advertisement

กระฉ่อนโลกออนไลน์ ธรรมกายเผย'สตีฟ จ็อบส์'ตายแล้วไปไหน

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ส.ค. 2555 17:49

เว็บไซต์วัดพระธรรมกายสร้างความฮือฮาในโลกโซเชียล เมื่อเผยแพร่บทความ "สตีฟ จ็อบส์ ตายแล้วไปไหน" อ้างเป็นคำถามจากวิศวกรอาวุโสของแอปเปิล ส่วนผู้ตอบคือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาส ระบุว่า สตีฟ จ็อบส์ ได้ไปเกิดใหม่เป็น "เทพบุตรภุมมะเทวาระดับกลางสายวิทยาธรกึ่งยักษ์"...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ได้เกิดประเด็นวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างแพร่หลายในโลกออนไลน์ เมื่อเว็บไซต์วัดพระธรรมกาย www.dmc.tv ได้เผยแพร่บทความเรื่อง "สตีฟ จ็อบส์ ตายแล้วไปไหน ตอนที่ 1" โดยระบุว่า นายโทนี่  ซวง  (Tony  Tseung) วิศวกรอาวุโส  ของบริษัทแอปเปิล จากนครคิวเปอร์ทีโน่ รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เขียนจดหมายมาถึงพระเทพญาณมหามุนี เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ถามว่า สตีฟ จ็อบส์ ผู้ก่อตั้งบริษัทแอปเปิล อิงค์ ยักษ์ใหญ่วงการไอทีโลก ที่เสียชีวิตไปเมื่อช่วงปลายปีที่แล้วนั้นเวลานี้ไปอยู่ที่ไหน เป็นอย่างไรบ้าง

โดยเว็บไซต์ DMC ได้เผยแพร่คำตอบซึ่งระบุว่า พระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เป็นผู้ตอบว่า ก่อนที่ สตีฟ จ็อบส์จะเสียชีวิตนั้น ภายในใจของเขาก็ยังมีความรู้สึกเป็นห่วงและกังวลในเรื่องราวต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องครอบครัว ซึ่ง ณ ช่วงเวลานั้นตัวเขายังอยากที่จะอยู่กับครอบครัวและยังไม่พร้อมที่จะจากครอบครัวไป หรือเรื่องของบริษัทที่ตัวเขามีความรู้สึกที่ภาคภูมิใจมากๆ ซึ่งตัวสตีฟ จ็อบส์เองก็มีโครงการต่างๆ ที่ตัวเขาได้คิดเอาไว้เยอะแยะมากมาย ซึ่งยังไม่ได้ทำ และมีความรู้สึกกังวลว่า "บริษัทที่ตัวเขาได้ทุ่มเทสร้างมาจะมีอนาคตต่อไปเป็นอย่างไร"  เป็นต้น ซึ่งสิ่งที่ตัวเขาคิดคำนึงนั้นก็ได้กลายเป็นภาพที่ติดเข้าไปอยู่ในใจของเขา ภาพเหล่านั้นก็มีทั้งภาพที่ทำให้ตัวเขารู้สึกสบายใจ ไม่สบายใจ และกังวลใจ หรือถ้าพูดเป็นภาษาที่พวกเรานักเรียนอนุบาลฯ คุ้นเคยหรือคุ้นหูกันก็คือภาพเหล่านั้นเป็นภาพที่ทำให้ใจใสและใจหมองนั่นเอง

เมื่อเหตุดังกล่าวได้มาส่งผลรวมกับอัธยาศัยพื้นฐานของตัวเขาซึ่งเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์และสุนทรียภาพทางศิลปะสูงมาก คือเป็นคนที่ชอบอยู่กับสิ่งของที่สวยงาม และชอบความเพอร์เฟกต์ จึงส่งผลให้หลังจากที่ละจากโลกนี้ไปแล้ว สตีฟ จ็อบส์ ได้ไปบังเกิดใหม่เป็น "เทพบุตรภุมมะเทวาระดับกลางสายวิทยาธรกึ่งยักษ์" ที่มีที่อยู่ที่อาศัยซ้อนอยู่บนโลกมนุษย์ใกล้ๆ กับที่ทำงานเดิมของตัวเขาในทันที

นอกจากนี้ เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายยังได้อธิบายลักษณะของ "ภุมมะเทวาสายวิทยาธรกึ่งยักษ์"  คือ ภุมมะเทวาที่มีอัธยาศัย 2 อย่างมาผสมผสานกัน  ได้แก่ อัธยาศัยของวิทยาธรที่รักในการเรียนรู้ศาสตร์และความรู้ต่างๆ  กับอัธยาศัยของยักษ์ที่มักโกรธ  ขี้โมโห และหงุดหงิดง่าย มีลักษณะกายเหมือนกับเทพบุตรภุมมะเทวาระดับกลาง  เพียงแต่ผิวจะเป็นสีดำอมแดงมีเลือดฝาดและหยาบกว่าผิวของเทพบุตรภุมมะเทวาระดับกลาง ซึ่งโดยปกติทั่วไปจะมีผิวขาว ผ่องใสและละเอียดกว่าผิวของมนุษย์ อีกทั้งเวลาโกรธ เทพบุตรสตีฟ จ็อบส์ ก็จะมีเขี้ยวงอกออกมาอีกด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื้อหาเรื่องดังกล่าวถูกผู้ใช้อินเทอร์เน็ตนำไปเผยแพร่ต่อผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ และเว็บไซต์ต่างๆ จนมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

โดยทางเว็บไซต์ DMC ได้ชี้แจงว่า เนื่องจากทางสถานีโทรทัศน์ DMC ได้มีการนำเสนอเนื้อหาเรื่อง Where is Steve Jobs และได้มีเว็บไซต์ต่างๆ สรุปเนื้อหา Where is Steve Jobs ไปในไว้ในเว็บไซต์ของตน เป็นการสรุปเนื้อหาดังกล่าวโดยความเห็นส่วนตัว ซึ่งอาจมีการเพิ่มตัดแต่งประเด็น หรือเสริมความเห็นส่วนตัวเข้าไป ทำให้เนื้อหาในบางเว็บไซต์ผิดพลาดและไม่สมบูรณ์ จึงขอให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณและเทียบเคียงกับต้นฉบับจากทาง dmc.tv  ซึ่งได้นำเสนอเนื้อหาต้นฉบับที่ถูกต้องไว้แล้ว

เรื่องราว Where is Steve Jobs เป็นความรู้ที่ได้จากการปฏิบัติสมาธิในพระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกายเมื่อฝึกปฏิบัติจนเชี่ยวชาญชำนาญแล้ว ผู้ปฏิบัติจะสามารถรู้เห็นเรื่องราวกฎแห่งกรรม, การเวียนว่ายตายเกิดของสรรพสัตว์ทั้งหลาย ซึ่งได้นำมาถ่ายทอดให้เข้าใจง่ายๆ ในรายการโรงเรียนอนุบาล "ฝันในฝันวิทยา" โดยพระเทพญาณมหามุนี เจ้าอาวาส เพื่อให้เข้าใจถึงเรื่องราวความจริงของชีวิตว่า เกิดมาทำไม ตายแล้วไปไหน อะไรเป็นเป้าหมายของชีวิต นำไปสู่ผลการปฏิบัติของผู้ฟัง ทำให้ผู้ฟังเกิดความเกรงกลัวต่อบาป รักในการทำบุญกุศล รักการปฏิบัติธรรม

พร้อมทั้งทิ้งท้ายว่า เรื่องราว Where is Steve Jobs นี้เป็นเพียงทรรศนะหนึ่งเท่านั้น ผู้ฟังมีสิทธิ์ที่จะเชื่อหรือไม่ก็ได้.

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement