advertisement

หนุ่มเมืองคอนซิ่งปาเจโร่เสียหลักชนยับดับ2เจ็บ3

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 16 ธ.ค. 2555 07:00

หนุ่มโจ๋ขาใหญ่ใน อ.สิชล เมืองคอน ยืมรถปาเจโร่ป้ายแดงของเพื่อนไปลองขับ แต่พลาดคุมรถไม่อยู่พุ่งชน จจย.และแฉลบไปโดนรถกระบะ ก่อนเสียหลักพุ่งเข้าร้านน้ำชาพังทั้งร้าน และอัดเจ้าของร้านตายพร้อมลูกค้า2 และมีคนบาดเจ็บอีก3คน...

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2555 พ.ต.ท.ภิรมย์ เรืองรุ่ง สารวัตร สารวัตรเวร สภ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีรถยนต์เสียหลักพุ่งชนร้านน้ำชาริมถนนสายจอม พิบูลย์-บ้านเขาใหญ่ หมู่ที่ 3 ต.ฉลอง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายคน จึงพร้อมกำลังตำรวจและหน่วยกู้ภัยสิชล รีบไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ โดยในที่เกิดเหตุเป็นร้ายขายน้ำชา โดยใช้ไม้ทำเป็นโรงเรือนหลังคามุงกระเบื้องต่อออกมาจากหน้าบ้านเลขที่ 63/1 หมู่ 3 ต.ฉลอง อ.สิชล ห่างจากถนนเกือบ 30 เมตร พบชาวบ้านจำนวนมากกำลังมุงดูเหตุการณ์

จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบรถแวน 5 ประตู ยี่ห้อมิตซูบิชิ ปาเจโร่สปอร์ต รุ่นใหม่ล่าสุด ทะเบียนป้ายแดง ส.9955 กรุงเทพมหานคร ชนร้านขายน้ำชาดังกล่าวจนพังเสียหายยับเยินทั้งร้าน โดยรถคันดังกล่าวยังจอดคาอยู่ในซากร้านขายน้ำชา นอกจากนี้ยังมีรถ จยย.ยี่ห้อ คาวาซากิ รุ่นคาเซ่ สีเขียว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ถูกชนจนพังกลายเป็นเศษเหล็ก 1 คัน รวมทั้งรถกระบะมิตซูบิชิสีดำตอนครึ่ง สีดำ ทะเบียน บบ-9020 นครศรีธรรมราช ถูกชนอย่างแรงจนด้านหน้าพังยับเยินเช่นกัน ในขณะที่ตัวบ้านพังเสียหายบางส่วน

ในที่เกิดเหตุมีผู้บาดเจ็บจำนวน 5 คน จนท.หน่วยกู้ภัยไต้เต๊กตึ้ง ประจำ อ.สิชล ได้เร่งลำเลียงส่งรักษาตัวที่ รพ.สิชล แต่ยื้อชีวิตไม่สำเร็จเสียชีวิตที่โรงพยาบาล 2 ศพ ทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือ นางระวีวรรณ เพชรส้ม อายุ 51 ปี เป็นแม่ค้าเจ้าของบ้านและร้านน้ำชาเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ ส่วนอีกรายทราบชื่อ นายชาญยุทธ ค้ำไพโรจน์ อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 129 หมู่ 3 ต.ฉลอง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช อาชีพทำสวนยางและลูกค้าที่มานั่งดื่มน้ำชา ส่วนคนเจ็บอีก 3 คน อาการบาดเจ็บไม่มากนัก ทราบชื่อนายประเสริฐ เพชรส้ม อายุ 52 ปี เป็นเจ้าของสามีของนางระวีวรรณ ผู้ตาย นายสำเริง จันทร์กลับ อายุ 57 ปี และ นายจำเริญ สมจิตร อายุ 56 ปี

จากการ สอบสวนปากคำของผู้ที่เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุในขณะที่นางระวีวรรณ ผู้ตาย ซึ่งเป็น เจ้าของบ้านและเจ้าของร้านขายน้ำชา ได้เปิดร้านขายน้ำชา –กาแฟให้กับลูกค้าเหมือนทุก ๆ วันที่ผ่านมา โดยมีลูกค้าทยอยมานั่งดื่มกินกันอย่างต่อเนื่อง จนกระทั้งมีรถยนต์มิตซูบิชิ คันเกิดเหตุ ซึ่งมีนายธนากร รัตนไพจิตร อายุ 24 ปี เป็นคนขับ ได้วิ่งมาตามถนนด้วยความเร็วสูงและเกิดเสียหลักชนรถ จยย.ที่จอดอยู่ข้างถนน จากนั้นแฉลบไปชนอัดกับรถกระบะอย่างจัง แต่เนื่องจากรถมิตซู บิชิ ขัยมาด้วยความเร็ซสูงจึงยังไม่สิ้นฤทธิ์ง่าย ๆ พุ่งเข้า ป้านน้ำชาเต็ม ๆ จนพังครืนลงมาทั้งร้าน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพและบาดเจ็บอีก 3 คนดังกล่าว โดยยังโชคดีที่ลูกค้าส่วนมากทยอยกลับไปก่อนหน้าเล็กน้อย มีเหลืออยู่แค่ 3 คนเท่านั้น ทั้งนี้คาดกันว่าถ้าเกิดเหตุก่อนหน้านี้ประมาณ 10 นาที จะทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บมากกว่านี้อีกอย่างแน่นอน

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายธนากร รัตนไพจิตร อายุ 24 ปี บ้านอยู่หมู่ 9 ต.ทุ่งปรัง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช คนขับรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเรโจ่ คันเกิดเหตุไปสอบสวนปากคำที่โรงพัก ซึ่งจากการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า นายธนากร จัดเป็นผู้กว้างขวาง และยังเป็นทายาทของผู้มีอันจะกินในพื้นที่ อ.สิชล เนื่องจากครอบครัวของนายธนากร ประกอบธุรกิจโรงงานแปรรูปไม้ยางพาราที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดนครศรีธรรมราช และยังมีธุรกิจอื่น ๆ อีกจำนวนมาก มีฐานะร่ำรวยระดับเศรษฐี โดยมีรถยนต์หรูราคาแพงหลายคัน โดยก่อนเกิดเหตุนายธนากร ได้ขับรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค ไปหาเพื่อนที่เพิ่งซื้อรถยนต์มิตซูบิชิ คันดังกล่าวมาได้เพียง 15 วัน โดยได้แลกรถกันขับชั่วคราว ทั้ง ๆ ที่ตามปกติตัวเองก็มีรถแวนมิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีขาวอีก 1 คัน แต่เป็นรุ่นก่อนหน้าคันที่เกิดเหตุ

นายธนากรได้อ้างกับเพื่อนเจ้าของรถว่า จะขอทดลองขับดูว่ารถแวนมิตซูบิชิ รุ่นใหม่ของเพื่อนที่เพิ่งซื้อมา 15 วัน เครื่องแรงมากน้อยแค่ไหน เพื่อนที่เป็นเจ้าของรถไม่กล้าขัดใจจึงยอมให้นายธนากร ขับรถของตัวเองไปทดลอบ ส่วนตัวเองจำใจขับรถเก๋งฮอนด้าของนายธนากร แทน หลังจากนั้นนายธนากร ได้ทดสอบขับรถปาเจโร่คันเกิดเหตุด้วยความเร็วสูงไปตามถนนสายต่าง ๆ สร้างความหวาดเสียวให้กับชาวบ้านที่ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก จนกระมาถึงที่เกิดเหตุนายธนากร บังคับรถไม่อยู่เสียหลักพุ่งเข้าชนรถ จยย. รถกระบะ ก่อนจะพุ่งเข้าไปชนร้านน้ำชาจนพังเสียหายยับทั้งร้าน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ และบาดเจ็บอีก 3 คนดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับนายธนากร ในข้อหาขับรถด้วยความประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นได้รับความเสีย หาย และทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บต่อไป.

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement