advertisement

'ขวัญชัย' ยันไม่มีอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 27 ก.พ. 2556 01:00

“ขวัญชัย” ยันไม่มีอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ โต้เป็นวาทกรรมของประชาธิปัตย์ ย้ำยังรักกันดีกับ "ณัฐวุฒิ-จตุพร" ที่ผ่านมาแค่ติเพื่อก่อ ...

วันที่ 26 ก.พ. นายขวัญชัย สาราคำ หรือ ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร และประธานชมรมคนรักภาคอีสาน 20 จังหวัด ให้สัมภาษณ์ กรณีที่นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแฉเรื่องคลิปที่บอกว่า นายขวัญชัย สามารถสั่งย้ายตำรวจได้ ว่า เรื่องนี้ต้องขอบคุณทางโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ด้วย ที่ให้ราคาตนเองมากขนาดนั้น ซึ่งความจริงเป็นเรื่องของการพูดคุยกันของแกนนำชมรมคนรักภาคอีสาน 20 จังหวัด ในที่ประชุม โดยเราได้ยกตัวอย่างในแต่ละจังหวัดขึ้นมา ที่มีการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงแล้ว แต่ขาดท่อน้ำเลี้ยง เวลาเราจะขับเคลื่อนตั้งเวที หรือไปไหนมาไหน แต่ว่าไม่มีงบหรือปัจจัย เราก็ต้องพึ่งพาอาศัยนักการเมืองท้องถิ่นบ้าง ข้าราชการประจำบ้าง นี่คือสิ่งที่เราพูดคุยกันระหว่างแกนนำ เพราะเราเป็นองค์กรภาคประชาชน เราขับเคลื่อนกันในแต่ละจังหวัด ก็ต้องมีผู้สนับสนุนพวกเรา

“เราก็พูดพาดพิงไปถึงตำรวจ ซึ่งความจริงแล้ว ผมไม่มีอำนาจใดที่จะไปโยกย้ายใครได้เลย ตั้งแต่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลมาเกือบ 2 ปี ผมยืนยันว่ามีการเสนอให้ พล.ต.ท.สมพงษ์ คงเพชรศักดิ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ในขณะนั้น เรื่องของความสามารถของ พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี ที่เป็น รอง ผบก.อุดรธานี มานานถึง 4 ปีแล้ว และเป็นผู้ที่ดูแลคนเสื้อแดงมาโดยตลอด ก็นำชื่อเสนอผ่านท่านไป ท่านก็ต้องนำเสนอรายชื่อผ่านไปยังรองนายกรัฐมนตรี และก็มีคำสั่งแต่งตั้งอนุมัติเป็นผู้การเมืองอุดรธานี นี่คือสิ่งที่ภาคประชาชนอย่างผมนำเสนอเท่านั้นเอง ผมไม่มีสิทธิจะไปโยกย้ายแต่งตั้งใคร แล้วก็มาต่อจิ๊กซอว์กันไปว่า ผมสามารถย้ายตำรวจได้ทั่วประเทศ ตำแหน่งผู้กำกับการสักคนเดียว ผมยังขอไม่ได้เลย” นายขวัญชัย กล่าว

นายขวัญชัย กล่าวต่อไปว่า ตนขอยืนยันว่า การพูดออกมาเช่นนี้ มันเป็นวาทกรรมของพรรคประชาธิปัตย์ จริงๆ ที่พวกคุณนำมาต่อจิ๊กซอว์จินตนาการไปต่างๆ ขอให้พี่น้องมวลชนคนเสื้อแดงโปรดมั่นใจว่า สิ่งเหล่านี้ตนไม่ปฏิเสธคำพูดที่ตนพูดในที่ประชุม ให้ขวัญกำลังใจกับแกนนำในแต่ละจังหวัดว่า เรามีอุดมการณ์ เราเสียสละ เรามุ่งหน้าเดินหน้าต่อไป กำลังที่จะสนับสนุนเราจะหาจากส่วนต่างๆ ในพื้นที่ นี่คือสิ่งที่ตนเองพูด

เมื่อถามว่าหลังมีข่าวออกมา ตำรวจที่พูดถึงมีการติดต่อกลับมาหรือไม่ นายขวัญชัย ตอบว่า ไม่มีใครติดต่อมา เพราะทุกคนเข้าใจ คนที่ตนเอ่ยถึงอย่างเช่น ผกก.เมืองมุกดาหาร ที่เป็นน้องรักของตน คลุกคลีทำงานที่อุดรมาด้วยกัน เมื่อทาง ผบช.ภ.4 ส่งไปอยู่ที่มุกดาหาร เราก็สามารถอ้างได้ว่า นี่คือน้องของตน อย่างนี้จะไปเดือดร้อนอะไร อีกคนที่เป็นผู้การฯที่ยโสธร ที่เคยเป็นจเรตำรวจอยู่ วิ่งออกมาเป็นผู้การฯจังหวัด ซึ่งเขาก็มาขอหนังสือรับรองจากตนว่า เขาไม่ได้เป็นคนเสื้อสีน้ำเงิน ตนก็พูดไปเท่านี้ มันจะเสียหายอะไร คนที่เขาจะเซ็นชื่อแต่งตั้งโยกย้าย เขาต้องพิจารณาทุกด้าน ไม่ใช่มาฟังตนเพียงคนเดียว มันมีองค์ประกอบอีกมากมาย

“คนเหล่านี้เป็นพวกที่ต่อจิ๊กซอว์ วันนี้ใกล้การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.พรรคการเมืองพรรคนี้หวังจะได้ชัยชนะ ไม่พูดถึงนโยบายแล้ว หาเรื่องโจมตีฝ่ายพรรคเพื่อไทยเท่านั้น ใครอยู่ใกล้ชิดพรรคเพื่อไทย จับประเด็นมาเล่น ต่อจิ๊กซอว์กันไปจนมั่วไปหมด ซึ่งความจริงมันไม่ใช่เลย ผมไม่ได้เป็น กตร. ไม่ได้เป็นตำแหน่งข้าราชการการเมือง ที่จะไปโยกย้ายใครได้”

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้ตกเป็นเป้า และจะทำให้เกิดความแตกแยกกับแกนนำ นปช.มากขึ้นหรือไม่ นายขวัญชัย ตอบว่า ทำให้ตอนนี้ตนต้องมาเป็นเป้า ทั้งที่ผมพูดมานานแล้ว แต่รายการทางช่องบลูสกาย ก็เอาไปเล่นแร่แปรธาตุกันเยอะมาก มายุให้รำตำให้รั่ว ยุให้แตกแยก ซึ่งตนกับ นายจตุพร พรหมพันธุ์ กับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นพี่เป็นน้องกันเหมือนเดิม เพราะเรายังต้องขึ้นศาลด้วยกันอีกหลายปีในคดีก่อการร้าย ที่สมัยปิดสภาฯ เราต้องขึ้นศาลทุกวันพฤหัสฯและวันศุกร์ ของทุกสัปดาห์ เราต้องเห็นหน้ากันอยู่ จะไปทะเลาะกันได้อย่างไร สัญญาณที่ตนส่งไป มันก็แค่ติเพื่อก่อ คนเราเมื่อถูกตำหนิติติงไป ต้องชี้แจงและแก้ไข ไม่ใช่มาแก้ตัวแล้วออกมาถล่มกัน นั่นคือสิ่งที่ตนส่งสัญญาณไป แล้วตนก็ไมได้พูดอะไรอีก ก็หยุดอยู่แค่นั้น แต่นี่มันมีคลิปออกมา กลายเป็นประเด็น ซึ่งมันเป็นความลับในที่ประชุม คุณทำแบบนี้มันไม่ใช่ลูกผู้ชาย ที่เอาเรื่องในที่ประชุมมาเผยแพร่ขยายผล เพื่อจะทำลายฝ่ายตรงข้าม จะโยงไปหา พล.ต.อ.พงศพัศ พงศ์เจริญ ให้ได้ นี่คือวิธีทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์

นอกจากนี้ นายขวัญชัย ยังพูดถึงเรื่องการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ว่า ตั้งแต่มีข่าวออกมาก็มีคนมาโยงว่า ตนไม่อยากให้คนในคุกออกมา ซึ่งมันเป็นเรื่องไร้สาระ 9 เดือน 3 วัน ที่ตนอยู่ในคุกมา เป็นความเจ็บปวดจริงๆ ตนอยากเห็นอิสรภาพของน้องๆ ทุกคน แต่ที่ตนออกมาปรามว่าสถานการณ์มันยังไม่ให้ เวลามันไม่เอื้อ ตนพูดอย่างนี้ รอให้การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ผ่านไปก่อนได้ไหม หลังเลือกตั้ง ถ้าเราได้ผู้ว่าฯ กทม.เป็นคนของพรรคเพื่อไทย เราก็จะจัดระเบียบใน กทม.ได้ดีขึ้น แล้วเรื่องของ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ก็จะเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งทางรัฐบาลก็ส่งให้กฤษฎีกาตีความแล้ว ก็มีข่าวออกมาแล้วว่า หลังเลือกตั้งเสร็จก็จะนำเข้าสู่สภาฯ ซึ่งก็เป็นไปตามขั้นตอน

นายขวัญชัย กล่าวอีกว่า เราจึงคิดว่าควรค่อยเดินไปทีละก้าวน่าจะเป็นประโยชน์กว่าให้รัฐบาลใช้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบให้ถ้วนถี่ก่อนจะยื่นอะไรไป เพราะศาลรัฐธรรมนูญรอเชือดพวกเราอยู่แล้ว ที่ผ่านมาก็เห็นแล้วว่า นายกฯสมัคร สุนทรเวช สามารถหลุดจากตำแหน่ง เพียงแค่ทำกับข้าวออกทีวี ฉะนั้นอะไรที่มัน 50-50 ส่งขึ้นไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ เราถูกฟันธงยุบพรรคแน่ แล้วเราจะเสียโอกาส เสียอนาคต และเสียของ นายกฯยิ่งลักษณ์ตอนนี้กำลังเป็นภาพที่สง่างาม เราควรที่จะประคับประคองให้รัฐบาลอยู่จนครบวาระ แล้วเมื่อเลือกตั้งสมัยหน้า หากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข เราก็ต้องใช้ฉบับนี้ เลือกตั้งใหม่เราก็ชนะอีก คราวนี้เราก็ไม่ต้องฟังใคร เดินหน้าแก้ไขไปเลย นั่นคือไพ่ใบสุดท้ายแล้ว ตนก็พูดอย่างนี้มาตลอด ให้โอกาสรัฐบาลสะสมคะแนนเพิ่มขึ้น เรามีงบประมาณใช้ไป ต้องได้ใจประชาชนกลับมาบ้าง นโยบายหลายนโยบายที่ถูกใจประชาชน เราก็ได้โอกาสตรงนี้ทำไป.

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement