นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยนายกฯ พร้อมบัญชาการเอง “แกมี” ถล่ม เตือนตะวันออกอ่วม เตรียมเฝ้าระวังพิเศษ...
เมื่อวันที่ 6 ต.ค. นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า จากกรณีการเตรียมพร้อมรับมือพายุ "แกมี" นายกรัฐมนตรีให้เตรียมรองรับการปฏิบัติ การกรณีสถานการณ์ภัยรุนแรง หากมีการยกระดับสถานการณ์ภัยเป็นระดับ 3–4 นายกฯ จะไปบัญชาการเหตุการณ์ด้วยตนเอง ณ ศูนย์ปฏิบัติการรองรับเหตุฉุกเฉิน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และนายกฯ ได้กำชับให้ทุกภาคส่วนบูรณาการ ประสานการปฏิบัติ ระดมสรรพกำลัง และทรัพยากร สนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทุกพื้นที่ เพื่อให้การบริหารจัดการภัยในภาวะฉุกเฉินมีประสิทธิภาพ และสร้างความปลอดภัยสูงสุดแก่ประชาชน
นายฉัตรชัย กล่าวภายหลังการประชุมคอนเฟอร์เรนซ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดในการเตรียมความพร้อม รับมืออิทธิพลพายุโซนร้อนแกมี ว่า นายรอยล จิตรดอน ประธานคณะอนุกรรมการวิเคราะห์สถานการณ์น้ำและจัดการน้ำ คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ได้ประสานข้อมูลการเคลื่อนตัวพายุแกมี ว่า มีแนวโน้มที่พายุอาจเปลี่ยนทิศทางจากเดิมขึ้นฝั่งที่ประเทศเวียดนาม เป็นการเคลื่อนตัวลงต่ำผ่านประเทศกัมพูชา ซึ่งไม่มีแนวภูเขาขวางกั้นที่ทำให้พายุอ่อนกำลังลง จึงส่งให้พายุอาจมีกำลังรุนแรงมากขึ้น โดยคาดว่าพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศไทยจะได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก โดยเฉพาะพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี ตราด ระยอง และชลบุรี ซึ่งเป็นจุดที่มีสถานการณ์น้ำท่วมอยู่แล้ว หากมีปริมาณฝนตกลงมาเพิ่มจะทำให้สถานการณ์รุนแรงมากขึ้น จึงต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ จากนั้นคาดว่าพายุแกมีจะเคลื่อนตัวออกอ่าวไทย และขึ้นฝั่งทางภาคใต้ฝั่งตะวันออก ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อ จ.เพชรบุรี ราชบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ทำให้มีภาวะฝนตกหนัก คลื่นลมแรง คลื่นในทะเลสูง 1–3 เมตร
...
นายฉัตรชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการ ปภ. ให้ประสานจังหวัดที่เป็นที่ตั้งฐานการผลิต โรงงาน และนิคมอุตสาหกรรม แจ้งผู้ประกอบการทราบถึงสถานการณ์และการพยากรณ์ของกรมอุตุฯ และ กบอ. ในลักษณะการแจ้งเตือนล่วงหน้า และชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อให้มีความพร้อมในการรับมือและสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน รวมถึงได้เน้นย้ำจังหวัด ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ทั้งน้ำตก ทะเล เกาะ แจ้งผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติฯ ทราบถึงสถานการณ์และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวเป็นหลัก โดยเฉพาะการท่องเที่ยวทางทะเลควรติดตามพยากรณ์อากาศและคำแนะนำอย่างใกล้ชิด ส่วนนักท่องเที่ยวขอให้เพิ่มความระมัดระวัง ติดตามและปฏิบัติตามประกาศแจ้งเตือนภัยอย่างเคร่งครัด
อธิบดีกรมป้องกันฯ กล่าวด้วยว่า สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันยังคงมีพื้นที่ประสบอุทกภัย 9 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา พิษณุโลก พิจิตร อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี นครปฐม และสมุทรปราการ รวม 38 อำเภอ 278 ตำบล 1,736 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 91,546 ครัวเรือน 226,193 คน.