advertisement

ปภ.เตือน 8 จว. อันตราย ระวังดินโคลนถล่ม–น้ำป่าไหลหลาก 


โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ก.ย. 2555 12:47

อธิบดี ปภ. เตือน 8 จว.อันตราย จากดินโคลนถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะ สระแก้ว ลำปาง พื้นที่ลุ่มต่ำ นครปฐม ต้องเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์น้ำ ขนย้ายทรัพย์สินพ้นจากแนวระดับน้ำท่วม

วันที่ 17 ก.ย. นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า จากการประสานข้อมูล กับ กรมทรัพยากรธรณีและศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ พบว่า ในระยะนี้ประเทศไทยมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องหลายพื้นที่ โดยบางพื้นที่สามารถวัดปริมาณน้ำฝนได้มากกว่า ๓๐๐ มิลลิเมตร อาจก่อให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและทำให้ดินบนภูเขาซึ่งชุ่มน้ำอยู่แล้ว ถล่มลงมาได้

 


โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัย 8 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว (อำเภอเมืองสระแก้ว ตาพระยา วังสมบูรณ์ วังน้ำเย็น)ปราจีนบุรี (อำเภอเมืองปราจีนบุรี นาดี ประจันตคาม) ระยอง (อำเภอเมืองระยอง บ้านค่าย แกลง เขาชะเมา) จันทบุรี (อำเภอเมืองจันทบุรี เขาคิชฌกูฏ ขลุง มะขาม พลิ้ว) ตราด (อำเภอบ่อไร่ เขาสมิง เกาะช้าง แหลมงอบ) ชุมพร (อำเภอพะโต๊ะ สวี
หลังสวน ทุ่งตะโก) ระนอง (อำเภอเมืองระนอง สุขสำราญ กะเปอร์ ละอุ่น กระบุรี) พังงา (อำเภอเมืองพังงา กะปง คุระบุรี ตะกั่วป่า)

 

จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าวทั้งที่ลาดเชิงเขา ทางน้ำไหลผ่านและที่ลุ่มริมแม่น้ำติดตามประกาศแจ้งเตือนภัยอย่างใกล้ชิด หากสังเกตพบสัญญาณผิดปกติทางธรรมชาติ เช่น น้ำในลำธารเปลี่ยนสีเป็นสีเดียวกับสีดินบนภูเขา สัตว์ป่าแตกตื่นมีเสียงดังอื้ออึงจากป่าต้นน้ำ เป็นต้น ให้รีบอพยพออกจากพื้นที่ในทันที

นายวิบูลย์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำในแม่น้ำและลำน้ำสาขาในบางพื้นที่มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจทำให้เกิดภาวะน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ริม ฝั่งแม่น้ำ โดยเฉพาะใน 3 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว (อำเภอเมืองสระแก้ว อำเภอเขาฉกรรจ์) ลำปาง (อำเภอเถิน) และ พื้นที่ลุ่มต่ำของจังหวัดนครปฐม

จึงขอเตือนประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำและตรวจสอบระดับการขึ้น-ลงของน้ำอย่างใกล้ชิด นำกระสอบทรายมาเสริมแนวคันกั้นน้ำให้สูงขึ้น พร้อมดูแลคันกั้นน้ำและเสาบ้านให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง รวมทั้งขนย้ายทรัพย์สินสิ่งของมีค่าและเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูงพ้นจากแนวระดับน้ำท่วมถึง ตลอดจนติดตามประกาศแจ้งเตือนภัยและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

 

ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 3 ปราจีนบุรี เขต 11 สุราษฎร์ธานี เขต 17 จันทบุรี เขต 18 ภูเก็ต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่ดังกล่าว จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด ตลอด 24 ชั่วโมง

พร้อมกำชับให้มิสเตอร์เตือนภัยเฝ้าระวังภัยในระยะนี้เป็นพิเศษ โดยหมั่นตรวจวัดปริมาณน้ำฝนอย่างต่อเนื่อง หากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นผิดปกติ ให้รีบแจ้งเตือนชาวบ้านอพยพหนีภัยตามแผนที่กำหนดไว้โดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์น้ำได้ทางเว็บไซต์ www.waterforthai.com ติดต่อแจ้งเหตุน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มพร้อมขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป.

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement