advertisement

หมอดูฮวงจุ้ยดังโร่แจ้งความ ญาติเมียกีดกัน-ทำร้าย

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 25 ต.ค. 2555 01:42

เจ้าสำนักหมอดูไพ่ยิบซี-ฮวงจุ้ยชื่อดัง "สำนักซินแสแลพระเวชสันดร" ใน จ.นครปฐม หนีตายพาเมียและลูกศิษย์ แจ้งความลงประจำวันที่เมืองกาญจน์ ถูกญาติฝ่ายหญิงลวงไปรุมตืบ เพราะเชื่อว่าทำของใส่จนเมียหลงหักปักหัวปำ...

เมื่อคืนวันที่ 23 ต.ค. 55 ขณะที่ ร.ต.อ.ภควรรษ กลั่นบุศย์ พงส.สภ.พนมทวน อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี ปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนเวรบน สภ.พนมทวน ได้มีชายหญิงกว่า 10 คน ขับรถยนต์กระบะและเก๋งเป็นพาหนะหลายคัน นำโดยนายฉลอง วงษ์เจริญ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 171 หมู่ 7 ต.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม อาชีพเปิดสำนักสอนดูไพ่ยิบซีและฮวงจุ้ยโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายที่สำนักชื่อ "สำนักชินแสแลพระเวชสันดร" เลขที่ 134 หมู่ 8 ต.สระพัฒนา อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม และยังมีอาชีพเป็นเจ้าของวงดนตรี "วงเดอะซัมเหมา" รับเล่นดนตรีตามงานต่าง ๆ ใน จ.นครปฐม และนางภัทรวรรณ คลังนิล อายุ 26 ปี ภรรยา เข้าแจ้งความขอลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ว่า นางภัทรวรรณ ไม่ได้เป็นบุคคลที่บกพร่องทางจิต และสามารถให้ชีวิตตามปกติได้ โดยได้นำหลักฐานเป็นภาพถ่ายและเอกสารต่าง ๆ มายืนยันให้ดูด้วย ท่ามกลางกลุ่มคนชายหญิงที่เป็นลูกศิษย์ที่ให้ความนับถือ นายฉลอง เดินทางมาเป็นพยานและให้กำลังใจ มีทั้งครู ตำรวจ นายทหาร และนักธุรกิจ

นายฉลอง ให้การว่า เมื่อประมาณปลายปี 54 ได้พบกับ นางภัทรวรรณ ซึ่งทำงานเป็นพนักงานธนาคารชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.สุพรรณบุรี มาเรียนดูไพ่ยิบซีและฮวงจุ้ย เกิดชอบพอกระทั่งคบหาเป็นแฟนกัน แต่ถูกทางพ่อแม่และญาติฝ่ายหญิงพยายามกีดกันมาโดยตลอด ทำให้ตนและภรรยาต้องหลบหนีกันไปอยู่ต่างจังหวัดหลายครั้ง เพราะรักกันและอยากใช้ชีวิตร่วมกันจริง ๆ

จนกระทั่งเมื่อต้นเดือน พ.ย. 2554 มารดาของนางภัทรวรรณ ได้ติดต่อมาว่าขอลูกสาวไปอยู่ด้วย 7 วัน จากนั้นได้พานางภัทรวรรณ ตระเวนไปหาพระสงฆ์ พาไปรดน้ำมนต์หลายที่ เนื่องจากเชื่อว่า นางภัทรวรรรณ ถูกตนทำของใส่ให้รักหลง จนนางภัทรวรรณต้องหนีมาหาตนและพากันหนีไปอยู่ต่างจังหวัดนาน 3 เดือน ก่อนจะกลับมาเปิดสำนักสอนดูไพ่ยิบซีและฮวงจุ้ยตามปกติ ต่อมาวันที่ 28 ม.ค. 55 มารดาของนางภัทรวรรณ พร้อมญาติ และตามมาเอาตัวนางภัทรวรรณ ไปกักขังไว้ที่แห่งหนึ่ง แต่นางภัทรวรรณก็หนีออกมาหาตนอีก จึงได้พากันไปจดทะเบียนสมรสกันบนที่ว่าการอำเภอกำแพงแสน จ.นครปฐม

นายฉลอง เล่าต่อว่า หลังจากนั้นทางฝ่ายญาติของนางภัทรวรรณ ติดต่อมาว่าหากรักกันจริงให้ตนจัดผู้ใหญ่ไปสู่ขอตามประเพณี ต่อมาวันที่ 13 ส.ค. 55 ตนพร้อมด้วยเถ้าแก่ซึ่งเป็นอดีตนายทหารอากาศนอกราชการ อายุ 63 ปี พร้อมญาติและลูกศิษย์กว่า 100 คนยกขบวนกันไปทำพิธีขอมาที่บ้านฝ่ายหญิงที่บ้านพัก ต.บัวปากท่า อ.บางเลน จ.นครปฐม โดยนำเงินสด 80,000 บาท เป็นค่าสินสอดด้วย เมื่อไปถึงพบว่ามีการกางเต็นท์ไว้ 1 หลัง โดยที่ไม่มีการเตรียมพิธีหรือจัดงานต้อนรับแต่อย่างใด

จากนั้นได้เริ่มพิธีการ โดยตน เถ้าแก่ เพื่อนเจ้าบ่าว และเจ้าสาว ได้เข้าไปภายในบ้านเพียง 4 คน ที่เหลือให้รออยู่ข้างนอก โดยได้เดินผ่านประตู 3 บาน ถึงเข้าไปในตัวบ้านได้ ระหว่างที่ตนก้มกราบมารดาฝ่ายหญิงเพื่อขอขมา จู่ๆ ไฟก็ดับลง และมีชายฉกรรจ์หลายคนเข้ามารุมทำร้ายพวกตนจนสลบไป โดยเถ้าแก่ฝ่ายตนบาดเจ็บซี่โครงหัก ส่วนเพื่อนเจ้าบ่าวหัวแตก ฟันหัก ส่วนนางภัทรวรรณ ถูกมารดานำขึ้นรถพาไปยังสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ซึ่งเป็นสถาบันรักษาผู้ป่วยทางจิต ที่พุทธมณฑลสาย 4 อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ส่วนตนและญาติๆ พากันไปแจ้งความที่ สภ.บางหลวง และขอให้ตำรวจพาไปพบและเยี่ยมแฟนสาวที่สถาบันดังกล่าว แต่ได้รับการปฏิเสธ ตนและพวกจึงเดินทางไปยัง สภ.ศาลายา จึงพาไปเยี่ยม แต่หมอและพยาบาลปฏิเสธให้เข้าเยี่ยมพร้อมขู่จะแจ้งความหากบุกรุกเข้ามา ทำให้ตนและพรรคพวกต้องเดินทางกลับ

ต่อมาอีก 3 วัน นางภัทรวรรณหนีออกมาได้ จึงพากันหลบหนีไปอยู่ต่างจังหวัด โดยชีวิตขณะนี้ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะมีคนแปลกหน้าคอยติดตามตลอด คดีที่แจ้งไว้ก็ไม่มีความคืบหน้า เกรงว่าจะไม่ปลอดภัยจึงมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

ด้านนางภัทรวรรณ กล่าวว่า ตนและสามีรักกันจริง ขอยืนยันว่าไม่เคยโดยของหรืออะไรที่ไหนที่ทำให้ตนเป็นผู้บกพร่องทางจิต ขอให้ผู้เกี่ยวข้องเร่งดำเนินคดีโดยเร็วเพราะที่ผ่านมาคดีไม่มีความคืบ หน้า พวกตนไม่ได้รับความเป็นธรรม

ขณะที่ ร.ต.อ.ภควรรษ กลั่นบุศย์ พงส.สภ.พนมทวน เปิดเผยว่า เมื่อมีเจ้าทุกข์มาขอให้ลงประจำวันเราก็ต้องลงให้ตามหน้าที่ของตน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สลับซับซ้อนมากที่คนทั่วไปจะเชื่อได้ง่าย ๆ หากไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จริง แต่ทางฝ่ายที่มาแจ้งกับตนวันนี้มีเอกสารหลักฐานครบทุกอย่าง ตนก็ต้องดำเนินการให้ตามที่ร้องขอ ส่วนการดำเนินคดีนั้นต้องเป็นหน้าที่ของพื้นที่เกิดเหตุ ตนจะได้ประสานข้อมูลไปให้เท่าที่ทำได้.

 

โหวตข่าวนี้