advertisement

เล็งสูบน้ำในคูไร่ 'หมอสุพัฒน์' ค้นหาศพเพิ่ม

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 3 ต.ค. 2555 04:46

ตำรวจนำกำลังค้นไร่ "หมอสุพัฒน์" เพิ่ม พร้อมนำสุนัขดมกลิ่นช่วยค้นหา ก่อนกระโจนลงคูน้ำ ที่พบแท่งคอนกรีต ถึง 3 ครั้ง ตร.เล็งสูบน้ำในคูออกเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมในวันพรุ่งนี้ เชื่อต้องมีอะไรภายในคูน้ำ …

วันที่ 2 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภาค 7 ได้เดินทางเข้ามาเพื่อประชุมชุดสืบสวนในคดี พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ ที่ สภ.ท่าไม้รวก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ส่วนบ่ายวันนี้ พนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติหมายค้นจากศาล จ.เพชรบุรี ทำการขุดค้นหาหลักฐานและ ศพสองสามีภรรยาต่อ โดยนำสุนัขดมกลิ่นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาร่วมในการค้นหาด้วย

พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภาค 7 ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้มาประชุมชุดสืบสวนและสอบสวนทั้งหมด เพื่อสรุปผลการสืบค้นโครงกระดูกและรายงานผลการติดตามผู้ต้องหาตามหมายจับ ส่วนหมายจับคดีฆ่านั้นรอความชัดเจนจากผลดีเอ็นเออีกหน่อย แต่สองโครงกระดูกที่พบ มีรอยถูกยิงด้วยอาวุธปืน ถือเป็นการฆาตรกรรมอย่างแน่นอน คาดว่าประมาณสัปดาห์หน้าจะสามารถแจ้งข้อกล่าวหาได้อย่างแน่นอน เมื่อถามว่า นางสาววิลสา จันทรบัญชร ติดต่อเข้ามาหรือไม่ ผบช.ภาค7 ตอบว่าไม่มี ถือเป็นการหลบหนี ต้องติดตามจับกุมตัวต่อไป แต่หากติดต่อเข้ามามอบตัวและให้การเป็นประโยชน์ก็อาจจะกันไว้เป็นพยาน แต่ขณะนี้ไม่มีการติดต่อก็ต้องติดตามจับกุมต่อไป


พล.ต.ท.หาญพล กล่าวต่อว่า สำหรับพื้นที่ไร่บนของหมอสุพัฒน์ เราไปดูมาหลายครั้งแล้วแต่ยังไม่มีข้อมูลเชื่อมโยง ส่วนใหญ่เกิดเหตุที่ไร่ร้าง คือที่กำลังตรวจค้น ในส่วนของนายพลเทพ สุวรรณวิเชียร ที่พูดถึงกรณีว่าสองสามีภรรยาขณะนี้ญาติเขาแจ้งข้อหาหมิ่นประมาทอยู่ ก็คงต้องเชิญผู้ที่พูดมาสอบสวนถ้าไม่มีข้อมูลยืนยันก็คงต้องว่ากันไปตามคดี ในส่วนของการขอประกันตัวของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ หากได้รับการประกันตัวออกมาจะรู้สึกหนักใจหรือไม่ ผบช.ภาค 7 กล่าวว่า ขณะนี้เรายังได้หลักฐานไม่ครบถ้วนหากผู้ต้องหาออกมาก็จะมายุ่งเกี่ยวกับพยาน หลักฐาน ตอนนี้รอผลการตรวจดีเอ็นเอเพิ่มและพยานบุคคล ซึ่งได้พยานบุคคลมาเพิ่มเติมมาบ้างแล้ว จากนั้นได้เดินทางเข้าไปในไร่ของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ที่มีชุดค้นหาทำการค้นหาหลักฐาน ซึ่งขณะทำการค้นหาในพื้นที่หลายจุด พล.ต.ท.จรัมพร ผช.ผบ.ตำรวจแห่งชาติ ได้ทำการโทรศัพท์เข้ามาที่ ผบช.ภาค 7 เพื่อสอบถามความคืบหน้าในการค้นหา โดยให้ความเห็นว่าอาจจะต้องนำเอาเครื่องเฮลิคอปเตอร์เข้ามาบินวนเหนือพื้นที่บริเวณดังกล่าว เพื่อวิเคราะห์หาความน่าจะเป็นของสภาพพื้นที่ว่า หากจะมีการซ่อนเร้นศพ น่าจะซ่อนเร้นบริเวณใด

ต่อมาเวลาประมาณ 13.00 น. นายสว่าง นุ่มจุ้ย พ่อของสองสามีภรรยาก็ได้เดินทางเข้ามาดูการขุดค้นหาหลักฐานและได้มีการพูดคุยกับ ผบช.ภาค 7 โดย ผบช.ภาค 7 ยืนยันว่าตำรวจได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ไม่ต้องเป็นห่วง ขณะที่เวลาประมาณ 15.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลหน่วย K9 ได้นำสุนัขดมกลิ่นเข้ามาสมทบจำนวน 3 ตัว ซึ่งเมื่อมาถึงพื้นที่ค้นหา เจ้าหน้าที่ได้นำเอาเสื้อผ้าของนายสามารถ นุ่มจุ้ย และนางอรษา เกิดทรัพย์ ให้สุนัขทั้งสามตัวดมกลิ่นและเริ่มค้นหาในพื้นที่หลายจุดทั้งที่ บริเวณสนามซ้อมยิงปืนท้ายบ้าน บริเวณโคนซอหรือกอไผ่ตลอดแนว และบริเวณรอบๆ คูน้ำ โดยขณะที่สุนัขดมกลิ่นเข้าไปใกล้จุดที่ชุดประดาน้ำพบแท่งคอนกรีตใต้น้ำเมื่อวานนี้ก็พบว่า สุนัขดมกลิ่นได้กระโดดลงไปในคูน้ำจนผิดสังเกต และเมื่อนำขึ้นมา ก็พบว่าสุนัขดมกลิ่นกระโดดลงไปอีก รวมถึงสามครั้ง สร้างความสงสัยให้กับชุดค้นหา ซึ่งได้มีการปรึกษากันในชุดค้นหาว่า จุดนี้เป็นจุดต้องสงสัย จะต้องสูบน้ำออกเพื่อค้นหาดูว่ามีร่องรอยหลักฐานหรือไม่ต่อไปในวันรุ่งขึ้น

ขณะที่การตรวจค้นหาโดยใช้เครื่องเรด้าตรวจหาวัตถุใต้ผิวดิน จากภาควิชานิเทศศาสตร์พื้นพิภพ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสนหรือ “เครื่องสแกน GPR ” ซึ่งในวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้สแกนบริเวณพื้นดินใต้ศาลาทรงไทย ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่ค้นพบโครงกระดูกที่ 2 และที่ 3 ประมาณ 100 เมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่ ได้ชี้แจงการทำงานของตำรวจให้กับ นายสว่าง นุ่มจุ้ย บิดานายสามารถ ผู้สูญหาย เรื่องการพิสูจน์ DNA ที่ผ่านมาและเพื่อความสบายใจ ได้ส่งกระดูกที่พบไปพิสูจน์อีกครั้งที่นิติเวช จุฬาลงกรณ์แล้ว และหากมีปัญหาจะส่งไปที่โรงพยาบาลรามาซึ่งเป็นอันดับ 1 ในการพิสูจน์ DNA ขอให้มั่นใจตำรวจทำงานเต็มที่ตรงไปตรงมา

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.หาญพล ได้ให้นายสว่าง นำรูปถ่ายนายสามารถ และ น.ส.อรษา มามอบให้เพื่ออาจนำไปใช้ในการสแกนใบหน้าจำลองภาพเชิงซ้อนด้วย นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ก็กำลังติดตามหารถแบ๊คโฮ ที่คาดว่าจะใช้ในการขุดฝังศพ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้เชื่อมโยงไปไกลแล้ว โดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานเต็มที่และพร้อมให้ความเป็นธรรม ด้านนางสธิสา วงศ์สิงห์ พี่สาว น.ส.อรษา ผู้สูญหายกล่าวว่า อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจขุดค้นหาศพน้องสาวจนพบ อย่าหยุดขุด เพราะพยานบ่งชี้ว่าน้องลงมาที่นี่ก่อนหายตัวไป ต้องการนำน้องสาวขึ้นมาเพื่อนำไปบำเพ็ญกุศล ส่วนเรื่องคดีหวั่นๆใจเช่นกันแต่เมื่อถึงวันนี้เห็นตำรวจทำงานเต็มที่คิดว่า คงให้ความเป็นธรรมกับเรา

นอกจากนี้ทางด้าน นายเฉลา ตอนสุข เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนายงาน หน.ป้องกันรักษาป่าเพชรบุรี 1 (ยางชุม)ที่เข้าร่วมตรวจสอบพื้นที่ด้วยนั้นกล่าวภายหลังได้เข้าตรวจสอบไม้ภายในไร่บนของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ ว่า ไม้ที่พบเป็นไม้ท่อนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 10-15 ซม.ยาวสองถึงสามเมตร ประมาณ 30 ท่อน เป็นไม้เก่าซึ่งกองอยู่ใกล้ที่พักคนงานเฝ้าไร่ คาดว่ามีไว้เพื่อทำฟืน ซึ่งมีหลายชนิดเป็นจำพวกไม้กระถิน ส่วนไม้แปรรูปเป็นไม้เก่ายังไม่ทราบว่าเป็นไม้ชนิดใดเนื่องจากมีสภาพเก่า ส่วนไม้ที่นายกะลาให้การกับพนักงานสอบสวนว่ามีจมอยู่ในสระน้ำ จะต้องกลับไปขอหมายค้นจากศาลอีกครั้งเพื่อเข้ามานำขึ้นมาตรวจสอบในวันต่อไป.

 

โหวตข่าวนี้