advertisement

หมอรอประเมิน'หลวงพ่อคูณ'เล็บขบแทรกซ้อน กลับวัดบ้านไร่7ส.ค.

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 6 ส.ค. 2555 15:50

แพทย์ตรวจ "หลวงพ่อคูณ" พบเล็บขบหัวแม่เท้าขวา เป็นภาวะแทรกซ้อนอันหนึ่ง เผยต้องดูแลใกล้ชิด พร้อมประเมินอาการทุกระยะ ด้านแพทย์ปอดระบุอาจจะต้องจำกัดคนเข้าเยี่ยม ยืนยันกลับวัดบ้านไร่ชัวร์ 7 ส.ค.นี้ ไม่เปลี่ยนแปลง...

เมื่อวันที่ 6 ส.ค.  ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าอาการอาพาธของ พระเทพวิทยาคม หรือ "หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ" เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ซึ่งพักรักษาตัวที่ห้องพักผู้ป่วยพิเศษ 9821 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 8 รพ.มหาราชนครราชสีมา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 ก.ค. จากโรคหลอดลมอักเสบ และปอดอักเสบ

ล่าสุด เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ห้อง 9821 ชั้น 8 อาคารเฉลิมพระเกียรติ รพ.มหาราชนครราชสีมา คณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการรักษาหลวงพ่อคูณ ทั้งแพทย์ระบบการติดเชื้อ แพทย์ระบบทางเดินหายใจ แพทย์ระบบสมองและหัวใจ แพทย์ด้านการกายภาพบำบัด แพทย์ระบบด้านปอด การติดชื้อปอด และวัณโรค รวม 8 คน โดยการนำของ นพ.พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด รพ.มหาราชนครราชสีมา และแพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณ นพ.อนุชิต นิยมปัทมะ อายุรกรรมปอด พญ.วิลาวัลย์ แสงศิรินาคะกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอายุรกรรมโรคติดเชื้อ พญ.นิรดา ศิริยากร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคติดเชื้อ ได้เข้าตรวจอาการของหลวงพ่อคูณ หลังมีอาการเล็บหัวแม่เท้าขวาขบ อาจจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดอักเสบติดเชื้อได้ง่าย จึงตรวจวินิจฉัยประเมินอาการอย่างเร่งด่วน เพราะมีกำหนดการชัดเจนจะเดินทางกลับวัดบ้านไร่วันที่ 7 ส.ค. 2555 หลังเวลา 09.30 น.

นพ.พินิศจัย กล่าวว่า อาการในภาพรวมดีขึ้น ไม่มีไข้ รู้ตัว รู้เรื่องดีเหมือนเดิม เสมหะตอนนี้ยังไม่เป็นปัญหา เรื่องปอดจบแล้ว ขณะนี้ยังเหลือแต่เรื่องของหลวงพ่อที่ยังไม่ 100% ในแง่การเดิน การกายภาพที่คงจะต้องฟื้นฟูสภาพกันต่อไปเป็นเดือน ส่วนปัญหาเล็บขบที้่นิ้วหัวแม่เท้าขวา ตอนนี้คณะแพทย์เรายังประเมินกันอยู่ว่า 1. จะเป็นปัญหาหรือเปล่า 2. ถ้าเป็นปัญหาเราจะรักษาอย่างไร ทั้งนี้ตอนนี้กำลังประเมินกันอยู่ แต่ติดว่าภาพรวมตอนนี้พรุ่งนี้ (7 ส.ค.) ช่วงหลังเวลา 09.30 น. คงให้ท่านกลับวัดบ้านไร่ได้แน่นอน แต่ปัญหาเล็บเราก็คงมีการดูแลอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว เมื่อถึงวัดแล้วสิ่งที่เรากังวลยังเหมือนเดิมคือ ภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่อาจจะตามมา เพราะเรื่องอายุ โรคประจำตัว และท่านติดเชื้อหนักๆ มา ฉะนั้น โอกาสที่จะติดเชื้อซ้ำซ้อนจะสูงกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว

"นอกจากนี้ ยังจะมีภาวะแทรกซ้อนในระบบอื่นอย่างเรื่องเล็บขบ ก็เป็นภาวะแทรกซ้อนอันหนึ่ง เพียงแต่ว่า ณ ตอนนี้เรายังคงต้องขอประเมินดูก่อน และ ณ ตอนนี้ยังไม่เปลี่ยนแปลงเรื่องการกลับวัดพรุ่งนี้ ตนอยากฝากญาติโยมเรื่องเดียวคือ อย่าเข้าใกล้ในรัศมี 2 เมตร การจะเคาะหัว เป่าหัวก็จะช่วยไปโดยปริยาย ส่วนการปลุกเสกวัตถุมงคลต่างๆ โดยหลักการไม่อยากให้เข้าใกล้ในรัศมี 2 เมตร การปลุกเสกอะไรเท่าที่ทราบยังไม่มีข้อมูลในช่วงที่ท่านออกจากโรงพยาบาลเมื่อเดือน ม.ค. 2555 ที่ผ่านมา ส่วนอาหารต้องให้ฉันทางสายยาง ผ่านช่องท้องไปตลอดชีวิต เพราะ 1. หลวงพ่อฉันอาหารเองไม่พอ 2. พอท่านฉันเองแล้วมีปัญหาเรื่องสำลักแล้วลงสู่ปอด และติดเชื้ออยู่บ่อยๆ" แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณ กล่าว

ด้าน นพ.อนุชิต กล่าวว่า ปอดอักเสบตอนนี้ดีขึ้นแล้ว น่าจะหายแล้ว แต่ปอดอักเสบก็เหมือนกับการเป็นไข้หวัดที่เป็นได้ หายได้ แต่มีโอกาสเป็นซ้ำได้อีก ส่วนวัณโรคปอดเหลือฉันยาให้ครบเท่านั้น เนื่องจากท่านไม่ได้ใช้ยาสูตรหลัก ซึ่งท่านอาจจะจ้องฉันเป็นระยะเวลานานขึ้นกว่าปกติบ้าง ส่วนน้ำท่วมปอดจากการตรวจเอกซเรย์และการฟังปอดวันนี้ไม่พบมีน้ำเพิ่มขึ้นอีกแล้ว สรุปเรื่องปอดอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี ถุงลมโป่งพองไม่มีอาการกำเริบ เพียงแต่ต้องรอระยะเวลาเล็กน้อย รวมทั้งการป้องกันไม่ให้เกิดเป็นปอดอักเสบซ้ำ และการป้องกันไม่ให้เกิดเป็นหวัด ซึ่งมีโอกาสที่จะกระตุ้นทำให้เกิดเป็นปอดอักเสบได้ และถุงลมโป่งพองกำเริบได้

แพทย์อายุกรรมปอด กล่าวด้วยว่า ส่วนการป้องก็เรื่องการกราบหลวงพ่อ พวกเราทุกคนต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ และอย่าอยู่ใกล้ตัวหลวงพ่อมากเกินไป ห่างสักประมาณ 2 เมตร โดยอาจจะต้องจำกัดคนเข้าเยี่ยม เพราะถ้าท่านเกิดเป็นหวัดขึ้นมา 1 ครั้ง ด้วยอายุของท่านและโรคประจำที่ท่านมีมากมาย มีโอกาสที่ท่านจะเป็นหนักกว่าปกติได้ .

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement