advertisement

พ่อค้า'หนังควายแห้ง'โอด ราคาพุ่งเหตุควายไทยเหลือน้อย

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 20 ก.พ. 2556 00:30

ชาวบ้านสันป่าก่าง พะเยา โอด ควายใกล้หายไปจากเมืองไทย! กระทบอาชีพขาย "หนังควายแห้ง" ราคาพุ่งเผยเหตุ “ส่งออก-ไม่มีที่เลี้ยง-ใช้เครื่องจักร” ทำควายหายกลุ่มค้าหนังแห้งท้อราคาแพงลูกค้าเริ่มหด...

เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2556 นายศักดิ์ เตชะยอด อายุ 44 ปี บ้านเลขที่ 139 หมู่ 5 ต.บ้านสาง อ.เมือง จ.พะเยา พ่อค้าหนังควายแห้ง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวถึงความเดือดร้อนเนื่องจากเวลานี้ หนังควายแห้งราคาพุ่งสูงมาก ว่า ตนเป็นพ่อค้าหนังควายแห้งมานานกว่า 12 ปี แล้ว สืบทอดอาชีพภูมิปัญญาจากรุ่นพ่อแม่ ตั้งแต่ซื้อหนังควายดิบ กก.ละ12-14 บาท ราคาขยับขึ้นเรื่อยมาเป็น กก.ละ 20, 25 และ 30 บาท ปีนี้ตั้งแต่ต้นปีหนังดิบขึ้นรวดเดียว กก.ละ 10 บาท เป็น กก.ละ 40 บาทแล้ว

พ่อค้าหนังควายแห้ง กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นยังประสบปัญหา ปริมาณควายน้อยลง ไม่มีควายถูกนำมาฆ่าในโรงฆ่าสัตว์ เนื่องจากควายไทยถูกส่งออกไปยังประเทศลาว พม่า และ จีน  ไม่มีทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ และผู้เลี้ยงไม่ได้เลี้ยงไว้ใช้งาน แต่เลี้ยงไว้เพื่อส่งขาย จึงทำให้ควายไทยหายไปและหายากขึ้น ส่งผลกระทบต่อผู้ค้าหนังควายด้วย โดยทุกวันนี้กว่าจะได้หนังดิบแต่ละผืนคือ 1 ตัว จะต้องไปจองคิวจากพนักงานโรงฆ่าสัตว์ในพื้นที่ เพื่อนพ่อค้าบางรายก็ไปตามหาซื้อถึงในงานต่างๆ ที่มีการฆ่าควาย ในอดีตสัปดาห์หนึ่งจะได้ไม่ต่ำกว่า 7-8 ผืน หรือบางวันได้มากถึงวันละ 3 ผืน แต่ปัจจุบันสัปดาห์หนึ่งจะได้เพียง 2-3 ผืนเท่านั้น และยังต้องแย่งกันจองคิวจากโรงฆ่าสัตว์อีกด้วย

"ควายเป็นตัวส่วนใหญ่จะขายเหมากันตัวละไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท ชำแหละแล้วแยกขาย เนื้อสดควายจาก กก.ละ 200 บาท เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ เป็น 230, 250, 280 บางทีก็ถึง 300 บาท หนังก็แพง เนื้อก็แพง คนกินก็เลยลดความนิยมลง พ่อค้าบางคนรับซื้อควายเป็นตัวในราคาเหมา เขาเคยบอกว่าเหมาตัวละ 60,000 บาทก็ยังเคย" นายศักดิ์ กล่าว

สำหรับหนังควายเมื่อทำให้แห้งแล้ว เก็บได้นานนับปี นำไปทำกับข้าวพื้นบ้านทางภาคเหนือตามแบบที่คนเหนือชอบได้หลายอย่างเลย เมื่อหนังควายสร้างรายได้ จึงกลายเป็นอาชีพในเวลาต่อมา และอาชีพทำหนังควายแห้งขายจึงสืบทอดมาจาก อ.ดอกคำใต้ มาถึง ต.บ้านสาง อ.เมือง จ.พะเยา ถึงทุกวันนี้.

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement