advertisement

'เกย์นที'ฝันสลาย ควงหนุ่มจดทะเบียน-ถูกปฏิเสธ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ส.ค. 2555 13:52

"เกย์นที" ปธ.กลุ่มเกย์การเมือง ควงคู่แฟนหนุ่มอยู่กินกันนาน 19 ปี จดทะเบียนสมรสที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ แต่ถูกนายทะเบียนปฏิเสธ เหตุชายกับชายแต่งงานกันไม่ได้ ขู่ฟ้องศาลปกครอง...

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 ส.ค.55 นายนที ธีระโรจนพงษ์ อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 98/200 หมู่ 2 ต.ทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม.ประธานกลุ่มเกย์การเมืองไทย ได้จูงมือแฟนหนุ่ม นายอรรถพล จันทวี อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 69 หมู่ 4 ต.แม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ซึ่งอ้างว่าเป็นคู่ชีวิต เดินทางมาที่ว่าการอำเภอเมืองเชียงใหม่ พร้อมกับทนายความส่วนตัว เพื่อไปขอจดทะเบียนสมรสกับ นายดำรงค์ ทิพย์เดช ปลัด หน.งานทะเบียนและบัตร เมื่อนายนทีมาถึงได้แจ้งความประสงค์ต่อนายทะเบียน ว่า ตนและนายอรรถพลเป็นคู่ชีวิตแบบชายรักชาย ที่อยู่กินครองรักด้วยกันมา 19 ปี แล้ว โดยในระยะหลังเห็นว่าอายุมากขึ้น จึงได้ทำนิติกรรมให้ไว้กับคนรัก แต่ถูกข้อกฎหมายปฏิเสธมาโดยตลอด อย่างกรณีการทำประกันชีวิตก็เช่นกัน ตนก็ได้ออกต่อสู้เรื่องนี้มาโดยตลอด จนทางบริษัทประกันชีวิตหลายแห่งยอมให้ นายอรรถพลเป็นผู้รับผลประโยชน์ในฐานะสามีได้ พร้อมกับหอบกรรมธรรม์หลายฉบับมายื่นให้ทางพนักงานฝ่ายทะเบียนดูเพื่อจะขอจดทะเบียนสมรส

อย่างไรก็ตาม นายดำรงค์ นายทะเบียนได้ชี้แจงว่า ก่อนที่คู่รักที่จะมาจดทะเบียนสมรสกันนั้นต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแห่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ครอบครัวลักษณะ 1 การสมรสและการหมั้น ซึ่งจากการตรวจดูหลักฐานของนายนทีและคู่รักที่นำมายื่นนั้นไม่ขัดต่อตาม มาตรา 1448 ที่ระบุว่า การสมรส จะทำได้ ต่อเมื่อ ชายและหญิง มีอายุ สิบเจ็ดปีบริบูรณ์แล้ว แต่ในกรณีที่ มีเหตุอันสมควร ศาล อาจอนุญาต ให้ทำการสมรส ก่อนนั้นได้ แต่หากไปดูข้อกฎหมาย มาตรา 1458 การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อชายหญิงยินยอมเป็นสามีภริยากัน และต้องแสดงการยินยอมนั้นให้ปรากฏโดยเปิดเผยต่อหน้านายทะเบียนและให้นายทะเบียน บันทึก ความยินยอมนั้นไว้ด้วย ซึ่งข้อกฎหมายข้อนี้ระบุอย่างชัดเจนว่าการที่นายทะเบียนจะรับจดทะเบียนสมรสได้นั้น ต้องเป็นชายกับหญิงเท่านั้น เมื่อกฎหมายไม่มีรองรับไว้ ทางนายทะเบียนจึงไม่สามารถรับจดทะเบียนสมรสให้ได้ แต่กฎหมายก็ไม่จำกัดห้ามคนทั้งสองใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ดังนั้น สามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้ตามปกติ ตามความพึงพอใจของทั้งสองฝ่าย ทางนายทะเบียนจึงได้ให้นายนทียื่นคำร้องมาก่อน แล้วออกหนังสือปฏิเสธการรับจดทะเบียนสมรสเป็นหลักฐานให้นายนทีและคู่รักต่อไป


ทางด้าน นายนที กล่าวว่า ตนพาคู่รักมาจดทะเบียนสมรส ในวันนี้เพราะต้องการหลักฐาน การปฏิเสธการรับการจดทะเบียนสมรสจากนายทะเบียน เพื่อที่จะนำไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครองภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 30 ได้ระบุว่า บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน ชายและหญิงมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ จะกระทำมิได้ มาตรการที่รัฐกำหนดขึ้นเพื่อขจัดอุปสรรคหรือส่งเสริมให้บุคคลสามารถใช้สิทธิ์ และเสรีภาพได้เช่นเดียวกับบุคคลอื่นย่อมไม่ถือเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมตามวรรคสาม เมื่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายแม่เขียนไว้ชัดเจนอย่างนี้ คู่รักของตนซึ่งถือว่าเป็นชายรักชาย ก็สามารถจะใช้สิทธิ์ความเสมอภาคตรงนี้ได้

"โดยวันนี้ เมื่อได้หลักฐานการปฏิเสธการจดทะเบียนสมรส จากนายทะเบียนแล้ว ก็จะมอบให้ทนายความไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเชียงใหม่ต่อไป ซึ่งเห็นว่าขณะนี้มีหลายประเทศได้มีการยอมรับการจดทะเบียนการสมรส ประกอบกับประเทศไทยจะเข้าสู่อาเซียนแล้ว น่าจะนำร่องแก้ไขข้อกฎหมายในเรื่องนี้ให้กับพวกเรา ซึ่งวันนี้ถือว่าเป็นก้าวแรกที่จะต้องเดินหน้าเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มาทราบปัญหาระหว่างความรักชาวเกย์ของพวกเรา และได้แก้กฎหมายให้กับกลุ่มรักร่วมเพศให้สามารถมีสิทธิ์จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายต่อไป" นายนที กล่าว.

 

โหวตข่าวนี้