advertisement

ล่อซื้อจับทหารเก๊ร่วมพระขายปืนเถื่อนในสำนักสงฆ์

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 24 ม.ค. 2556 15:52

ตร.เมืองอุดรฯ จับเซียนพระอ้างตัวเป็นทหาร ร่วมกับพระลอบจำหน่ายอาวุธปืนเถื่อน โดยใช้สำนักสงฆ์เป็นที่ซุกซ่อน เบื้องต้นผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ แต่ตร.มั่นใจหลักฐานแน่น เอาผิดได้แน่...

เมื่อวันที่ 24 ม.ค. พ.ต.อ.พยุงศักดิ์ นามวรรณ ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.4 พ.ต.อ.อารี สินธุรา ผกก.สส.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.ต.สุรพล ทองเงิน พ.ต.ต.ชัชวาลย์ ศรีบุญวงศ์ สว.สส.ภ.จ.อุดรธานี ร.ต.อ.วิบูลย์ นนทะแสง รอง สว.สส.ภ.จ.อุดรธานี สืบทราบว่ามีชายอ้างตัวเป็นตำรวจสันติบาล ลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนเถื่อนในเขต จ.อุดรธานี จึงวางแผนล่อซื้อจำนวน 5 กระบอก โดยนัดคุยตกลงราคาและดูสินค้ากันที่สำนักสงฆ์บ้านสร้างคำ ต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี และตกลงซื้อขายในราคา 190,000 บาท และนัดหมายซื้อขายกันที่ศาลาพักผู้โดยสาร ปากทางเข้าบ้านเม่น ถนนมิตรภาพ อุดรฯ-หนองคาย กม.ที่ 15 ต.บ้านขาว อ.เมือง จ.อุดรธานี

เมื่อถึงเวลานัดหมาย พบชายแต่งกายชุดสีดำคล้ายทหาร ทราบชื่อภายหลัง นายจันทร หรือจ่อย รักขะเสน อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 424 หมู่ 10 ต.กลางใหญ่ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ขับรถยนต์กระบะเชฟโรเลต สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน บล 6934 อุดรธานี มาจอดบริเวณนัดหมาย ตำรวจที่ดักซุ่มจึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น พบอาวุธปืนพกสั้นขนาด .32 ยี่ห้อรีวอลเวอร์ พร้อมบรรจุกระสุนปืน 6 นัด และอาวุธปืนพกสั้นไทยประดิษฐ์ขนาด .38 มม. สีบรอนซ์ บรรจุกระสุน 5 นัด ซุกซ่อนอยู่ในรองเท้าบูต และตรวจค้นรถพบอาวุธปืนสั้นแบบลูกโม่ขนาด .38 มม.ยี่ห้อรีวอลเวอร์ หมายเลขทะเบียน ชย 5/1080 อาวุธปืนสั้นแบบลูกโม่ขนาด .22 ยี่ห้อรีวอลเวอร์ อาวุธปืนสั้นแบบไทยประดิษฐ์ขนาด .38 มม. เครื่องกระสุนปืนขนาด .32 จำนวน 17 นัด วิทยุสื่อสาร 1 เครื่อง โทรศัพท์ 1 เครื่อง ซองปืนสีดำ 2 ซอง

นายจันทร รับสารภาพว่า ยังมีปืนซุกซ่อนอยู่ในสำนักสงฆ์สร้างคำอีก 2 กระบอก จึงไปตรวจค้น พบพระศักดิ์ชัย ปิยะธรรมโม หรือศักดิ์ชัย วงศ์คำหาญ อายุ 34 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าสำนัก นำตรวจค้นกุฏิ พบอาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ ขนาดเบอร์ 12 อาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ ขนาดเบอร์ 410 กระสุนปืนเบอร์ 12 จำนวน 4 นัด กระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 17 นัด กระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 7 นัด ซุกซ่อนอยู่ใต้อาสนะพระศักดิ์ชัย และยังพบนายเตียน นครธรรม อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 93 หมู่ 11 ต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี อยู่ภายใน และเป็นเจ้าของรถกระบะเชฟโรเลต ให้การรับสารภาพว่า ยังมีอาวุธปืนอีก 1 กระบอกอยู่ที่บ้าน จึงนำตัวไปตรวจค้น พบอาวุธปืนสั้นขนาด .32 แบบลูกโม่ หมายเลขทะเบียน กท 893709 จึงควบคุมตัวทั้งหมดไปโรงพักเพื่อสอบสวน

จากการสอบสวน นายจันทรสารภาพว่า ตนเป็นเซียนพระ แต่ชอบแต่งกายคล้ายทหาร และอ้างตัวเป็นผู้พันทหารฝ่ายข่าวกรอง สังกัด กอ.รมน. จนชาวบ้านเชื่อและเรียกตนเองว่าผู้พันจ่อย อาวุธปืนที่ตำรวจค้นได้ในรองเท้า และภายในรถยนต์กระบะ รวม 5 กระบอกนั้นเป็นของตนจริง ซึ่งตนได้ซื้อมาจากเพื่อนชื่อ นายต้น ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ราษฎร อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย แล้วนำมาขายให้กับกลุ่มวัยรุ่นใน อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี โดยใช้สำนักสงฆ์สร้างคำเป็นที่ซุกซ่อนและติดต่อซื้อขายกัน

ด้านพระศักดิ์ชัย ให้การว่า บวชมา 11 พรรษา และมาตั้งสำนักสงฆ์อยู่ที่บ้านสร้างคำ และกำลังรวบรวมเงินพัฒนาสำนักสงฆ์ให้เป็นวัดเต็มรูปแบบ ด้วยการดูดวง สะเดาะเคราะห์ทุกรูปแบบให้ชาวบ้าน แต่ให้การปฏิเสธไม่มีส่วนรู้เห็นในการค้าอาวุธปืน เพียงแต่รับจำนำปืนจากนายจันทร ซึ่งตอนนั้นเชื่อสนิทใจว่าเป็นทหารสังกัด กอ.รมน. โดยเมื่อ 2 ปีก่อน นายจันทรได้นำอาวุธปืนมาจำนำกับตนในราคา 8,000 บาท จึงนำเงินสะสมที่ได้จากการทำพิธีสะเดาะเคราะห์ให้ชาวบ้านเพื่อใช้ในการพัฒนาสำนักสงฆ์ให้นายจันทรไป แต่ก็ไม่ยอมมาไถ่คืน กระทั่งมาถูกตำรวจตรวจค้น

ด้าน นายเตียน เจ้าของรถกระบะ ให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าก่อนตำรวจเข้าตรวจค้นและจับกุม พระศักดิ์ชัย ได้โทรศัพท์ให้มาหาที่สำนักสงฆ์ บอกว่าผู้พันจ่อยจะขอยืมรถไปทำธุระ กระทั่งถูกตำรวจค้นพบอาวุธปืนซุกซ่อนในรถกระบะของตน และตรวจค้นบ้านก็พบอาวุธปืนอีก 1 กระบอก ซึ่งตนไม่มีส่วนรู้เห็น แต่พระศักดิ์ชัยให้การซัดทอดว่า นายเตียน เจ้าของรถกระบะมีส่วนรู้เห็นกับการค้าอาวุธปืนครั้งนี้ด้วย

พ.ต.อ.พยุงศักดิ์ นามวรรณ ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.4 เปิดเผยว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ต่างโยนความผิดให้กันไปมาเพื่อเอาตัวรอด ซึ่งในชั้นสอบสวนจับกุม ผู้ต้องหาสามารถปฏิเสธได้ แต่จากแนวทางการสืบสวน เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา ตำรวจสืบทราบว่านายจันทร หรือจ่อย มีพฤติกรรมค้าอาวุธปืนให้กับกลุ่มวัยรุ่นในเขตพื้นที่ อ.เพ็ญ โดยใช้สำนักสงฆ์เป็นที่ซุกซ่อนอาวุธ เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ และแอบอ้างตัวเป็นทหารหน่วยข่าวกรองของ กอ.รมน.ยศพันโท หรือที่ชาวบ้านในเขต ต.เชียงหวาง รู้จักกันในนาม ผู้พันจ่อย และยังพกบัตรรองประธานภูมิภาคที่ 2 หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษสันนิบาตเสรีชนแห่งประเทศไทย สังกัดกองอำนวยการความมั่นคงภายใน หรือ กอ.รมน. ซึ่งตำรวจเชื่อเป็นบัตรที่ทำขึ้นมาเอง รวมถึงเครื่องแบบคล้ายทหารที่สวมใส่อยู่ในขณะตำรวจเข้าจับกุมตัวด้วย

พ.ต.อ.พยุงศักดิ์ เปิดเผยต่อว่า หลังจากสืบสวนหาข่าวจนมั่นใจว่า นายจันทรค้าอาวุธจริง จึงรายงานให้ พล.ต.ต.ศักดิ์ดา เตชะเกรียงไกร รอง ผบช.ภ.4 ซึ่งกำกับการดูแลเรื่องนี้โดยตรง ก่อนส่งสายลับเข้าไปตีสนิทล่อซื้ออาวุธปืน หลังจากสืบทราบว่านายจันทรชอบไปส่องพระเครื่องที่แผงพระตลาดนาข่า อ.เมือง จ.อุดรธานี โดยครั้งแรกช่วงปลายปี 2555 ได้ติดต่อล่อซื้ออาวุธปืนอาก้า ซึ่งเป็นอาวุธสงคราม จำนวน 4 กระบอก ในราคากระบอกละ 4 พันบาท แต่นายจันทรขอเวลาเพราะทางประเทศเพื่อนบ้าน (สปป.ลาว) ยังไม่ตกลงขายให้ และอ้างว่าตำรวจตามแนวชายแดนเข้มงวดเหลือเกิน ทางตำรวจจึงใจเย็นรอมาเรื่อยเพื่อให้คนร้ายตายใจ

"กระทั่งเช้ามืดวันนี้ ตำรวจได้วางแผนให้สายลับโทรศัพท์ติดต่อล่อซื้ออาวุธปืนพกสั้น จำนวน 5 กระบอก ในราคา 190,000 บาท เพราะเกรงว่าคนร้ายจะไหวตัวทัน และอาวุธปืนอาก้าคนร้ายอาจจะหาไม่ได้ตามที่พูดไว้ก่อนหน้านี้ และคนร้ายก็มาจนมุมตำรวจพร้อมของกลางในที่สุด เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาทั้ง 3 คน ร่วมกันค้าอาวุธปืนโดยผิดกฎหมาย " ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.4 กล่าวในที่สุด.

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement