advertisement

จนมุมด้วยแอพฯไอโฟน รวบยกแก๊งต่างชาติฉกทรัพย์

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 27 ก.พ. 2556 00:01

แก๊งลักทรัพย์ชาวต่างชาติ จนมุมด้วยแอพฯ ไอโฟน หลังตระเวนงัดห้อง ฉกทรัพย์นักท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยว อย่างสมุย และพะงัน ถูก ตร.รวบตัวสารภาพ เข้า-ออกไทยแล้วอย่างน้อย 5 ครั้ง ได้ทรัพย์สินไปครั้งละไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาท...

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 ก.พ.56 ที่ บก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.พรศักดิ์ นวนหนู รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติ ก่อเหตุลักทรัพย์นักท่องเที่ยว ได้ผู้ต้องหา 3 ราย ประกอบด้วย นายโบมา เดียร์นี่ อายุ 40 ปี สัญชาติโมร็อกโก นายบารุด ซาลส์ อายุ 26 ปี สัญชาติโมร็อกโก และนายมูฮัมเหม็ด อายุ 28 ปี สัญชาติแอลจีเรีย พร้อมของกลางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อาทิ ไอโฟน 4 เครื่อง ไอแพด กล้องถ่ายรูป แว่นตา เงินสด 24,000 บาท และเงินสกุลต่างๆ อีกจำนวนหนึ่ง และอุปกรณ์งัดแงะ อาทิ ไขควง เหล็กสกัด และคีมตัดเหล็ก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.เมืองกระบี่ สามารถจับกุมได้ที่ บ.อันดามันเวฟทัวร์ อ.เมือง จ.กระบี่ เมื่อเวลา 00.30 น.ที่ผ่านมา หลังก่อเหตุลักทรัพย์ในพื้นที่ สภ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.เกาะพะงัน รับแจ้งจากนางมยุรี แซ่เหง่า เจ้าของบังกะโลหาดยาวเบย์วิวรีสอร์ตว่า ได้เกิดเหตุห้องพักแขกถูกงัดเข้าไปขโมยทรัพย์สิน จำนวน 3 ห้อง หลังรับแจ้งเหตุ พ.ต.ท.สุรกิตติ์ คล้ายอุดม รอง ผกก.ป. สภ.เกาะพะงัน นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและสืบสวน จนทราบว่าผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นชาวต่างชาติ 3 คน ที่เข้ามาพักในบังกะโลเดียวกัน แต่เมื่อตรวจสอบพบว่า ทั้งหมดได้หลบหนีออกจากพื้นที่ไปยัง จ.กระบี่แล้ว

ขณะเดียวกันมีผู้เสียหายบางรายที่ใช้โทรศัพท์มือถือไอโฟน ติดตั้งแอพฯ ติดตามโทรศัพท์เคลื่อนที่ จึงสามารถทราบพิกัดของคนร้ายที่ชัดเจน เจ้าหน้าที่จึงประสานชุดสืบสวน สภ.เมืองกระบี่ และตำรวจท่องเที่ยวกระบี่ เข้าตรวจสอบและจับกุมได้ ขณะเดินทางไปถึง จ.กระบี่ และเตรียมซื้อทัวร์เดินทางเข้าเกาะพีพี

พ.ต.อ.พรศักดิ์ กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 ให้การรับสารภาพว่า ได้เดินทางเข้าออกประเทศไทยอย่างน้อย 5 ครั้ง แต่ละครั้งจะใช้วีซ่านักท่องเที่ยวกำหนด 3 เดือน แล้วตระเวนลักทรัพย์ของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติตามแหล่งท่องเที่ยว หลังจากนั้นจะนำสินค้าอิเล็กทรอนิกส์จำพวกโทรศัพท์ และคอมพิวเตอร์พกพา ไปขายที่ศูนย์การค้ามาบุญครอง ส่วนทรัพย์สินอื่นๆ เช่น ทองรูปพรรณ หรือเงินสดจะนำมาแบ่งกัน ซึ่งแต่ละรอบที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทย จะได้ทรัพย์สินมูลค่าไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท ที่ผ่านมาในพื้นที่ อ.เกาะสมุย และเกาะพะงัน ได้มีปัญหาลักทรัพย์นักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก และผู้เสียหายมักจะเข้าใจว่าเป็นฝีมือของคนไทย จนทำให้ภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวเสียหายเป็นอย่างมาก สำหรับกรณีของผู้ต้องหากลุ่มนี้จะได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานโดยทำอันตรายสิ่งกีดขวางกั้น.

 

โหวตข่าวนี้