันทึกปัญหาที่หากพบ

5.  ส่งสำนวนให้ประธานศาลฎีกาพิจารณาความถูกต้อง แล้วตีออกส่งกลับไปศาลชั้นต้น ซึ่งมีระบบรักษาความลับ เพื่อพิมพ์เสร็จแล้วให้องค์คณะเจ้าของสำนวนลงชื่อในคำพิพากษา แล้วเตรียมปิดผนึกซอง จากนั้นสู่ขั้นตอนที่ 6 เป็นขั้นตอนสุดท้าย คือส่งซองคำพิพากษาให้คณะทำงานเลขานุการศาลฎีกาตรวจดูครั้งสุดท้ายของสุดท้ายจริงๆ เรียกว่ากอง "คัดท้าย" เมื่อไม่มีอะไรผิดพลาด ก็จะปิดซองคำพิพากษาส่งไปยังศาลชั้นต้นเพื่ออ่าน จะเห็นได้ว่าคดีอาญาเรื่องหนึ่งซึ่งกว่าศาลจะประหารชีวิตใครไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และการจะให้รื้อฟื้นก็เป็นเรื่องที่ยุ่งยากดังที่ตนได้อธิบายให้เห็นภาพมาแล้ว.

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement