advertisement

เร่งช่วยโลมาลายแถบ พบติดเชื้อกระแสเลือด-กล้ามเนื้ออักเสบ

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 5 ส.ค. 2555 18:30

นักวิชาการสัตว์ทะเลหายากภูเก็ต เร่งช่วยเหลือโลมาลายแถบ หลังเกยหาดท้ายเหมืองพังงา พบติดเชื้อในกระแสเลือด-กล้ามเนื้ออักเสบและปอดบวม ระบุอาการน่าเป็นห่วง พบมีโลมาเพียง 20% ที่ช่วยมาแล้ว รอดกลับคืนสู่ทะเล ...

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 5 ส.ค. ที่บ่ออนุบาลสัตว์ทะเล สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน แหลมพันวา ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต ดร.ก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ หัวหน้ากลุ่มสัตว์ทะเลหายากพร้อมด้วยสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน ได้ป้อนอาหารเหลวที่มีส่วนผสมของเนื้อปลาและยา ปฏิชีวนะผ่านทางสายยาง ให้กับโลมาลายแถบเพศผู้ อายุ 7 ปี น้ำหนักกว่า 45 กก. ยาว 1.7 เมตร และยังไม่ถือว่าโตเต็มวัย หลังว่ายน้ำเข้ามาเกยตื้นที่บริเวณชายหาดท้ายเหมือง หน้าศูนย์ประมงท้ายเหมือง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เมื่อวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง จ.พังงา ได้นำมาอนุบาลและได้ส่งต่อมารักษาที่สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทาง ทะเลชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน จ.ภูเก็ต เนื่องจากมีเครื่องมือ และเวชภัณฑ์พร้อม เบื้องต้นโลมาลายแถบตัวดังกล่าวมีอาการติดเชื้อในกระแสเลือด กล้ามเนื้ออักเสบ ปอดบวม และมีแผลเปื่อยตามตัว

ดร.ก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ หัวหน้ากลุ่มสัตว์ทะเลหายาก สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน กล่าวว่า โลมาดังกล่าวมีอาการป่วยติดเชื้อในกระแสเลือดเฉียบพลัน มีแผลเปื่อยตามผิวหนังหลายจุด ทั้งครีบหลัง-หาง โดยในกระเพาะอาหารมีพยาธิเป็นจำนวนมาก โดยในช่วงแรกที่รับโลมาตัวดังกล่าวมาพบว่าไม่สามารถว่ายน้ำเองได้ ต้องใช้เครื่องช่วยพยุง และจากการตรวจภายในกระเพาะอาหารยังพบว่า ไม่มีอาหารในกระเพาะเลย คาดว่าไม่สามารถกินอาหารได้มาหลายวันแล้ว สำหรับการรักษาในเบื้องต้น สัตวแพทย์ได้ให้ยาปฏิชีวนะ ยาถ่าย พยาธิและยาบำรุง เนื่องจากโลมาไม่สามารถกินอาหารเองได้ เจ้าหน้าที่ได้ให้อาหารผ่านทางท่อ หรือสายยาง และดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

“ขณะนี้แผลที่เปื่อยตามตัวเริ่มมีอาการดีขึ้น ไม่พบการเปื่อยเพิ่ม แต่อาการป่วยภายในยังทรงตัว และยังไม่สามารถว่ายน้ำหรือประคองตัวเองได้ เนื่องจากกล้ามเนื้ออักเสบ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงต้องใช้อุปกรณ์พยุงตัวอยู่ ขณะที่เจ้าหน้าที่พยายามจะให้ปลา แต่โลมากลับปฏิเสธการกิน โดยยอมกินแต่อาหารเหลวผ่านทางสายยางพร้อมกับยาปฏิชีวนะ โดยในวันที่ 6 ส.ค.นี้จะเจาะเลือด เพื่อนำไปตรวจสอบในห้องทดลองอย่างละเอียดอีกครั้ง ประกอบกับจะนำโลมาไปเอ็กซเรย์ เพื่อหาสาเหตุการป่วยของโลมาที่แท้จริง”

หัวหน้ากลุ่มสัตว์ทะเลหายากสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลนกล่าวเพิ่มเติมว่า ปกติแล้วโลมาลายแถบจะพบเห็นได้ห่างจากฝั่งราว 30 กม. ปัจจุบันในทะเลอันดามันยังคงมีโลมาลายแถบเหลือเพียง 800-1,000 ตัวเท่านั้น ซึ่งจะพบได้บริเวณฝั่งตะวันตกของ จ.พังงา และเกาะภูเก็ต โดยเมื่อโลมาลายแถบโตเต็มวัยจะมีความยาวถึง 2.7 เมตร น้ำหนักราว 90-100 กก.อายุราว 25-45 ปี และเมื่อโลมาป่วยตามธรรมชาติ จะพยายามว่ายน้ำเข้าหาฝั่งตามสัญญาณ ซึ่ง 70 เปอร์เซ็นต์จะติดเชื้อในกระแสเลือด โดยเมื่อนำโลมามารักษาในบ่ออนุบาลจะรอดชีวิตและสามารถปล่อยคืนกลับธรรมชาติ ได้เพียง 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ส่วนโลมาลายแถบตัวนี้ ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะรอดชีวิตหรือหาย และปล่อยกลับคืนสู่ทะเลได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของโลมา.

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement