advertisement

ตร.อุดรฯพลาดท่า ล่อซื้อยาไอซ์ ถูกยิงสวนเจ็บ

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 11 พ.ย. 2555 13:11

ตร.เมืองอุดรฯ พลาดท่า เข้าล่อซื้อยาไอซ์ แต่คนร้ายรู้ตัวก่อน จึงปิดไฟในบ้าน ก่อนยิงสวนออกมา 2 นัด บาดเจ็บ ล่าสุดพ้นขีดอันตรายแล้ว ผู้ต้องหาเป็นช่างยนต์ อู่ดัง อ้างเป็นแค่ผู้เสพ เห็นคนล้อมบ้านจึงยิงสวนออกมาก่อน โดยไม่คิดว่าเป็นตำรวจ รับติดมาแล้ว 1 ปี

เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 11 พ.ย. มีรายงานว่า พ.ต.ท.ธานินทร์ อินทร์กอง พงส.สบ 3 สภ.เมือง อุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุตำรวจถูกคนร้ายยิง ขณะเข้าล่อซื้อยาไอซ์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส เข้ารักษาตัวที่ห้องฉุกเฉิน รพ.ศูนย์อุดรธานี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ สุขเกษม พ.ต.อ.สุรินทร์ ชัยชมภู รอง ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.อารี สินธุรา ผกก.สส.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.โกวิท เจริญวัฒนศักดิ์ ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี ที่ห้องฉุกเฉิน รพ.ศูนย์อุดรธานี พบ ด.ต.ภมร จันทร์บุญสิทธิ์ อายุ 38 ปี ตำแหน่ง ผบ.หมู่ กก.สส.ภ.จ.อุดรธานี นอนอยู่บนเตียงคนไข้ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .380 มม. เข้าที่ซี่โครงด้านซ้ายทะลุแผ่นหลัง อาการบาดเจ็บสาหัส แต่ยังรู้สึกตัวดีสามารถพูดคุยได้ แพทย์ได้ทำการรักษาพบว่ากระสุนไม่ถูกอวัยวะสำคัญ กระดูกซี่โครงแตก ล่าสุด อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว

พ.ต.อ.อารี สินธุรา ผกก.สส.ภ.จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ กลางดึกเมื่อคืนนี้ ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จ.อุดรธานี ชุดปราบปรามยาเสพติด “คมประจักษ์” สืบทราบว่า มีการลักลอบมั่วสุมเสพและขายยาไอซ์ภายในห้องพักหมายเลข 4 จันทร์กระจ่างรีสอร์ท บ้านสามพร้าว ต.สามพร้าว จึงวางแผนให้สายลับไปล่อซื้อ โดยนำกำลังตำรวจ 5 นายไปดักซุ่มอยู่บริเวณดังกล่าว เมื่อสายลับให้สัญญาณตำรวจจึงเข้าจับกุม แต่คนร้ายรู้ตัวและได้ปิดไฟในห้องพัก ด.ต.ภมร ได้ถือไฟฉายเดินย่องเข้าไปไขกุญแจห้องพัก เป็นจังหวะเดียวกันกับคนร้ายที่อยู่ภายในห้องพักรู้ตัวว่ามีตำรวจปิดล้อมห้องพัก และพยายามจะไขกุญแจประตูด้านหน้าเข้ามา จึงได้ยิงปืนสวนออกมา 2 นัด ถูกชายโครง ด.ต.ภมร 1 นัด ทรุดลงกับพื้นทันที ตำรวจที่ไปด้วยได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล และวิทยุขอกำลังเสริมเพื่อช่วยล้อมจับคนร้าย ทราบชื่อภายหลังว่านายบุญหลาย เจริญราช อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 294 หมู่ 7 บ้านหนองบั่ว ต.สามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี ตรวจค้นห้องพักพบอาวุธปืนพกสั้นขนาด .380 มม. 1 กระบอก กระสุนปืนเต็มลูกโม่ 6 นัด ยิงไปแล้ว 2 นัด ปลอกกระสุนปืน 2 ปลอก เงินล่อซื้อ จึงควบคุมตัวไปโรงพักทำการสอบสวน

พ.ต.อ.อารี เปิดเผยต่อว่า จากการสอบสวนนายบุญหลาย ให้การรับสารภาพว่า ทำงานเป็นช่างเครื่องยนต์ อู่แห่งหนึ่ง ถนนรอบเมือง เขตเทศบาลนครอุดรธานี มีรายได้ 3-4 หมื่นบาท แต่ชอบเสพยาไอซ์ เป็นประจำมาประมาณ 1 ปี เพราะทำให้สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้นาน ระยะแรกโดยซื้อมาจากนางรัตน์ และนางกวาง ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ราษฎรซอยเบญจางค์ เขตเทศบาลนครอุดรธานี ครั้งละ 2 กรัม ราคากรัมละ 3,000 บาท ภายหลังตนได้ผันตัวเองมาเป็นผู้ขาย โดยจะขายกรัมละ 4,500 บาท เมื่อซื้อยาไอซ์มาได้ตนก็จะชักชวนหญิงสาวคู่ขาซึ่งชอบเสพยาไอซ์ด้วยกันเป็นประจำ ไปเปิดห้องพักที่รีสอร์ทเพื่อเสพยาไอซ์ หากมีลูกค้ามาขอซื้อก็จะแบ่งขาย

ผู้ต้องหาสารภาพต่อว่า ขณะที่ตนเสพยาไอซ์รอหญิงคู่ขา ก็มีเสียงคล้ายกับคนกำลังเปิดประตูห้องพักและเห็นเสียงไฟฉาย รู้สึกกลัวและตกใจจึงหยิบปืนที่พกมาด้วยยิงสวนออกไป 2 นัด โดยไม่รู้ว่าถูกใคร จากนั้นก็ได้ยินเสียงร้องว่า “นี่ตำรวจให้วางอาวุธ” ตนจึงหยิบยาไอซ์ 2 กรัม และอุปกรณ์การเสพไปทิ้งลงชักโครกภายในห้องน้ำ ส่วนอาวุธปืนซื้อมาจากเพื่อนชื่อนายเปลี่ยน ราษฎรบ้านหนองบัวบาน ต.สุมเส้า อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ในราคา 25,000 บาท เพื่อไว้ป้องกันตัว ต่อมาตำรวจได้แจ้งให้ตนวางอาวุธปืน ตนเกรงว่าจะถูกจับตาย จึงได้วางอาวุธปืนและเดินออกไปมอบตัว และแจ้งข้อหา “พยายามฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ หมู่บ้าน โดยไม่มีเหตุอันควร เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) โดยผิดกฎหมาย

ต่อมาเวลา 09.00 น. พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พร้อมคณะ ได้เดินทางมาเยี่ยมให้กำลัง ด.ต.ภมร ที่นอนรักษาตัวอยู่ที่ตึกศัลยาคารอุตราทร โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ซึ่งมีอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว โดยมอบช่อดอกไม้และเงินสดจำนวนหนึ่งจาก กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี และจาก พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผบช.ภ.4 หลังจากนั้นได้สอบถามอาการ ซึ่ง ด.ต.ภมร สามารถพูดคุยและเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ไม่ได้กระทำการโดยประมาทแต่อย่างใด เพราะก่อนเข้าล่อซื้อจับกุม สายลับรายงานว่าคนร้ายไม่มีอาวุธปืน จึงไม่ได้สวมเสื้อเกราะระหว่างปฏิบัติหน้าที่ และโชคดีที่กระสุนไม่โดนจุดสำคัญ จึงรอดตายมาได้

พล.ต.ต.บุญลือ เปิดเผยว่า เป็นการบาดเจ็บขณะปฏิบัติหน้าที่ หลังเกิดเหตุ ได้รายงานให้ พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผบช.ภ.4 ทราบแล้ว ซึ่งท่าน ผบช.ภ.4 มีความเป็นห่วงเป็นใยต่อตำรวจทุกนาย ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ที่ออกปฏิบัติหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเป็นนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และได้กำชับให้ระมัดระวังในการเข้าจับกุม เพราะขบวนการค้ายาเสพติด หรือพ่อค้ายาบ้า ยาไอซ์ จะพกพาอาวุธเพื่อต่อสู้ตำรวจเหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าโชคดีที่ไม่มีการสูญเสีย การบาดเจ็บครั้งนี้ถือเป็นความดีความชอบ ซึ่งจะเสนอชื่อ ด.ต.ภมร ให้ได้รับ 2 ขั้นเพื่อเป็นกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป.

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement