advertisement

ช่างรับเหมาเครียด ปีนเสาวิทยุศาลากลาง ขอความเป็นธรรม

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 30 พ.ย. 2555 18:44

ช่างรับเหมาปูกระเบื้องเครียดจัด โดนคดีลักทรัพย์และข่มขืน ไม่ยอมมาฟังคำพิพากษา และหาทางออกไม่ได้ ปีนเสาวิทยุ สูง 50 เมตร ภายในศาลากลางสุราษฎร์ฯ ขู่ใช้น้ำมันราดตัวเอง เรียกร้องขอความเป็นธรรมหลังถูกใส่ร้ายจากหญิงคนหนึ่งที่เคยคบหา...

เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2555 เกิดเหตุชายคลุ้มคลั่งปีนเสาวิทยุสื่อสาร สูงประมาณ 50 เมตร ของกระทรวงมหาดไทย ภายในศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้นำเบาะยางไปเตรียมรองรับไว้ด้านล่าง เพราะเกรงว่าชายคนดังกล่าวจะกระโดดลงมา พร้อมใช้เครื่องขยายเสียงพูดเกลี้ยกล่อมให้ลงมาด้านล่าง และจะช่วยเหลือแก้ไขปัญหา แต่ชายคนดังกล่าวกลับไม่สนใจ ขู่ว่าหากใครปีนขึ้นไป จะใช้น้ำมันเบนซินที่นำใส่ขวดน้ำติดตัวมาราดตัวเองและจุดไฟเผาทันที

ต่อมา นางหนูแดง กำเนิดชาติ อายุ 55 ปี ชาว จ.สระบุรี เดินทางมายังที่เกิดเหตุ ระบุว่าชายคนดังกล่าวเป็นสามีของตน ชื่อนายเอกสิทธิ์ สุวรรณรัตน์ อายุ 30 ปี ชาว จ.สงขลา ปัจจุบันเช่าบ้านพักอยู่ในซอยโกเต้ง ต.วัดประดู่ เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ทำงานเป็นช่างรับเหมาปูกระเบื้อง ซึ่งที่ผ่านมาเมื่อปี 2554 นายเอกสิทธิ์ได้ตกเป็นผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์และข่มขืนในพื้นที่สภ.พุนพิน โดยวันที่ 29 พ.ย. 2555 ศาลได้มีคำสั่งนัดฟังคำพิพากษา ทำให้นายเอกสิทธิ์เครียดกลัวถูกจับ ไม่ยอมมาฟังคำพิพากษา กระทั่งก่อเหตุปีนเสาวิทยุสื่อสาร

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ใช้เวลาเกลี้ยกล่อมนานกว่า 4 ชม. แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ จนต่อมา นายพรหมศิริ วงศ์ชนะ รอง ผวจ.สุราษฎร์ธานี ได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุเพื่อพูดเกลี้ยกล่อม และพร้อมจะให้ความช่วยเหลือให้ความเป็นธรรม จนในที่สุดนายเอกสิทธิ์จึงยินยอมปีนลงมา แต่ได้เตรียมน้ำมันเบนซินราดตัว เพราะเกรงว่าเจ้าหน้าที่จะเข้าจับกุม โดยระบุว่าตนถูกใส่ร้ายในคดีลักทรัพย์และข่มขืน อยากขอความเป็นธรรม เนื่องจากเมื่อปี 2554 ที่ผ่านมา ได้รู้จักและมีสัมพันธ์กับผู้หญิงคนหนึ่ง ทราบภายหลังว่าหญิงดังกล่าวมีครอบครัวอยู่แล้ว หลังจากคบหากันสักพัก ฝ่ายหญิงก็พยายามเรียกร้องเอาเงินจากตน แต่ตนไม่มีให้ ทำให้หญิงคนดังกล่าวไม่พอใจ ก่อนแจ้งความเอาผิด กล่าวหาว่าตนเข้าไปลักทรัพย์และข่มขืน จนถูกเจ้าหน้าที่จับกุมดำเนินคดี ซึ่งทางรอง ผวจ.สุราษฎร์ธานี รับปากจะตรวจสอบข้อเท็จจริง และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับนายเอกสิทธิ์ต่อไป.

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement