advertisement

อึ้ง!ภาพพระพุทธรูปท่านั่งอุ้มผู้หญิง ว่อนเฟซบุ๊ก

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 28 ก.พ. 2556 15:09

อึ้ง! ภาพพระพุทธรูปท่านั่งอุ้มผู้หญิง ว่อนเฟซบุ๊ก ชาวพุทธรับไม่ได้ชี้ไม่เหมาะสม ขณะที่ สำนักพระพุทธศาสนา แจงปางนี้ มีอยู่จริง เป็นของลัทธิตันตระ แพร่หลายใน ทิเบต ภูฏาน และจีน...

วันนี้ (28ก.พ.56) ชาวพุทธสลดใจ วิพากษ์วิจารณ์กันอื้ออึง หลังนักท่องเน็ตรายหนึ่ง พบภาพพระพุทธรูป ปั้นอยู่ในท่านั่งและมีรูปปั้นผู้หญิงนั่งทับคร่อมบนตักแล้วโอบกอดพระ ปรากฏอยู่ในบนเฟซบุ๊ก จนทำให้หลายคน ต่างแชร์ภาพส่งต่อๆ กันไป ในหมู่เพื่อนฝูง รวมทั้งยังได้มีการแสดงความเห็นถึงความไม่เหมาะสมของภาพดังกล่าว กันอย่างกว้างขวาง

โดยชาวพุทธส่วนใหญ่รู้สึกรับไม่ได้ เพราะเหมือนเป็นการดูหมิ่นพระพุทธศาสนา อย่างสุดที่จะทนทาน รวมทั้งยังได้มีการสาปแช่งว่า ใครหนอที่ใจบาปหยาบช้า ดูหมิ่นพระพุทธศาสนาได้ถึงขนาดนี้

ล่าสุดนายไพรัช เสือสิงห์ ผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ออกมาเปิดเผยว่า ทางสำนักพุทธศาสนา ได้ตรวจสอบถึงที่มาของภาพดังกล่าวแล้ว พบว่า เป็นภาพที่เกิดขึ้นมานานแล้ว และพระพุทธรูปปางเสพสังวาสนี้ ก็มีอยู่จริงใน ทิเบต ของ นิกายวัชรยาน ซึ่งเป็นภาพพระพุทธรูป ที่มีหญิงสาวนั่งคร่อมบนตัก อยู่ในอาการกำลังเสพสังวาส ในความรับรู้ของคนทั่วไป นั้น "ลัทธิตันตระ" หรือ "ตันตริก" เป็นนิกายหนึ่งของพุทธศาสนา แบบมหายานที่เผยแพร่อยู่ทั่วไปในทิเบต ภูฏาน และจีน ซึ่งจะมีการสร้างรูปเคารพในลักษณะแปลกประหลาดกว่าทางหินยาน หรือ เถรวาท เช่น มักผนวกเอาเรื่องราวของความศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ ให้ปรากฏในการสร้างพระพุทธรูป พระโพธิสัตว์ พระนางตาราอันเป็นชายา ของพระโพธิสัตว์ จนบางกลุ่มถูกเรียกว่า"นิกายมนตรยาน"ก็มี

คำว่า "ตันตระ" (Tantra) หมายถึง ความรู้และการริเริ่ม ซึ่งจะให้ความสำคัญต่อการแสดงออกทางร่างกายในท่าทางต่างๆ ที่เรียกว่า "ปาง" เป็นสำคัญ ความเชื่อในตันตระ นั้นเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ยุคพระเวทของอินเดียโบราณ นอกจากการที่พราหมณ์จะรจนา คัมภีร์ฤคเวท ยชุรเวท สามเวท แล้วยังเพิ่มส่วนที่เรียกอาถรรพเวทขึ้นมาอีก ซึ่ง "อาถรรพเวท" นี่เองเป็นจุดกำเนิดของแนวคิดแบบตันตระ

จึงอยากให้ผู้ที่พบเห็นภาพในรูปแบบดังกล่าวนี้ ก่อนที่จะโพสต์ภาพหรือแสดงความคิดเห็น ควรศึกษาข้อมูล ถึงที่มาที่ไปให้ชัดเจนเสียก่อน ว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไรให้ถ่องแท้ เพราะพระพุทธศาสนาโลก นั้น มีอยู่หลายนิกายด้วยกัน ซึ่งแต่ละประเทศแต่ละนิกาย อาจมีการแสดงภาพหรือปั้นรูปปั้น ที่จะนำไปสอนกับพุทธศาสนิกชนของตนในแต่ละที่ แต่ละประเทศไม่เหมือนกัน

แต่สำหรับชาวพุทธศาสนิกชนของไทยเรา เมื่อเห็นภาพดังกล่าวแล้ว จึงยังไม่เป็นเป็นที่ยอมรับ ถือเป็นการลบหลู่ ดูหมิ่น เพราะไม่เข้าใจในประวัติความเป็นมาของภาพ จึงเป็นที่มาของการวิพากษ์วิจารณ์ในภาพดังกล่าว.

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement