advertisement

นิติกรศาลฎีกากร่าง ชักปืนตบวินจยย. แถมขู่ย้ายตร.ทั้งโรงพัก

โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 19 ม.ค. 2556 11:18

นิติกรศาลฎีกาเมาแล้วกร่าง อ้างเป็นอัยการ ใช้ปืนตบวินมอเตอร์ไซค์ ปากซอยรามคำแหง 24 จนคิ้วแตก ปากฉีก ฟันหัก ถูกจับพร้อมพวกรวม 3 คน ให้การภาคเสธ แถมขู่จะย้าย ตร.สน.หัวหมาก ทั้งโรงพัก...

เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 19 ม.ค. 2556 พ.ต.ท.อุดรชัย ขุนพินิจ สวป.สน.หัวหมาก รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายโดยใช้อาวุธ ที่บริเวณปากซอยรามคำแหง 24 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ไประงับเหตุ โดยพบชายฉกรรจ์ 3 คน ถือปืนพกสั้น 2 กระบอก กำลังจะทำร้าย นายปรัชญา รู้หลัก อายุ 19 ปี หนุ่มวินจักรยานยนต์ (จยย.) ซอยรามคำแหง 24 จึงสั่งกำลังตรวจล้อมและให้กลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าววางปืนลง ก่อนนำตัวมาสอบสวน

นอกจากนี้ ยังทราบว่ามีคนถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลไปก่อนหน้าแล้วอีกคน ทราบชื่อคือ นายอนุชา ห่วงพิมล อายุ 25 ปี หนุ่มวิน จยย.ซอยเดียวกัน ถูกอาวุธปืนตบเข้าที่ใบหน้า จนคิ้วซ้ายแตก ปากฉีก และฟันหัก ต่อมาผู้เสียหายทั้งสองได้เดินทางมาที่ สน.หัวหมาก พร้อมยืนยันว่า ชายทั้งสามคนก่อเหตุทำร้ายร่างกาย

นายอนุชา ผู้เสียหาย ให้การว่า ตนขับวิน จยย.อยู่ในซอยจุดเกิดเหตุ รู้จักกับนายอัฐพลและนายรชตเพราะขับวินเดียวกัน ก่อนหน้านี้ได้ทะเลาะกับคนทั้งสอง เรื่องการจอดรถที่ทั้งคู่ชอบจอดรถไม่เป็นที่เป็นทาง ทำให้รถที่สัญจรผ่านไปมาบนถนนรามคำแหง ต้องคอยหลบรถ จยย.ที่จอดไม่เป็นระเบียบ เป็นเหตุให้การจราจรติดขัด ซึ่งได้ตักเตือนหลายครั้ง กระทั่งช่วงก่อนเกิดเหตุ พวกตนกำลังขับวินอยู่ ส่วนกลุ่มผู้ต้องหานั่งดื่มเหล้าอยู่บริเวณใกล้เคียง ก่อนที่นายสมปอง ซึ่งไม่เคยรู้จักกันมาก่อน จะเดินเข้ามาหา แล้วควักปืนออกมาตบใบหน้าหลายครั้งจนได้รับบาดเจ็บ เพื่อนๆ จึงพาส่งโรงพยาบาล ส่วนนายปรัชญาถูกขู่ด้วยอาวุธปืน และทางกลุ่มผู้ต้องหาไม่ยอมให้หลบหนี จนมีเพื่อนในวิน จยย.รีบไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาช่วยระงับเหตุ

พ.ต.ท.อุดรชัย กล่าวว่า จากการสอบสวนทราบว่า กลุ่มผู้ต้องหาทั้งสาม ชื่อนายสมปอง คำอ่อน อายุ 31 ปี ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ตำแหน่งนิติกรปฏิบัติการ สำนักอำนวยการประจำศาลฎีกา พร้อมของกลางปืนยี่ห้อเลส เบเออร์ 11 มม. พร้อมกระสุนปืน 16 นัด ใส่ 2 แม็กกาซีน คนที่ 2 นายอัฐพล เพ็ญภูเวียง อายุ 25 ปี และนายรชต กลิ่นสว่าง อายุ 33 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ เครื่องกระสุน 2 นัด โดยทั้งนายอัฐพลและนายรชตมีอาชีพขับวิน จยย.ในซอยเกิดเหตุ

 

อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดให้การภาคเสธ อ้างว่าไม่ได้ทำร้ายร่างกายผู้บาดเจ็บ แต่นายสมปองยอมรับว่าปืนดังกล่าวเป็นของตนเองจริง ทางเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่มีใบอนุญาต พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และกักขังหน่วงเหนี่ยวบังคับจิตใจผู้อื่น ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ช่วงที่เจ้าหน้าที่ไประงับเหตุนายสมปองอ้างตนเองว่าเป็นอัยการ และบอกว่าหากถูกจับไปก็ต้องปล่อย พร้อมขู่ด้วยว่าจะย้ายตำรวจ สน.หัวหมาก ทั้งโรงพักอีกด้วย.

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement