advertisement

อึ้ง-ทึ่ง-เสียว เปิดใจ'โกขิก'มือปราบอสรพิษ โลกเน็ตตะลึง!

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 28 ก.พ. 2556 05:30

สัมภาษณ์พิเศษ "โกขิก" มือปราบงูจงอาจยักษ์ ยาว 5 ม. ด้วยมือเปล่า ผู้โด่งดังในโลกเครือข่ายสังคมออนไลน์ เผยอาชีพหลักเป็นพ่อค้าหมู หลังเลิกงานจะมาทำหน้าที่รับจับงูด้วยจิตอาสาและเมตตาต่อสัตว์โลก เผยนำไปปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติทุกครั้ง…

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลสถานตรัง อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ได้เผยแพร่คลิปการจับงูจงอางขนาดใหญ่ ยาว 5 เมตร น้ำหนักร่วม 10 กก. ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา จนกลายเป็นเรื่องฮือฮาในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก และมีการแชร์ลิงก์การจับงูดังกล่าวออกไปแล้วกว่า 2,000 ลิงก์ กลายเป็นข่าวที่อยู่ในความสนใจ และเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการตัดต่อคลิป รวมทั้งวิจารณ์ว่าเป็นการจับงูปลอมเพื่อสร้างสถานการณ์นั้น

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบและสัมภาษณ์ นายเฉลิม จิตราวุธ หรือ “โกขิก” อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 68/10 ถ.เทศบาล 16 ซ.3 อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ผู้ที่ปรากฏในภาพข่าวทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก และเป็นอาสาสมัครมูลนิธิกุศลสถานตรัง ประจำ อ.ห้วยยอด โดยเจ้าตัวเปิดเผยว่า ปัจจุบันตนประกอบอาชีพพ่อค้าขายหมูในตลาดสดเทศบาลตำบลห้วยยอด หลังเสร็จจากงานประจำก็จะมาเข้าเวรเป็นอาสาสมัครของมูลนิธิฯ โดยทำหน้าที่นี้มานานกว่า 2 ปีแล้ว ซึ่งทุกครั้งที่ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบงู ตนจะเป็นคนทำหน้าที่จับงูทุกครั้ง ทั้งนี้ ไม่เคยไปเรียน หรือฝึกวิธีการจับงูมาจากไหน แต่เหตุที่จับงูได้ด้วยมือเปล่านั้น น่าจะเป็นเพราะตนนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวบ้านเรียกว่า "ทวดงู" และตนก็เป็นร่างทรงของทวดงูดังกล่าวด้วย

โกขิก เผยต่อว่า สาเหตุที่อาสาเข้ามาทำหน้าที่นี้ร่วมกับทางมูลนิธิฯ เนื่องมาจากเป็นคนที่มีใจรักสัตว์จำพวกงู เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ประกอบกับไม่อยากให้ชาวบ้าน หรือคนทั่วไปทำร้ายงู เพราะงูก็เป็นสัตว์ที่รักชีวิตเหมือนกับมนุษย์ ซึ่งที่ผ่านมาตนเคยผ่านการจับงูมาแล้วหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นงูเห่า งูจงอาง งูเหลือม และงูมีพิษอื่นๆ โดยวิธีการจับงูนั้น ส่วนตัวจะไม่ใช้เชือก หรืออุปกรณ์ใดๆ เนื่องจากจะทำให้งูเกิดความเครียดและจะดุร้ายมากขึ้น ดังนั้น จะใช้วิธีจับด้วยมือเปล่ามาโดยตลอด จากนั้นก็จะนำงูที่จับได้ไปปล่อยกลับเข้าสู่ป่าตามธรรมชาติทุกครั้ง


พร้อมกันนี้ มือปราบอสรพิษ ยังเผยถึงเหตุการณ์ล่าสุดที่มีการนำภาพและคลิปจับงูมาโพสต์ทางเฟซบุ๊ก จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานา ว่า เหตุการณ์ล่าสุดนั้น ทางมูลนิธิได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ต.ปากแจ่ม ว่าเห็นงูจงอางขนาดใหญ่ เลื้อยเข้าไปอยู่ในบ้านของชาวบ้าน จนกลัวว่างูจะทำร้ายคน ทางมูลนิธิจึงติดต่อให้ตนเดินทางไปทำหน้าที่เหมือนปกติ ซึ่งในวันเกิดเหตุ เกิดความวุ่นวายเล็กน้อย เนื่องจากมีชาวบ้านมามุงดูนับร้อยคน เพราะไม่เคยเห็นงูจงอางตัวใหญ่เช่นนี้มาก่อน แต่สุดท้ายก็สามารถจับได้โดยที่งูไม่ได้ทำอันตรายอะไร แต่พอมีคนนำภาพนิ่งไปโพสต์ลงบนเฟซบุ๊ก ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาว่าเป็นงูปลอม ทางมูลนิธิจึงนำคลิปวิดีโอที่ถ่ายไว้มาโพสต์ยืนยัน


นายเฉลิม กล่าวด้วยวว่า ถึงแม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างไรก็ตาม ตนก็จะขอทำหน้าที่นี้ต่อไป เพราะถือเป็นการช่วยงูและช่วยชาวบ้านด้วย และสิ่งที่ทำก็ไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนใดๆ แต่ทำด้วยใจรักและมีจิตอาสาอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม อยากจะฝากเตือนไปถึงคนที่ไม่เข้าใจในอุปนิสัยของงูว่า อย่าได้ลองจับงูด้วยมือเปล่าเด็ดขาด เพราะงูพิษทุกตัวล้วนมีความดุร้ายและมีอันตรายอย่างยิ่ง หากงูคิดว่าตัวเองกำลังมีภัยจะทำร้ายทันที


"ผมไม่อยากให้ใครเลียนแบบ ที่ผมจับได้นั้นเป็นความสามารถเฉพาะตัว และที่สำคัญหากเห็นงูพิษ หรืองูขนาดใหญ่ที่ไหน อย่าได้เข้าไปมุงดูและส่งเสียงดังเด็ดขาด เพราะจะทำให้งูมันรู้สึกว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในอันตรายและจะดุร้ายมากขึ้น ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาดำเนินการจับงูให้จะดีที่สุด" โกขิก กล่าวในตอนท้าย.

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement