advertisement

จำคุกหน.ฝ่ายกฎหมาย สั่งเผาไล่ที่ตลาดนัดซันเดย์

โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 8 พ.ย. 2555 20:25

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน สั่งจำคุก หน.ฝ่ายกฎหมาย สั่งเผาไล่ที่ตลาดนัดซันเดย์ 16 ปี ส่วนลูกน้องให้การรับสารภาพ ทำให้ศาลชั้นต้นลดโทษลงกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 5 ปี ...

ที่ห้องพิจารณา 912 ศาลอาญา วันที่ 8 พ.ย. ศาลอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ ฟ้องนางอภิญญา วงษ์บัญญัติ อายุ 55 ปี หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย ของบริษัทธนสารสมบัติพัฒนา และ นายณรินทร์ โพธิ์ยา อายุ 32 ปี เป็นจำเลยที่ 1และ 2 ในความผิดฐานจ้างวานใช้ผู้อื่นวางเพลิงเผาโรงเรือน อันเป็นที่เก็บสินค้า ร่วมกันวางเพลิงเผาโรงเรือน พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน

โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ 12 ก.ค.50 จำเลยที่ 1 จ้างวานให้จำเลยที่ 2 กับพวก จำนวนเงิน 10,000 บาท วางเพลิงเผาร้านขายปลาสวยงามภายในตลาดนัดสวนจตุจักร พลาซ่า ล็อก 8 หรือตลาดนัดซันเดย์ ถ.กำแพงเพชร 2 แขวงและเขตจตุจักร ของ น.ส.พรทิพย์ พงษ์พิทักษ์โสภณ ผู้เสียหาย เป็นเหตุให้อาคาร สิ่งปลูกสร้างที่ใช้เก็บอุปกรณ์เลี้ยงปลาสวยงามถูกไฟไหม้เสียหาย คิดเป็นเงิน 1,300,000 บาท ก่อนหลบหนีไป ต่อมาเจ้าหน้าที่จับกุมจำเลยทั้งสองได้ จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ ส่วนจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.52 จำคุกนางอภิญญา จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 16 ปี ส่วนจำเลยที่ 2 จำคุก 10 ปี จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 2 ไว้ 5 ปี จำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 2 ขอรับโทษไม่ติดใจอุทธรณ์คดี

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้ชี้ให้นายกฤษดา แม้นอ่วม ประจักษ์พยาน ดูอาคารที่ยังไม่ได้รื้อถอน เข้าใจว่าจำเลยที่ 1 ต้องการให้วางเพลิง แต่นายกฤษดา ไม่ยอมรับงาน ต่อมาจำเลยที่ 1 ว่าจ้างจำเลยที่ 2 กับพวก ให้การเผาอาคารดังกล่าว จำเลยที่ 2 กับพวกจึงวางแผนแบ่งกำลัง 2 ชุด ชุดแรกทำหน้าที่ขนแกลลอนบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิง และคอยคุมเชิง ส่วนชุดที่ 2 เป็นผู้วางเพลิง โดยพยานโจทก์เบิกความสอดคล้องต่อเนื่องเชื่อมโยงกันสมเหตุสมผล แม้จะมีข้อขัดแย้งแตกต่างกันบ้างในรายละเอียดปลีกย่อย แต่ไม่ใช่สาระสำคัญ เห็นว่า การรื้อถอนอาคารร้านค้าหลังใดจะกระทำได้หรือไม่ จำเลยที่ 10 จะเป็นผู้กำหนดให้รื้อถอน เนื่องจากจำเลยที่ 1 มีหน้าที่ควบคุมดูแลให้มีการรื้อถอนร้านค้าในพื้นที่ตลาดนัดซันเดย์ เพื่อก่อสร้างอาคารให้บรรลุผลสำเร็จตามประสงค์ของบริษัทธนสารฯ เป็นมูลเหตุจูงใจให้จำเลยที่ 2 วางเพลิงอาคารร้านค้าที่ไม่ยอมรื้อถอน ข้อเท็จจริงพบว่าก่อนเกิดเหตุว่า บริษัทธนสารฯ พยายามรื้อถอนทุบอาคารร้านค้าของผู้เสียหายหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ เพราะผู้เสียหายไม่ยินยอมและเรียกค่าชดเชย 200,000 บาท หากจำเลยที่ 1 และ 2 กับพวกกระทำการสำเร็จ บริษัทธนสารฯ ก็ไม่ต้องจ่ายเงินจำนวนมากเป็นค่าชดเชย นอกจากนี้ยังสามารถก่อสร้างอาคารได้รวดเร็วยิ่งขึ้น รับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้จ้างวานให้จำเลยที่ 2 กับพวกร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย พิพากษายืน ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 16 ปี

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement