advertisement

ครูบ้ากามโผล่อีก ขยี้ศิษย์คาร.ร.

โดย ทีมข่าวหน้า 1 14 ต.ค. 2555 02:00

วงการเรือจ้างช้ำหนัก ครูทำกับศิษย์โผล่อีกคดีเคสนี้เลวไร้คำบรรยาย ทำได้แม้กระทั่งเด็กบกพร่องทางร่างกาย พ่อแม่ถึงอึ้งหลังรู้ลูกถูกข่มขืนในห้องพักครู เผยเหยื่อมีทั้งเด็กชายและหญิง มูลนิธิหญิงชายก้าวไกลร่วมศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็กยื่นมือช่วยเหลือ แฉก่อนหน้า ครูคนดังกล่าวเพิ่งถูกย้ายไปสอนที่อื่น เพราะถูกพ่อแม่เหยื่อรายหนึ่งแจ้งความ หวั่นจะก่อพฤติกรรมฉาวซ้ำอีก ขณะที่พนักงานสอบสวนบอก จะเรียกครูโฉดมารับทราบข้อกล่าวหา 15 ต.ค.นี้ ส่วนคดีอาจารย์ ม.ราชภัฏบ้านสมเด็จฯ ข่มขืนลวนลามนักศึกษา รองอธิการบดีประธานสอบสวน รับผู้ถูกกล่าวหา ยอมรับเบื้องต้น มีใช้คำพูดบางส่วนไม่ดี โดยเอาเกรดมาข่มขู่จริง

โผล่อีกคดี ครูล่วงละเมิดทางเพศลูกศิษย์พิการ เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ที่มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล น.ส.สุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจากมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็กในการให้ความช่วยเหลือพ่อแม่ผู้ปกครองนักเรียนที่มีความบกพร่องทางร่างกาย ถูกครูในโรงเรียนข่มขืนกระทำชำเรา ได้ประสานให้พ่อแม่ผู้ปกครองและนักเรียนผู้เสียหายมาให้ข้อมูล โดยเชิญนักสังคม-สงเคราะห์ ทนายความ รวมถึงผู้ช่วยในการสื่อสารมาช่วยซักถามข้อมูลต่างๆ เบื้องต้นพบว่า เด็กนักเรียนที่มีความบกพร่องทางร่ายกาย อายุระหว่าง 14-16 ปี ทั้งผู้ชาย 2 ราย และผู้หญิง 1 ราย ซึ่งเรียนอยู่ในโรงเรียนการศึกษาพิเศษแห่งหนึ่งใน กทม.ถูกครูผู้ชายคนหนึ่ง ตำแหน่งครูชำนาญการพิเศษ อายุประมาณ 40 ปี ทั้งเคยเป็นครูประจำชั้น และเคยสอน ข่มขืนกระทำชำเรา บางรายถูกกระทำเมื่อเดือน ก.ค. 55 บางรายถูกกระทำก่อนเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 55 ส่วนใหญ่ระบุว่า ครูจะเรียกไปพบเพื่อให้บีบนวด ก่อนลงมือกระทำชำเราในห้องพักครู พ่อแม่เมื่อรับทราบข้อมูลถึงกับตกตะลึง ไม่คาดคิดว่าครูที่ไว้ใจ และรับรู้ว่าดูแลลูกตนเองอย่างดีจะมีพฤติกรรมที่ว่า

น.ส.สุเพ็ญศรีกล่าวด้วยว่า พ่อแม่บางรายถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เมื่อรับรู้ว่าลูกชายถูกครูคนดังกล่าวกระทำทั้งข้างหน้าข้างหลัง ไม่คิดว่าคนเป็นครูจะกระทำเช่นนี้ และยิ่งไม่อยากเชื่อว่าจะกระทำกับเด็กที่มีความพิการด้วยซ้ำ ซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองรวมทั้งเด็กที่ถูกกระทำได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และกำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อไปยื่นฟ้องดำเนินคดีกับครูคนดังกล่าว ขณะเดียวกัน แนะนำให้ไปยื่นถึงนางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้ตรวจสอบ และมีมาตรการลงโทษครูที่กระทำผิดอย่างจริงจัง พร้อมทั้งให้ยื่นเรื่องร้องถึงคณะอนุกรรมการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านเด็ก สตรี และความเสมอภาคของบุคคล ในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการตรวจสอบพฤติกรรมฉาวของครูดังกล่าว

น.ส.สุเพ็ญศรีกล่าวอีกว่า กรณีครูคนดังกล่าว ก่อนหน้านี้ ถูกพ่อแม่นักเรียนหญิงที่มีความบกพร่องทางร่างกายอายุ 17 ปี โรงเรียนเดียวกันแจ้งความดำเนินคดีที่ สน.สามเสน ข้อหาข่มขืนกระทำชำเรามาแล้ว โดยพ่อแม่ได้ทราบจากลูกสาวว่าถูกครูที่ว่าข่มขืนเมื่อปลายเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา แต่ลูกมาบอกช่วงต้นเดือน ส.ค.เพราะตอนแรกลูกไม่กล้าบอก อีกทั้งความบกพร่องทางร่างกายทำให้มีปัญหาในการสื่อสาร แต่เมื่อรู้เรื่องจึงพาลูกไปแจ้งความ ขณะเดียวกันทางมูลนิธิฯ เข้าไปช่วยเหลือประสานไปยังนางญาณี เลิศไกร ผอ.สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในการตรวจสอบ ต่อมาทางโรงเรียนได้มีการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง และพบว่ามีมูล จึงมีการย้ายครูคนดังกล่าวไปสอนโรงเรียนอื่น แต่เรื่องการลงโทษทางวินัย ยังไม่ทราบดำเนินการถึงขั้นไหน อย่างไร ก็ตามในวันนี้มีพ่อแม่ผู้ปกครองที่ลูกถูกครูคนดังกล่าวข่มขืนมาแสดงตัวเพิ่มอีก ทำให้เห็นว่า ไม่ได้มีเพียงรายเดียวที่ถูกกระทำ แต่ยังมีรายอื่นๆ อีก และยังเป็นกังวลว่า ครูคนดังกล่าวจะไปก่อพฤติกรรมฉาวที่โรงเรียนซึ่งถูกย้ายไปหรือไม่ อยากให้มีมาตรการดูแลเด็กอย่างเข้มงวด ขณะเดียวกันก็ให้มีการลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาดและจริงจัง

สำหรับคดีที่มีผู้ปกครองผู้เสียหายไปแจ้งความนั้น ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก ร.ต.อ. หญิง ชมภูนุช อนันตญากุล พนักงานสอบสวน (สบ 1) สน.สามเสนว่า เมื่อบ่ายวันที่ 24 ส.ค. ที่ผ่านมา มีผู้ปกครองของ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี พิการหูหนวกและเป็นใบ้มาแต่กำเนิด มาแจ้งความให้ดำเนินคดีกับครูชายคนหนึ่ง สอนนาฏศิลป์โรงเรียนแห่งหนึ่ง ในข้อหาพรากผู้เยาว์เด็กอายุเกิน 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ส่วน น.ส.เอ แจ้งดำเนินคดีกระทำชำเรา โดยใช้กำลังประทุษร้ายข่มเหงผู้อื่น และอนาจารเยาวชนอายุเกิน 15 ปี ใช้อำนาจครอบงำผิดศีลธรรมเพื่อขืนใจผู้อื่น

ร.ต.อ.หญิง ชมภูนุทกล่าวว่า เรื่องนี้เกิดเมื่อบ่ายของวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา ครูนาฏศิลป์คนดังกล่าวเรียก น.ส.เอ ผู้เสียหาย พร้อมเพื่อนนักเรียนอายุ 13 ปี พิการหูหนวกเป็นใบ้ ไปพบที่ห้องวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน ก่อนใช้ให้นักเรียนทั้งคู่บีบนวดตามร่างกาย สักพักให้เพื่อนอีกคนออกจากห้อง โดยครูคนดังกล่าวได้ล็อกประตูก่อนจะข่มขืน น.ส.เอ จนสำเร็จความใคร่ โดยตนจะเรียกผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 15 ต.ค.นี้

ส่วนคดีนายกฤษฎา สุขสำเนียง อาจารย์คณะครุศาสตร์ สาขาศิลปกรรม แขนงดนตรีไทย มหาวิทยาลัย ราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา กระทำตัวไม่เหมาะสมพูดจาเชิงชู้สาวและลวนลามนักศึกษาสาว นายนิพนธ์ เฮงสมบูรณ์ รองอธิการบดี ม.ราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวน กล่าวว่า คณะกรรมการจะมีการประชุมร่วมกันในวันที่ 15 ต.ค. เพื่อวางแนวทางในการสอบสวนนายกฤษฎา อาจารย์ผู้ถูกกล่าวหา นักศึกษาหญิงที่ตกเป็นเหยื่อ และพยานที่เป็นนักศึกษา ประเด็นที่จะซักถามคงจะเป็นการใช้คำพูดจาลวนลามและเรื่องชู้สาวว่าใช้คำพูดอย่างไร และมีท่าทางกิริยาอย่างไรกับนักศึกษาหญิง เพื่อนำข้อมูลไปดูเกี่ยวกับเรื่องวินัย และข้อกฎหมาย แม้เบื้องต้นจากการที่ได้พูดคุยกับนายกฤษฎา ผู้ถูกกล่าวหาจะยอมรับบางส่วนว่า มีการใช้คำพูดและกิริยาท่าทางที่ไม่ดีกับเด็ก โดยเอาเรื่องเกรดการเรียนมาอ้างข่มขู่จริง

นายนิพนธ์กล่าวอีกว่า จะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่ายเข้าชี้แจง ขณะนี้มีนักศึกษาหญิงที่ตกเป็นเหยื่อ 4 ราย ที่แจ้งความจำนงต้องการเอาผิดกับนายกฤษฎา แต่หลังจากเรื่องนี้เป็นข่าว ทราบว่ามีนักศึกษาเกือบ 100 คน ที่รู้เห็นเรื่องที่นายกฤษฎาพูดจากระทำไม่ดีกับเพื่อนนักศึกษาหญิงผู้เสียหาย แต่คณะกรรมการคงจะติดตามมาสอบเพียงบางส่วนเฉพาะพยานที่มีความสำคัญจริงๆ เพื่อความรวดเร็วในการหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ไม่ให้ทางมหาวิทยาลัยเสียชื่อเสียงไปมากกว่านี้ ส่วนเรื่องการดำเนินคดีอาญากับนายกฤษฎา ถ้าการสอบสวนของคณะกรรมการที่มีตนเป็นประธานสอบสวนเสร็จสิ้น พนักงานสอบสวนจะมาขอข้อมูลเพื่อใช้ประกอบสำนวนการดำเนินคดีอาญา ตนยินดีให้ความร่วมมือ ส่วนสำนวนหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ตำรวจหามาได้ ทางคณะกรรมการสอบสวนก็ต้องการเหมือนกัน น่าจะใช้รูปแบบเป็นการแลกเปลี่ยนกัน เพื่อทำให้ข้อเท็จจริงปรากฏ

ด้าน พ.ต.อ.นพรัตน์ สินมา ผกก.สน.บางยี่เรือ กล่าวว่า จะให้พนักงานสอบสวนเรียก 2 นักศึกษาหญิงผู้เสียหายที่มาแจ้งความมาสอบเพิ่มเติม ประเด็นเกี่ยวกับพฤติกรรมการกระทำและคำพูดของนายกฤษฎาว่า จะเข้าข่ายเอาผิดทางด้านกฎหมายได้หรือเปล่า เพราะที่ผ่านมาการสอบสวนยังไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการพูดจาลวนลามและพูดจาเชิงชู้สาว

โหวตข่าวนี้