advertisement

ตร.ภ.5แถลงข่าวจับ3แก๊งค้ายานรก ได้ของกลางมูลค่ากว่า80ล้านบาท

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 4 ก.ย. 2555 04:30

ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงข่าวจับกุม 3 แก๊งยาเสพติด ได้ของกลางยาบ้ากว่า 2 แสนเม็ด มูลค่ากว่า 80 ล้านบาท...

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 3 ก.ย.ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ.5 พร้อมทั้ง พล.ต.ต.ชำนาญ รวดเร็ว รอง ผบช.ภ.5 ดูแลด้านการปราบปรามยาเสพติดในภาค 5 และ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ โทปุญญานนท์ ผบก.ภ.จว.เชียงราย, พล.ต.ต.วิสุทธิ์ เปล่งขำ ผบก.ภ.จว.แพร่ ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมแก๊งค้ายาบ้าที่มีเครือข่ายเชื่อมโยงกันหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะ จ.เชียงราย และแพร่

โดยรายแรกทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร จ.เชียงราย ได้จับกุมตัวนายอาโย จูเปาะ อายุ 22 ปี บ้านเลขที่ 312 หมู่ 6 ต.แม่ไร่ จ.เชียงราย นายณัฐพงค์ อภิภักดี อายุ 18 ปี บ้านเลขที่ 259 หมู่ 6 ต.แม่ไร่ อ.แม่จัน จ.เชียงราย นายพศิน พาเจริญเกรียงไกร อายุ 27 ปี อ.พบพระ จ.ตาก นายจ๊าง ทาเจริญเกรียงไกร อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46 หมู่ 9 ต.คีรีราษฎร์ อ.พบพระ จ.ตาก และนายสมัย แซ่เฮ่อ อายุ 19 ปี บ้านเลขที่ 46 หมู่ 9 ต.คีรีราษฎร์ อ.พบพระ จ.ตาก พร้อมด้วยของกลางยาบ้าจำนวน 1 แสนเม็ด ยาไอซ์ จำนวน 500 กรัม รถ จจย.ฮอนด้าเวฟสีขาวแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และรถ จยย.ฮอนด้า โซนิค สีดำ เลขทะเบียน คฉม. 767 เชียงราย รถกระบะโตโยต้าสีบรอนซ์ ถฉ 3844 กทม.และรถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ดสีบรอนซ์ เลขทะเบียน ผพ 6050 เชียงใหม่ และมือถือ 6 เครื่อง โดยแจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย

โดยการจับกุมในครั้งนี้ทางตำรวจได้สืบสวนขยายผลไปถึงขบวนการค้ายาเสพติดที่เกี่ยวข้อง จนทราบว่าจะมีการขนยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ จ.เชียงราย อีก จึงวางแผนจับกุมจนเมื่อเวลา 04.30 น.วันที่ 3 ก.ย.ที่ด่านตรวจท่าข้าวเปลือก ทางตำรวจได้พบรถจักรยานยนต์ที่นายอาโย จูเปาะ ขับขี่มา เมื่อถึงด่านตรวจ ตำรวจได้เรียกตรวจ และระหว่างนั้นก็ได้มีรถจักรยานยนต์อีกคันขี่ตามมา มีนายณัฐพงค์เป็นผู้ขับขี่ จึงเข้าตรวจค้นทั้งสองคัน ซึ่งทั้งสองได้พยายามจะขี่รถหลบหนี แต่ถูกตำรวจไล่ติดตามไปและจับกุมไว้ได้ โดยพบว่ามีกระเป๋าเป้สีดำขนาดใหญ่บรรทุกมาด้านหลัง มียาบ้าซุกซ่อนอยู่ภายใน จึงควบคุมตัวทั้งสองไว้ โดยทั้งคู่รับสารภาพว่าจะนำยาเสพติดไปส่งยังกลุ่มเพื่อนที่รออยู่ เพื่อขนต่อทางรถยนต์อีกช่วงหนึ่ง ทางตำรวจจึงติดตามไปจับกุมตัวนายพศิน กับนายจ๊าง และนายสมัย พร้อมรถยนต์กระบะอีก 2 คัน นำตัวมาดำเนินคดีหมดทุกคน

ขณะรายที่ 2ในวันเดียวกันนี้ ทาง พล.ต.ต.วิสุทธิ์ เปล่งขำ ผบก.จว.แพร่ ได้นำกำลังเข้าจับกุมตัวนายอภิรักษ์ แสนสุขตระกูลดี อายุ 45 ปี บ้านเลขที่ 98 หมู่ 3 ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย และ น.ส.วรรดา แสงสว่าง อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 32 หมู่ 11 ต.เชียงทอง อ.วังเจ้า จ.ตาก พร้อมด้วยยาบ้า จำนวน 4 พันเม็ด รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์เงิน เลขทะเบียน บษ 3534 เชียงราย และโทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง โดยแจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย โดยจับกุมได้ที่จุดตรวจดงยาง ต.นาพูน อ.วังชิ้น จ.แพร่ โดยทั้งสองขับรถยนต์ผ่านจุดตรวจ เมื่อทางตำรวจขอตรวจค้นได้แสดงอาการสั่นกลัวมีพิรุธมาก จนตรวจค้นอย่างละเอียดพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในหม้อกรองอากาศด้านหลังซ้ายที่เก็บของหน้าที่นั่งผู้โดยสาร จึงควบคุมตัวไว้ดำเนินคดี

รายที่ 3 ที่บริเวณจุดตรวจดงยางที่เดียวกัน ทาง พล.ต.ต.วิสุทธิ์ เปล่งขำ ผบก.ภ.จ.แพร่ ได้นำกำลังเข้าจับกุมนายธีรศักดิ์ ท่อเสถียรธรรม อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 92 หมู่ 15 ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย เป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 15 ต.ปอ และจับกุมนายวรโชติ แซ่ย่าง อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 32 หมู่ 15 ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย พร้อมของกลางยาบ้า 139,380 เม็ด รถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ สีบรอนซ์เงินทะเบียน บบ 1510 แพร่ โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง แจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย โดยผู้ต้องหาทั้งสองขับรถยนต์กระบะบรรทุกยาบ้าซุกซ่อนไว้ในถึงน้ำมันเชื้อเพลิงดัดแปลง ผู้ต้องหารับสารภาพว่าจะนำไปส่งลูกค้าใน จ.สุโขทัย ตำรวจจึงควบคุมตัวไว้ขยายผลจับกุมต่อไป

นอกจากนี้ พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ. 5 ได้เปิดเผยว่าในการสกัดกั้นจับกุมยาบ้าได้จำนวนมากในแต่ละวันจะเห็นว่าการใช้แผนรู้เส้นทางโจรที่นำมาใช้ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ จะเห็นว่าสามารถสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้ทะลักสู่ภาคกลางได้ และตำรวจจะเพิ่มมาตรการการจับกุมที่เข้มข้นไปอีก โดยจะเพิ่มจุดตรวจสกัดให้มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนนี้ ทางกลุ่มขบวนการค้ายามีการเคลื่อนไหวกันคึกคักเพราะเห็นว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานลำบาก ในช่วงหน้าฝน และปริมาณเม็ดยาในพื้นที่ภาคกลางมีจำนวนลดน้อยลงมาก หายากมากขึ้น ความต้องการของตลาดมีมากจึงมีการพยายามจะส่งยาบ้าเข้าไปในพื้นที่ส่วนกลางให้ได้มาก จนต้องมีการพยายามลำเลียงและถูกจับกุมในแต่ละวันได้เป็นจำนวนมาก สำหรับในการจับกุมยาบ้าทั้ง 3 ราย จำนวน 2.4 แสนเม็ดนั้น หากหลุดไปภาคกลางจะมีมูลค่า 84 ล้านบาททีเดียว.

 

โหวตข่าวนี้