advertisement

ฟาร์มฯรับแจ้งความคนตกบ่อจระเข้จริง ขวางอัญเชิญวิญญาณ

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 6 ก.ย. 2555 19:20

ไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ ฟาร์มจระเข้สมุทรปราการ ขวางพนักงานเดินเรือพร้อมครอบครัว ขอทำพิธีเชิญวิญญาณเมียกลับบ้าน หลังเชื่อตกไปในบ่อจระเข้ ขณะที่กรรมการบริหารรายหนึ่งยอมรับว่าได้เข้าแจ้งความว่ามีผู้ตกลงไปในบ่อจริง เนื่องจากได้รับการบอกเล่าจากพนักงาน แต่ยังไม่มีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ วอนนักท่องเที่ยวที่บันทึกภาพได้ส่งหลักฐานยืนยัน...

จากกรณีพนักงานเดินเรือร้อง ตร.กองปราบฯ ช่วยคลายคดีเมียตกบ่อฟาร์มจระเข้สมุทรปราการ หลังจากพาเมียไปหาหมอป่วยเป็นโรคซึมเศร้า แล้วแยกกันเมื่อวานนี้ (5 ก.ย.55) โดยระบุว่า เมียขอไปเที่ยวดูจระเข้แล้วหายตัวลึกลับ ต่อมาพนักงานของฟาร์มลือหึ่ง มีคนกระโดดลงไปในบ่อจระเข้ สอบถามรูปพรรณตรงกัน จึงอยากพิสูจน์ความจริง เพื่อทำพิธีเชิญวิญญาณกลับบ้าน ยืนยันไม่อยากได้เงิน หรือฟ้องร้อง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 ก.ย. นายอุเทน ยังประภากร กรรมการผู้จัดการบริษัทฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์จังหวัดสมุทรปราการ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน ที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ โดยมี พ.ต.อ.พัลลภ แอร่มหล้า ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ พ.ต.ท.โสภณ มงคลโสภณรัตน์ รอง ผกก.สส. ร่วมพูดคุยถึงเรื่องคดีที่เกิดขึ้น โดยนายอุเทน ไม่ยอมให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ก่อนเข้าพูดคุยภายในห้อง

ต่อมา นายเสน่ห์ จิตศรัทธา อายุ 55 ปี พนักงานเดินเรือ พร้อมด้วยนายถวัลย์ แย้มพรายภิรมย์ อายุ 69 ปี บิดาของนางทิพวรรณ จิตศรัทธา อายุ 36 ปี ภรรยานายเสน่ห์ และครอบครัว เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.พัลลภ แอร่มหล้า ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ พ.ต.ท.โสภณ มงคลโสภณรัตน์ รองผกก.สส. เพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยในเรื่องดังกล่าวกับนายอุเทน โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าฟังการเจรจาด้วย ใช้เวลาพูดคุยกันราว 1 ชั่วโมง นายอุเทนก็เดินทางกลับและยังไม่ยอมให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว

ด้าน นายเสน่ห์ เปิดเผยว่า หลังจากเจรจาพูดคุยกันแล้ว ก็ยังไม่สามารถไกล่เกลี่ยกันได้ เพราะทางเจ้าของฟาร์มจระเข้ฯ ไม่อนุญาตให้เข้าไปทำพิธีทางศาสนาและชดใช้ค่าเสียหาย เนื่องจากทางเจ้าของฟาร์มยืนยันว่าไม่มีใครตกลงไปในบ่อจระเข้ แต่พบว่ามี 1 ในกรรมการผู้บริหารบริษัทฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์จังหวัดสมุทรปราการ ได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า มีเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง

นายเสน่ห์ กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตอนนี้ตนไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่า ขอนิมนต์พระมาทำพิธีทางศาสนาเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ภรรยาเท่านั้น เนื่องจากคนใกล้ชิดในครอบครัวต่างฝันเห็นวิญญาณภรรยา มายืนร้องไห้ให้พากลับบ้าน ตนสงสารภรรยามาก ตอนนี้คงต้องวอนขอให้ทางเจ้าของฟาร์มจระเข้ ยินยอมให้ตนและครอบครัวได้ทำพิธีดังกล่าว

พ.ต.อ.พัลลภ แอร่มหล้า ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ เปิดเผยว่า หลังทราบเรื่องทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอน ได้มีการติดตามคดีมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ นายเสน่ห์ เดินทางเข้าแจ้งความและดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายทุกอย่าง ทั้งส่งรูปพรรณของคนหายไปยังกองทะเบียนประวัติอาชญากร (ทว.ตร.) เพื่อตรวจสอบ และการตรวจสอบเพื่อหาหลักฐานในที่เกิดเหตุ และภายหลังจากที่นายเสน่ห์ ได้เดินทางเข้าร้องเรียนที่กองปราบฯแล้ว ตนก็ได้ประสานไปยังเจ้าของฟาร์มจระเข้และผู้เสียหาย เข้าเจรจาไกล่เกลี่ย เพื่อความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย รวมถึงประสานไปยัง พ.ต.อ.นิรันดร์ นามสุวรรณ ผกก.2 พ.ต.ท.อรรถพล พานประทีป สว.กก.2 บก.ป. จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมสอบปากคำด้วย

หลังจากที่เวลาพูดคุยราว 1 ชั่วโมงผลปรากฏว่า ตกลงกันได้เพียงบางเรื่อง แต่เรื่องสำคัญคือการเข้าไปทำพิธีอัญเชิญวิญญาณที่ฟาร์มจระเข้ฯ และการชดใช้ค่าเสียหายนั้น ทางเจ้าของฟาร์มไม่อนุญาตให้ดำเนินการและไม่มีการชดใช้ค่าเสียหาย เพราะไม่มีหลักฐานยืนยันได้ว่า ภรรยาของนายเสน่ห์ตกลงไปในบ่อจระเข้จริง รวมทั้งหากยอมให้ทำเช่นนั้นอาจจะสร้างความเสื่อมเสียให้กับฟาร์มจระเข้ฯได้ ด้านนายเสน่ห์เองก็ยังให้การวกไปวนมา และไม่สามารถระบุถึงพยานคนที่มาบอกเล่าให้ฟังได้ ระบุแค่กลัวจะส่งผลกระทบต่อผู้ที่มาบอก อาจถูกไล่ออก ตอนนี้จึงต้องพาตัวนายเสน่ห์รวมถึงครอบครัว ไปสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมากขึ้น ส่วนทางด้านคดีนั้นตอนนี้ยังไม่สามารถจะแจ้งความกับใครได้ ต้องรอสอบปากคำพยานแวดล้อมทั้งหมด ก่อนที่จะสรุปคดี แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจขอยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมต่อทั้ง 2 ฝ่ายอย่างแน่นอน

ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบจนทราบว่าผู้ที่เดินทางเข้าแจ้งความคือ นายจรูญ ยังประภากร กรรมการบริหารบริษัทฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์จังหวัดสมุทรปราการ จึงติดขอสัมภาษณ์โดยนายจรูญยอมรับว่าได้เดินทางเข้าแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้จริง พร้อมกับ พล.ต.ประเสริฐ ยังประภากร กรรมการบริหารบริษัทฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์จังหวัดสมุทรปราการอีกคนจริง เมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากก่อนหน้านั้นตนไม่ได้อยู่ แต่มีลูกน้องตนมารายงานว่าวันที่ 24 ส.ค. มีคนตกลงไปในบ่อจระเข้ ตนจึงลงไปพูดคุยกับพนักงานก็พบว่าหลายคนมีความหวาดกลัว และไม่กล้าที่จะบอกเล่า แต่ตนก็ให้ความมั่นใจว่าจะไม่มีผลกระทบอย่างแน่นอนหากพูดความจริง จึงทราบว่ามีคนตกลงไปในบ่อจระเข้จริง เลยปรึกษากับ พล.ต.ประเสริฐ ซึ่งเป็นพี่น้องและเป็นกรรมการด้วยอีกคนว่า ควรจะแจ้งความไว้ ไม่เช่นนั้นอาจจะถูกดำเนินคดีในข้อหาปกปิดซ่อนเร้นได้ ประกอบกับตนเป็น 1 ในผู้บริหารและยังเป็นพี่น้องต่างมารดากับนายอุเทน จึงไม่อยากให้ฟาร์มจระเข้เกิดความเสียหาย จึงเดินทางเพื่อลงบันทึกประจำวันว่ามีบุคคลตกลงไปในบ่อเลี้ยงจระเข้และเสียชีวิต แต่ยังไม่มีพยานหลักฐานยืนยันแน่ชัด ขอให้พนักงานสอบสวนช่วยดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป พร้อมทั้งนำรายชื่อพยานที่เห็นเหตุการณ์และอยู่ในวันเกิดเหตุประมาณ 20 รายชื่อมาไว้ที่พนักงานสอบสวน เพื่อให้ติดตามมาสอบปากคำ

นายจรูญ ยังกล่าวต่ออีกว่า ในวันที่เดินทางเข้าแจ้งความก็ได้พบกับนายเสน่ห์ และถ่ายรูปภรรยาของนายเสน่ห์ไว้ ก่อนจะเอาไปให้พนักงานที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุดู ทุกคนระบุว่าเป็นคนเดียวกับที่เข้ามาเที่ยวที่ฟาร์มแต่ไม่มีใครยืนยันได้ว่า ตกลงไปในบ่อจระเข้หรือไม่ ซึ่งในเรื่องนี้คงต้องฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนอย่างละเอียด เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย แต่สำหรับเหตุการณ์คนกระโดดลงบ่อจระเข้ ก่อนหน้านี้เคยมีเกิดขึ้นมาแล้ว ตอนนั้นตนยังเป็นผู้จัดการฟาร์ม ก็ได้ให้ความช่วยเหลือดูแลญาติของคนตายตามหลักมนุษยธรรม ทั้งนี้พยานหลายคนระบุว่า วันเกิดเหตุได้มีนักท่องเที่ยวที่เป็นชาวต่างชาติ และคนไทยบันทึกภาพไว้ ตนจึงอยากขอให้ผู้ที่บันทึกภาพไว้ติดต่อมายังเจ้าหน้าที่เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการประกอบคดีต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ กล่าวว่า หลังจากทราบเรื่องก็ได้สั่งการให้ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ ติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด โดยต้องสืบสวนและสอบสวนอย่างเป็นธรรม รวมทั้งระดมตำรวจนักสืบฝีมือดีของจังหวัดตั้งเป็นชุดเฉพาะกิจ เพื่อคลี่คลายคดีนี้ และหากผู้ใดที่มีความชำนาญในเรื่องของจระเข้ ก็สามารถติดต่อมาเข้าร่วมกันพิสูจน์หาความจริงในคดีนี้ที่ สภ.เมือง สมุทรปราการ ส่วนนักท่องเที่ยวรายใดที่เห็นเหตุการณ์หรือสามารถบันทึกภาพไว้ได้ ก็ขอให้ติดต่อมายังตน เพื่อนำไปประกอบเป็นหลักฐานต่อไป และตนก็ขอยืนยันว่าจะดูแลคดีนี้ให้เกิดความยุติธรรมอย่างเต็มที่.

 

 

โหวตข่าวนี้