advertisement

ทยอยดูศพเหยื่อไฟไหม้'ไทเกอร์' ยังไม่สามารถชี้ชัดได้เป็นใคร

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 18 ส.ค. 2555 22:40

ผจก.กฟภ.ป่าตอง ออกโรงแจงหม้อแปลงไฟไม่ใช่สาเหตุเกิดไฟไหม้ไทเกอร์ เพราะมีระบบตัดไฟอัตโนมัติ ขณะที่ญาติและเพื่อนเหยื่อทั้ง 4 ศพ ทยอยดูศพจากหลักฐานเครื่องประดับที่สวมใส่ ท่ามกลางความโศกเศร้า ด้านตำรวจส่งศพพิสูจน์สถาบันนิติเวชที่รพ.ตำรวจ เพื่อพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ คาดใช้เวลาไม่เกิน 7 วัน…

เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2555 นายอธิพงศ์ ทองย่อน ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคป่าตอง สาขาที่ 413 กล่าวถึงการนำเสนอข้อมูล หรือการเข้าใจผิดและคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง จากสาเหตุเพลิงไหม้ไทเกอร์ผับแอนด์ดิสโก้เธค ซ.บางลา ถ.ราษฎร์อุทิศ 200 ปี ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ขอยืนยันว่า จากการตรวจสอบพบหม้อแปลงไฟฟ้าที่อยู่บริเวณใกล้จุดเกิดเหตุ ซึ่งอยู่ระหว่างห้างสรรพสินค้าโอเชี่ยน บางลากับไทเกอร์ผับแอนด์ดิสโก้เธค ขนาด 250 กิโลโวลต์แอมป์ (250 KVA) ยังปกติ และไม่มีการระเบิดแต่อย่างใด

 

ขณะเดียวกัน หม้อแปลงดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับไทเกอร์ผับ โดยผับดังกล่าวจะมีการติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าขนาด 500 กิโลโวลต์แอมป์ (500 KVA) ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าปกติ โดยมีการติดตั้งหม้อแปลงดังกล่าวไว้ที่บริเวณด้านหลังผับใกล้กับริมถนนราษฎร์อุทิศ 200 ปี ห่างจากจุดเกิดเหตุราว 50 เมตร ซึ่งจากการตรวจสอบ ไม่พบว่าระเบิดเช่นเดียวกัน โดยยังสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ตามปกติ เหตุเพลิงไหม้ดังกล่าว จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหม้อแปลงไฟฟ้าทั้ง 2 หม้อแต่อย่างใด และที่สำคัญก่อนและหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ไม่มีหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิดบริเวณใกล้จุดเกิดเหตุ หรือแม้แต่ใกล้เคียงแต่อย่างใด มีเพียงกระแสไฟฟ้าดับๆ ติดๆ เท่านั้น

นอกจากนี้ หม้อแปลงไฟฟ้าทั้ง 2 จุดนั้น มีโอกาสน้อยมากที่จะเกิดการระเบิด แล้วมีประกายไฟตามมา ประกอบกับระบบป้องกันของหม้อแปลงไฟฟ้า มีระบบป้องกันที่สามารถตัดไฟอัตโนมัติอยู่แล้ว ดังนั้น การเกิดไฟไหม้สถานบันเทิงดังกล่าวจะเกิดจากสาเหตุอะไรนั้น คงต้องอยู่ที่การตรวจสอบและสอบสวนข้อเท็จจริงของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้ กฟภ.ป่าตอง ได้งดจ่ายกระแสไฟฟ้าบริเวณสถานบันเทิงดังกล่าวเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีการจัดการซ่อมแซม หรือพร้อมที่จะเปิดบริการถึงจะมีการจ่ายกระแส ไฟฟ้าตามปกติ ส่วนสถานประกอบการบริเวณ ซ.บางลา ใกล้จุดเกิดเหตุนั้น ยังคงมีการจ่ายกระแสไฟตามปกติ

ผู้สื่อข่าวได้รายงานบรรยากาศโดยรอบบริเวณซอยบางลา ต.ป่าตอง อ.กะทู้ ซึ่งเทศบาลเมืองป่าตอง จะมีการปิดถนนห้ามยานพาหนะทุกชนิดผ่าน เพื่อจัดทำเป็นถนนคนเดิน ตั้งแต่เวลา 18.00-06.00 น. ช่วงกลางวันจะเงียบเหงา มีเพียงนักท่องเที่ยวเดินจับจ่ายซื้อของที่ระลึกตามร้านค้า-ห้างสรรพสินค้าต่างๆ โดยสถานบันเทิงยังไม่เปิดให้บริการ ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวบางตา แต่บริเวณไทเกอร์ผับแอนด์ดิสโก้เธค ซึ่งเป็นจุดเกิดโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้คร่าชีวิตนักท่องเที่ยวไปถึง 4 ศพ และถือว่าเป็นครั้งใหญ่ที่สุดของหาดป่าตอง และ จ.ภูเก็ต ในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา โดยมีชายหญิงทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางมาดูสถานที่เกิดเหตุอย่างไม่ขาดสาย มีนักท่องเที่ยวต่างชาติบางกลุ่มเดินทางมาดูสถานที่ดังกล่าว เพื่อถ่ายภาพส่งไปให้เพื่อนๆ ดูที่ต่างประเทศ รวมถึงเพื่อนและญาติของเหยื่อที่เสียชีวิต ได้นำดอกไม้มาวางไว้อาลัยที่ด้านล่างบันไดหนีไฟ

ด้าน น.ส.เจนิเฟอร์ โรสเฟอร์ อายุ 42 ปี นักท่องเที่ยวชาวสวิตเซอร์แลนด์ กล่าวว่า เพื่อนในสวิตเซอร์แลนด์โทรมาบอกว่ามีการนำเสนอข่าวเหตุการณ์เพลิงไหม้สถานบันเทิงดังในหาดป่าตอง โดยมีการนำเสนอยอดผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากนับสิบราย จึงเดินทางมาดูสถานที่เกิดเหตุจริง และทราบว่ามีผู้เสียชีวิตเพียง 4 ราย และบาดเจ็บอีกไม่กี่คนเท่านั้น จึงโทรกลับไปบอกเพื่อน ซึ่งเพื่อนๆ ของตนและครอบครัว ต้องการให้ตนเดินทางกลับประเทศ เนื่องจากกลัวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งตนเองยืนยันและไม่ได้กลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังคงต้องการท่องเที่ยวที่ จ.ภูเก็ต ต่อตามโปรแกรมอีก 7 วัน

ขณะที่ นายอรรถพล บุตรคร้อ อายุ 25 ปี พนักงานห้างแห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต เดินถือรูปภาพ น.ส.ดวงพร บุตรคร้อ อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นพี่สาว และเป็นหุ้นส่วนร้านอาหารแห่งหนึ่งในหาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ที่หายตัวไปตั้งแต่ค่ำวันที่ 16 ส.ค. โดยมีเพื่อนๆ ของพี่สาวยืนยันว่า น.ส.ดวงพร ได้มาเที่ยวที่ไทเกอร์ผับ ในวันเกิดเหตุและไม่สามารถ ติดต่อเจ้าตัวได้เลย หลังเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น จึงเดินทางมาดูสถานที่เกิดเหตุ พร้อมขอให้วิญญาณของพี่สาวถ้าเสียชีวิตในกองเพลิงดังกล่าวจริง ให้มาเข้าฝันหรือทำอย่างไรก็ได้ให้รู้ว่า 1 ใน 4 ศพคือ น.ส.ดวงพร ซึ่งได้ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วเช่นกัน เพื่อขอดูศพพร้อมกับยินดีที่จะตรวจดีเอ็นเอ หรือเก็บเนื้อเยื่อมานำไปเปรียบเทียบตรวจสอบกับศพทั้ง 4 ราย

ส่วนที่ห้องเก็บศพโรงพยาบาลป่าตอง เจ้าหน้าที่ได้บรรจุศพผู้เสียชีวิตทั้ง 4 รายในถุงพลาสติกอย่างมิดชิด เพื่อลำเลียงส่งสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ กรุงเทพฯ เพื่อตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล เนื่องจากขณะนี้ยังไม่สามารถระบุ หรือชี้ชัดได้ว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 4 รายเป็นใคร เพศใด สัญชาติใด มีเพียงการพบหลักฐานทางวัตถุพยานตามร่างกายของผู้เสียชีวิตเท่านั้น เช่น แหวน-สร้อยหรือซิลิโคลนที่หน้าอก และคำบอกเล่าของญาติ หรือเพื่อน ตลอดจนคนรู้จักที่เชื่อว่าอาจเป็นญาติ หรือเพื่อนที่หายตัวไป หรืออยู่ในสถานที่เกิดเหตุตามวันและเวลาดังกล่าวเท่านั้น

ขณะเดียวกัน ได้มีชาวฝรั่งเศสและหญิงไทยที่คาดว่าผู้เสียชีวิตอาจเป็นเพื่อน หรือญาติมิตร มารอดูศพ ซึ่งหนึ่งในชาวฝรั่งเศสที่มาขอดูศพถึงกับร่ำไห้ เมื่อเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศล ธรรมภูเก็ตเปิดถุงพลาสติกบรรจุศพ 1 ใน 4 ศพที่ถูกแช่ไว้ในตู้เย็น แต่นักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสก็ไม่ได้ยืนยันว่าศพที่เห็นเป็นเพื่อนสนิทร่วมชาติหรือไม่ เนื่องจากไม่สามารถจดจำใบหน้าหรือรูปร่างใดๆ ได้ เพราะสภาพร่างถูกเผาไหม้ดำเป็นตอตะโก หรือแม้แต่ นายอรรถพล บุตรคร้อ ไม่สามารถจดจำใบหน้าศพที่คาดว่าเป็นพี่สาวได้ เนื่องจากขาทั้งสองข้างถูกเพลิงเผา จนขาดหายไป เหลือเพียงกะโหลก แขนทั้ง 2 ข้างและลำตัว มีเพียงแหวนคล้ายทองคำละลายติดอยู่ที่นิ้วนางข้างซ้ายเท่านั้น ขณะเดียวกัน มีหญิงสาวไม่ขอเปิดเผยชื่อได้มาขอแสดงความจำนงดูศพผู้เสียชีวิต โดยได้ยืนยัน 1 ใน 4 ศพว่าเป็นเพื่อนสาวของตนเอง เนื่องจากเพื่อนสาวทำหน้าอกด้วยการใส่ซิลิโคลน โดยใช้ซิลิโคลนยี่ห้อหนึ่งที่ตรงกับศพ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แต่บันทึกคำให้การไว้เป็นหลักฐาน เพื่อจะนำไปเป็นแนวทางและเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีต่อไป ส่วนอีก 1 ศพยังไม่มีผู้ใดมาขอดูศพ

ด้าน พ.ต.ท.กิติพงษ์ คล้ายแก้ว รองผกก.สส.สภ.กะทู้ จ.ภูเก็ต กล่าวว่า แม้ว่าจะมีญาติ เพื่อนหรือคนรู้จักมาดูศพผู้เสียชีวิตทั้ง 4 รายแล้วก็ตาม โดยบางรายอาจมีการยืนยันหลักฐานที่พบตามร่างกาย เช่น แหวน หรือซิลิโคลน แม้แต่ขนาดความสูงก็ตาม แต่ไม่ใช่การสรุปว่าผู้ที่เสียชีวิตเป็นผู้นั้นจริงๆ ทุกอย่างต้องรอการตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ โดยจะต้องนำเนื้อเยื่อ หรือดีเอ็นเอทางพันธุกรรมของผู้เสียชีวิตมาเปรียบเทียบกับญาติ ซึ่งเมื่อตรงกันถึงจะสรุปได้ว่าผู้เสียชีวิตรายๆ นั้นเป็นใคร คาดว่าอาจใช้เวลาไม่เกิน 7 วัน เบื้องต้นคาดว่าศพผู้เสียชีวิตอาจเป็นหญิง 2 ชาย 2 หรืออาจเป็นหญิง 1 สาวประเภทสองหรือสาวที่อาจมีการทำศัลยกรรมหน้าอก 1 และชาย 2

ส่วนการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ ได้มีการสอบปากคำพยานบุคคล และพยานแวดล้อมไปแล้ว 8-9 ปาก โดยยังไม่สามารถกำหนดระยะเวลาในการสอบสวนข้อเท็จจริงได้ แต่ผู้บังคับบัญชาได้กำชับให้สอบสวนข้อเท็จจริงอย่างละเอียดและเป็นไปตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งการสอบสวนมีความคืบหน้าไปมากแล้ว โดยขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา หรือกล่าวโทษผู้ใด ซึ่งจะต้องมีการสอบสวนให้แล้วเสร็จก่อน.

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement