advertisement

สลด!หนูน้อย3ขวบ ติดในรถแดดเผา6ชม.จนขาดใจตาย

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 19 ธ.ค. 2555 05:15

เกิดเหตุน่าเศร้าเป็นอุทาหรณ์เตือนใจ เด็กชายวัยเพียง 3.6 ขวบ วิ่งไร้เดียงสา พลัดหลงจากผู้ปกครอง พบตัวอีกครั้ง นอนเสียชีวิตภายในรถยนต์ที่จอดไว้  คาดติดในรถนานถึง 6 ชั่วโมง ถูกแดดเผาและขาดอากาศจนสิ้นใจ  ด้านเจ้าของรถมั่นใจล็อกประตูอย่างดี ขณะที่ตำรวจยังมึนไม่รู้เด็กเข้าไปอยู่ในรถได้อย่างไร …

เมื่อเวลาประมาณ 00.00 น. วันที่ 19 ธ.ค. 2555 ร.ต.ต.ธงชัย ศรีสำโรง พนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ห้องฉุกเฉิน รพ.บางมด ว่า มีเด็กขาดอากาศหายใจถูกส่งตัวมารักษาแล้วเสียชีวิตจึงรายงานให้ผู้บังคับ บัญชาทราบแล้วรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท ผกก.สน.ท่าข้าม แพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู

เมื่อ เดินทางไปถึงพบศพ ด.ช. น้อย (นามสมมติ)  อายุ 3 ปี 6 เดือน นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล สภาพสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีฟ้าลายการ์ตูน นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ ตามเนื้อตัวทั้งแขนและขามีร่องรอยคล้ายถูกแดดเผาไหม้จนแดงเถือก ปากซีด เบื้องต้นไม่พบบาดแผลจากการถูกทำร้ายร่างกาย แพทย์สันนิษฐานเสียชีวิตมาแล้วไม่เกิน 4 ชั่วโมง

จากการสอบสวน นายบุญเลิศ ยอดทอง อายุ 65 ปี ปู่ของผู้ตาย ให้การว่า น้องน้อยเป็นหลานชายแท้ๆ   โดยตนและภรรยาคือ นางภาษี วงศ์ศรีรักษา อายุ 61 ปี เลี้ยงดูหลานคนนี้มาตั้งแต่เล็กๆ เนื่องจากนายณรงค์ชัย ยอดทอง อายุ 31 ปี ลูกชายตนกับลูกสะใภ้ ซึ่งเป็นพ่อและแม่ของน้องน้อย  ต้องทำงานโรงงานย่านบางบอน เลยนำหวานชายมาฝากให้ช่วยดูแล  อาศัยที่ห้องพักเลขที่ 214 ชั้น 5 หอพัก พีเพิลพาร์คเพลส ซอยอนามัยงามเจริญ 15 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน ซึ่งลูกชายกับลูกสะใภ้จะมารับลูก ไปนอนด้วยเพียงวันเดียวคือ คืนวันเสาร์ จากนั้นช่วงค่ำวันอาทิตย์ก็จะพามาฝากให้เลี้ยงดูตามปกติ เป็นอย่างนี้มานาน 3 ปีกว่าแล้ว.

นายบุญเลิศ กล่าวอีกว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 12.30 น.วันที่ 18 ธ.ค. ที่ผ่านมา หลานชายบ่นอยากกินเงาะตนและภรรยาจึงจูงเดินลงจากห้องพักชั้น 5 มาหาซื้อเงาะที่รถขายกับข้าว ซึ่งจะมาจอดบริเวณด้านหน้าหอพักทุกวัน แต่พอซื้อเสร็จปรากฏว่า น้องน้อยหายตัวไป ขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านให้ช่วยตามหาเท่าไรก็ไม่พบ กระทั่งผ่านไปนานกว่า 6 ชั่วโมง มีเพื่อนบ้านวิ่งขึ้นไปแจ้งว่าพบ หลานชายนอนแน่นิ่งอยู่ในห้องโดยสารของรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโคโรล่า สีขาว ทะเบียน 6 ธ - 8773 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดอยู่ตรงลานจอดรถหน้าหอพักใกล้ๆ กับจุดที่รถขายกับข้าวจอดตามปกติ ตนและภรรยาจึงรีบวิ่งลงมาดูพบว่า ประตูด้านหลังรถคันดังกล่าวไม่ได้ล็อกพอ เปิดออกพบร่าง น้องเหนือ นอนแน่นิ่งอยู่ที่เบาะด้านหลังรถ มีอาการปากซีด มือทั้ง 2 ข้างกำแน่น เลยตัดสินใจนำส่งที่ รพ.บางมด แต่แพทย์คาดว่าหลานเสียชีวิตตั้งแต่จุดเกิดเหตุแล้วจึงไม่สามารถช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที

ด้าน นายปิยะวิทย์ ลิมสุทธิรัตน์ อายุ 33 ปี อาชีพช่างยนต์ซึ่งเป็นเจ้าของรถคันที่เกิดเหตุ ให้การว่า พักอยู่กับภรรยาในห้องเลขที่ 236 ชั้น 5 อาคารเดียวกัน ปกติจะใช้รถเก๋งอีกคันหนึ่งซึ่งเพิ่งถูกโจรงัดประตูรถลักทรัพย์สินไปเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นวันรุ่งขึ้นจึงนำรถคันที่โดนงัดไปซ่อมแซมประตูที่อู่ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แล้วนำรถคันนี้มาจอดไว้แทน จอดบริเวณด้านหน้าหอพักเผื่อจะใช้งาน แต่พอช่วงหัวค่ำวันที่ 18 ธ.ค. ขณะที่ตนยังทำงานอยู่ที่อู่ ภรรยาได้โทรศัพท์มาบอกว่า มีเด็กเสียชีวิตในรถให้รีบกลับมาดู  ตนงงมากเพราะมั่นใจว่าตอนจอดก็ล็อกรถด้วย ระบบเซ็นทรัลล็อกเป็นอย่างดีแล้ว ไม่ทราบจริงๆ ว่าเด็กเปิดประตูเข้าไปนอนอยู่ในรถได้อย่างไร

ขณะที่ พ.ต.อ.นครินทร์ เปิดเผยว่า ยังไม่สามารถยืนยันสาเหตุการตายของเด็กว่าเป็นอุบัติเหตุจากความซุกซนหรือไม่ เนื่องจากยังต้องรอผลการตรวจสภาพรถคันดังกล่าวอย่างละเอียดจากเจ้าหน้าที่ กองพิสูจน์หลักฐาน อีกทั้งยังต้องดูผลการชันสูตรพลิกศพจากแพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช ประกอบกันด้วย เบื้องต้นจึงสั่งการให้พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีเชิญตัวผู้ปกครอง เจ้าของรถ และผู้พบศพคนแรก มาสอบปากคำอีกครั้งว่าเป็นความประมาทของผู้ใดบ้างหรือไม่ก่อนแจ้งข้อหา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement