advertisement

พระราชทานอภัยโทษผู้ต้องขัง 3 หมื่นคนทั่วประเทศ

โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 12 ส.ค. 2555 22:22


"สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย" ระบุมีพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษผู้ต้องขังทั่วประเทศ  เพื่อให้โอกาสแก่บุคคลเหล่านั้นกลับตัวเป็นคนดีของสังคม พบมีนักโทษเข้าเกณฑ์ 30,000 คน พร้อมทยอยปล่อยตัว ...

เมื่อวันที่ 12 ส.ค. พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม  เปิดเผยว่า มีพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2555 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 11 สิงหาคม 2555 เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80  พรรษา 12 สิงหาคม 2555 ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 28 กรกฎาคม 2555 ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร นับเป็นอภิลักขิตกาลสำคัญ สมควรพระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ เพื่อให้โอกาสแก่บุคคลเหล่านั้นกลับประพฤติตนเป็นพลเมืองดี อันจะเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติสืบไป

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวอีกว่า ขั้นตอนต่อไปกรมราชทัณฑ์จะได้ลงนามคำสั่งไปยังเรือนจำทั่วประเทศ ให้เตรียมพร้อมปล่อยผู้ต้องขังที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษในครั้งนี้ โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ผู้ต้องขังที่เข้าหลักเกณฑ์ได้รับการปล่อยตัวเลย ผู้ต้องกักขังแทนค่าปรับ ผู้ต้องขัง ชรา เจ็บป่วย พิการหรือผู้ต้องขังกระทำผิดครั้งแรก เหลือโทษไม่เกิน 1 ปี มีประมาณ 1 หมื่นคน และอีกกลุ่มหนึ่งคือ ผู้ต้องขังที่ได้ลดโทษตามชั้นความประพฤติ เหลือโทษจำคุกครบตามเกณฑ์ที่จะได้รับการพระราชทานอภัยโทษ โดยเบื้องต้น คาดว่า จะมีผู้ต้องขังได้รับการพระราชทานอภัยโทษทั่วประเทศ ประมาณ 3 หมื่นคน ภายในสัปดาห์หน้า จะเร่งปล่อยตัวผู้ต้องขังที่เข้าหลักเกณฑ์ได้รับพระราชทานอภัยโทษก่อน โดยตามกฎหมายจะต้องปล่อยตัวภายใน 60 วันนับจากวันที่มีพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษประกาศในราชกิจจานุเบกษา

พ.ต.อ.สุชาติ กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ต้องขังที่ได้รับการปล่อยตัวครั้งนี้กรมราชทัณฑ์ ได้เตรียมความพร้อมก่อนปล่อยโดยการฝึกอาชีพ ฝึกให้มีจิตใจสาธารณะ อบรมหลักศาสนา เพื่อให้ประพฤติปฏิบัติตัวเป็นคนดีกลับไป อยู่ร่วมกับสังคมอย่างมีความสุข หากผู้ต้องขังที่พ้นโทษต้องการทำงาน กรมราชทัณฑ์ จะเป็นศูนย์กลางประสานหน่วยงานเอกชนและกระทรวงแรงงาน เพื่อจัดหางานให้ ดังนั้นขอให้ผู้ต้องขังและประชาชนมั่นใจว่า กรมราชทัณฑ์จะไม่ทอดทิ้งผู้พ้นโทษที่ได้กลับออกเป็นเป็นพลังในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้ต้องขังที่ได้รับการพระราชทานอภัยโทษในครั้งนี้ ประกอบด้วย ผู้ต้องกักขังแทนค่าปรับ ผู้ต้องขังเหลือโทษไม่เกิน 1 ปี ผู้ต้องขังพิการตาบอดสองข้าง มือเท้าด้วนสองข้าง เจ็บป่วยเรื้อรัง มะเร็ง โรคเอดส์ หรือโรคจิต ที่แพทย์ระบุไม่สามารถรักษาให้หายได้ในเรือนจำและเหลือโทษไม่เกิน 3 ปี ผู้หญิงซึ่งต้องโทษครั้งแรก จำคุกมาแล้ว 1 ใน 2 ของอัตราโทษ ผู้ต้องขังอายุเกิน 60 ปี หรือ 70 ปืเหลือโทษไม่เกิน 3 ปี ส่วนผู้ต้องขังที่ไม่เข้าเกณฑ์การพระราชทานอภัยโทษ ให้ลดโทษตามลำดับชั้นความประพฤติ ผู้ต้องขังประหารชีวิต ลดโทษเป็นจำคุกตลอดชีวิต ผู้ต้องขังจำคุกตลอดชีวิตลดโทษเหลือจำคุก 50 ปี ส่วนผู้ต้องขังที่เหลือให้ลดโทษตามชั้นความประพฤติ รวมทั้งผู้ต้องขังคดียาเสพติด ก็ได้รับพระราชทานอภัยโทษตามหลักเกณ์ดังกล่าวเช่นกัน ยกเว้นผู้ต้องขังชั้นเลวและผู้ต้องขังที่ทำผิดซ้ำระหว่างต้องโทษหรือผู้ต้อง ขังที่ทำผิดซ้ำหลังได้พ้นโทษในคดีเก่าไปยังไม่เกิน 5 ปี และผู้กระทำผิดคดีตามบัณชีแนบท้ายพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ.

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement